ทุกท่านอาจจะเห็นน้องจิเขียนเรื่องราวไร้สาระมามากมายแล้วนะเจ้าค่ะ...55555++...บันทึกนี้ น้องจิก็ยังเขียนเป็นเรื่องราวไร้สาระอยู่...แต่คิดว่า น่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อผู้อ่านและน้องๆ ที่น่าสงสาร  โรงเรียนน้องจิได้เข้าร่วม...และ ร่วมมือกับโครงการให้เพื่อสังคม มูลนิธิกองทุนไทย ...กลุ่มเดียวกับพี่กะปุ๋มนั่นเอง...น้องจิดีใจมากที่เจอพี่กะปุ๋มในgotoknow นี้ คิคิ  วันนี้น้องจิมีโครงการที่ทำแล้วสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีมานำเสนอเจ้าค่ะ

              "วาดการ์ตูนก็ให้เพื่อสังคมได้เหรอพี่" เสียงใสๆ ถามแบบงงๆ
"ทำไมไม่ซื้อการ์ตูนให้เลยละพี่ ไม่เห็นต้องมาวาดเลย"
เด็กอีกคนถามต่อ
"แต่ก็ดีนะพี่ หนูชอบวาดรูปอยู่แล้ว..."
พูดเสร็จก็วิ่งไปเล่นกับเพื่อนๆ ต่อ ขณะที่ฉันกำลังอ้าปากจะตอบคำถาม

Lkjdp โครงการการ์ตูนเพื่อน้องผู้กำพร้า เป็นการสร้างสรรค์รูปแบบ การให้เพื่อสังคม ด้วยการชวนน้องๆ  มาร่วมกันคิด เขียน และวาดการ์ตูนเพื่อน้องผู้กำพร้า เป็นกิจกรรมดีๆ ที่ทางโรงเรียนบางลี่วิทยา อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี และโรงเรียนในเครือข่ายการให้เพื่อสังคมอีก 5 โรงเรียน ร่วมกับโครงการ ส่งเสริมการให้เพื่อสังคม มูลนิธิกองทุนไทย ช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดขึ้น ณ โรงเรียนบางลี่วิทยา เมื่อวันที่ 8-11 ธันวาคม 2549

พรรณา ผิวเผือก ครูวิชาภาษาไทย โรงเรียนบางลี่วิทยา เล่าให้ฟังว่า "เริ่มแรกครูให้นักเรียนชั้น ม.1 เขียน ส.ค.ส. อวยพรปีใหม่มอบให้กับบุคคลากรในโรงเรียน ได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ ที่วาดรูปลงในไปรษณียบัตรเป็นการ์ตูนบ้าง ภาพสัตว์ เอาภาพมาตัดแปะใน ส.ค.ส. ของตนเอง และระบายสี

เมื่อเห็นความสามารถของเด็กๆ จึงให้ลองวาดภาพการ์ตูนและเขียนคำขวัญประกอบใน โครงการโรงเรียนสีขาวก้าวไกลเอดส์ เพื่อใช้ในการรณรงค์โรคเอดส์ ยาเสพติด แล้วพาไปเดินรณรงค์ที่ตลาดด้วยการนำไปติดข้างหลัง จากนั้นก็ให้เด็กๆวาดการ์ตูนเป็นเรื่องราว แลกกันอ่านในห้องเรียน จุดนี้เองที่พบว่านักเรียนมีการใช้และเขียนภาษาไทยผิด เราจึงใช้เวลาช่วงพักกลางวันมานั่งวาดรูปกัน ทำให้ได้เห็นความก้าวหน้าในการวาดรูปและการใช้ภาษาของเด็กๆ ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ"

Oodj 
สิ่งที่นักเรียนได้ คือ การได้ฝึกการอ่าน เพราะต้องค้นคว้าจากหลายๆ เรื่อง ฝึกการเขียนและการใช้ภาษา ทำให้นักเรียนสนใจการอ่านการเขียน นอกจากนี้ครูยังเป็นผู้สร้างแรงจูงใจให้นักเรียนเห็นว่าการวาดการ์ตูนของเค้ามีคุณค่า เพราะเมื่อนักเรียนได้แสดงฝีมือวาดการ์ตูนแล้ว ได้ชวนกันไปมอบให้เด็กกำพร้าที่วัดพระบาทน้ำพุ โดยนักเรียนออกค่าเดินทางเอง

กิจกรรมค่ายดีๆ อย่างนี้ ครูพรรณา จึงบอกต่อ โดยชวนโรงเรียนในเครือข่ายของโครงการส่งเสริมการให้เพื่อสังคม มาร่วมกันก่อการดีเพื่อสังคม โดยการดำเนินโครงการการ์ตูนเพื่อน้องผู้กำพร้าในปี 2549 นี้ มีนักเรียนและโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมมากถึง 79 คน จาก 5 โรงเรียน คือ โรงเรียนบางลี่วิทยา โรงเรียนสองพี่น้องวิทยา จากสุพรรณบุรี โรงเรียนวัดตำหรุ มิตรภาพที่ 65 จากสมุทรปราการ โรงเรียนวัดพรหมสาคร จากสิงห์บุรี โรงเรียนประสานมิตร จากปทุมธานี และโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ จากกรุงเทพ

