Another Perception of World Café (part II จบ)   

 ก่อนบรรยากาศสนทนาเบิกฟ้า เปิดโลกาจะสิ้นสุดลง และจะยังคงเหลือไว้เพียงความทรงจำของกัลยาณมิตรที่มีโอกาสไปสัมผัสบรรยากาศในวันนี้   สิ่งที่ฉันประทับใจและจะไม่มีวันลืมเลือนในบทบาทการนำพาการเรียนรู้และการสรุปประเด็นของกระบวนกรทั้งสองท่าน        ดร.นพ.สกล สิงหะและนพ. วรวุฒิ  โฆวัชรกุล

              ดร.นพ.สกล สิงหะ ด้วยคำพูดที่แฝงฝังไว้ด้วยความรักและความเมตตาพร้อมเพรียบในท่าทีที่สงบ  ผมเป็นหมอดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย  ตัวชี้วัดคือผู้ป่วยตายทุกราย  เป็นคำพูดที่ใครได้ผ่านห้อง Meeting room10  จะได้ยินขณะที่อาจารย์ท่านนี้แนะนำตนเองก่อนเข้าสู่การสนทนา   วันนั้นฉันได้ฟังซ้ำถึง3ครั้งและเวลาสรุปประเด็นอาจารย์จะพยายามน้อมนำให้เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทุกท่านได้มีโอกาสเข้ามาในห้องนี้ มีแรงอะไรบางอย่างที่พยายามชักนำท่านมา  ฉันสัมผัสและรับรู้ในอาจารย์ท่านนี้  ซึ่งฉันเข้าใจถูกต้องแล้วที่มีต่อมเอ๊ะ!ว่า อาจารย์ท่านนี้ไม่ใช่คนธรรมดา  มีความรู้สึกว่าอาจารย์มีบุคลิกคล้ายๆบาทหลวงในศาสนาคริสต์  แต่ถ้าในศาสนาพุทธที่ฉันนับถือ  ฉันพูดได้เต็มปากว่าท่านคือ ครูแห่งจิตวิญญาณของฉันอีกท่านหนึ่ง

                 นพ. วรวุฒิ  โฆวัชรกุล  ด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและคำพูดที่เสริมพลังใจแก่ผู้รับฟัง  จากคำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมาในช่วงท้ายของการสรุป “Believe your heart make your hand ส่วนHeadอย่าไปสนใจมากนักเราผ่านการเรียนการอบรมมามากแล้ว  คำพูดประโยคนี้ฉันน้อมนำมาประทับไว้ในจิตโดยทันที    เพราะสิ่งที่อาจารย์พูดนั้นได้เกิดขึ้นจริงกับชีวิตฉันในวันนี้  ขอขอบคุณที่อาจารย์ได้มาเน้นย้ำให้ฉันตระหนักรู้ในความสมดุลของ  ปริยัติ  ปฏิบัติ  ปฏิเวธ

                  สิ้นสุดการอบรมฉันเดินออกจากห้องMeeting room10 ด้วยจิตที่ผลิบาน  มีความปลื้มปิติเกิดขึ้นในใจ  ขณะกำลังเดินไปที่จะเรียกรถแท๊กซี่เพื่อเดินทางกลับบ้านนั้น  จิตของฉันพูดออกมาว่า  ขอขอบคุณสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล(พรพ.)  โดยเฉพาะอาจารย์ยงยุทธ สงวนชม  ที่พยายามเหนี่ยวนำให้ฉันซึ่งเป็นบุคลากรคนเดียวของโรงพยาบาลได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้  และที่จะลืมไม่ได้หน่วยงานต้นสังกัดของฉัน  โดยการนำของผู้อำนวยการ นพ.วรวิทย์  เจริญพร                  ผู้บริหารที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาที่อนุญาตให้ฉันได้มาสัมผัสบรรยากาศใหม่ที่ฉันจะประทับไว้ในดวงจิตตลอดไป

                ฉันในนามตัวแทนโรงพยาบาลหนองกุงศรี ไม่มีสิ่งใดที่จะตอบแทนในความเมตตากรุณาที่ทางพรพ.มีต่อองค์กรของฉัน  ฉันจึงขอใช้ตัวอักษรที่ฉันพยายามบรรจงร้อยเรียง  บันทึกสิ่งดีดีหรือเรื่องราวที่ได้พบเห็นรวมถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะเข้าร่วมสนทนาในห้อง World café  มาแบ่งปันสื่อแด่ท่านใดๆก็ตาม  ที่ไม่สามารถเข้าร่วมเรียนรู้ในครั้งนี้ได้รับทราบ

                    ขอขอบคุณพรพ.อีกครั้งที่เปิดโอกาสให้ฉันได้มาสัมผัสกับคำว่า จิตวิวัฒน์ทั้งนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการเรียนรู้ในห้อง World caféได้มีส่วนขัดเกลาให้ฉันได้สัมผัสจิตสำนึกใหม่  ต่อไปนี้จิตฉันเริ่มผลิบานแล้วและจะพยายามให้เบ่งบานต่อไป

                   ที่ผ่านมาองค์กรของฉันอาจจะรู้สึกอ่อนล้าไปบ้างกับการทำงานคุณภาพ  แต่มาวันนี้World caféได้มาช่วยเยียวยา   ทำให้ฉันมองเห็นหรือรู้เห็นและเกิดการตื่นรู้ขึ้นแล้ว

                   จะไม่ฟุ้งซ่านเมื่อกำลังเฟื่อง และไม่หดหู่เมื่อกำลังฟุบ

              จะขอก้าวเดินต่อไปตามกำลังและสติปัญญาที่มีอยู่  จะตั้งมั่นที่จะเป็นผู้พัฒนาคุณภาพ และจะถักทอให้เกิดขึ้นจากภายในใจของชาวโรงพยาบาลหนองกุงศรีทุกถ้วนหน้า...   ตราบนิจนิรันดร์...

=======================================================

ขอขอบพระคุณ คุณศิริมา ที่ได้กรุณานำประสบการณ์มาเรียงร้อย เรียบเรียงได้อย่างทรงพลัง และมีเมตตามากครับ

หวังว่าเราคงจะได้พบกันใหม่ เพื่อการเรียนรู้ร่วมกันอีกครั้งหนึ่งในอนาคต