05.00 น. วันแรกของค่าย พี่เลี้ยงจากโรงเรียนบางลี่ ปลุกน้องๆ มาเดินชมธรรมชาติยามเช้า สายๆ แบ่งกลุ่มเดินหาที่เหมาะๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน ตกเย็นมาสนุกกับเกมพื้นบ้าน อย่างเดินกะลา ตีล้อยาง งานนี้ได้ท่านวิทยากรใจดี คุณสุเทพ กิติสุนทร นักวาดการ์ตูนอิสระ ได้มาสอนเทคนิคการวาดการ์ตูนให้กับน้องๆ

"Slkdiชอบทำกิจกรรมเข้าค่ายอยู่แล้วคะ เรื่องที่ร่วมกันคิดและวาดกับเพื่อนๆ คือ พลังแห่งความสำเร็จ เป็นเรื่องราวของเต่าที่อยากขึ้นไปดูชีวิตของคนบนบก เพื่อนๆ สัตว์น้ำจึงช่วยกันสร้างปีกให้เจ้าเต่าจนสำเร็จ การที่เราพยายามหรือตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นย่อมสำเร็จได้ เพราะว่าเรามีจุดมุ่งหมายคะ" ด.ญ.วิมลวรรณ แสนศรี หรือ น้องนุ่น จาก โรงเรียนประสานมิตร ชั้น ป.4/1 เล่าเรื่องราวการ์ตูนที่เธอกับเพื่อนๆ ช่วยกันเขียน

น้องจิ - นางสาวจิราภรณ์ กาญจนสุพรรณ ประธานชุมนุมดนตรีไทย และศิลปะเพลงพื้นบ้าน โรงเรียนบางลี่วิทยา ให้ความเห็นถึงการร่วมค่ายในครั้งนี้ว่า "... มีความสนใจและชอบวาดการ์ตูนอยู่แล้ว สิ่งที่ได้จากการเข้าค่ายคือทักษะในการวาดการ์ตูนจากที่ ครูสุเทพ มาสอนให้ ได้เพื่อนใหม่ต่างโรงเรียน ได้ประสบการณ์และที่รู้สึกภูมิใจ คือ นำการ์ตูนที่เราวาดไปมอบให้น้องๆ ผู้กำพร้าอีกด้วย จะได้เป็นกำลังใจให้เค้าดำเนินชีวิตต่อไปได้

จริงๆ แล้ว การให้เพื่อสังคม ทำได้ง่ายนิดเดียว เราไม่จำเป็นต้องให้เงิน ให้ทอง อย่างค่ายนี้พวกเรายังเด็กยังหาเงินไม่ได้ เราก็ได้ให้ความสามารถในการวาดการ์ตูน เรื่องที่คิดกับเพื่อนๆ คือ "อมยิ้มมหาภัย" สอนเรื่องรักษาสุขภาพฟันให้แข็งแรง ซึ่งตนเป็นคงวางโครงเรื่องและระบายสีพื้นหลัง .."
หนุ่มน้อยจากโรงเรียนประสานมิตร กล่าวถึง การให้เพื่อสังคม

ครูแดง - รัฎติญากร การวิบูลย์ ครูสอนวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ ให้ทรรศนะถึงการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า "เป็นครั้งที่สองที่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกับโครงการส่งเสริมการให้ฯ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของเด็กๆ คะ อย่างเด็กบางคนไม่เคยมาทำกิจกรรมแบบนี้ ก็มีการปรับตัวขึ้นเยอะ กิจกรรมดีๆ แบบนี้อยากให้มีอีก เพราะบางครั้งเด็กเองก็ไม่รู้จะทำอะไรหรือให้อะไรในสังคม ถือว่าเป็นการสร้างเด็กให้มีคุณภาพและหันมาทำอะไรเพื่อสังคมมากขึ้นอีกด้วย"

เย็นวันที่ 10 ธ.ค. ผลงานที่กลั่นมาจากความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ จำนวน 26 เรื่อง ก็ถูก ครูพรรณา นักเล่านิทานจำเป็น เล่าเรื่องให้เด็กๆฟัง และเช้าตรู่ วันที่ 11 ธ.ค. 2549 เด็กๆ พร้อมผลงานก็ออกเดินทางจากโรงเรียนบางลี่ สุพรรณบุรี ไปยังโรงเรียนประชาราษฎร์นุเคราะห์ 33 อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี

น้องๆ ครู และเจ้าหน้าที่จากโรงเรียนประชาราษฎร์ฯ 33 มาต้อนรับเราอย่างอุ่นหนาฝาคลั่ง พิธีการต่างๆ ดำเนินไปอย่างเป็นกันเองและอบอุ่น สุดท้ายก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย คือ การมอบหนังสือการ์ตูนให้น้อง และกิจกรรมแลกกันอ่านการ์ตูน และพลัดกันเล่น ?จักจั่น? กับน้อง เท่านี้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทั้งพี่ๆ และน้องๆ ก็ปรากฏให้เห็นเต็มห้องประชุม

"การให้เพื่อสังคม ถ้าเราให้ด้วยใจ เราลงแรง ลงความคิด ลงมือทำ มีคุณค่ามากกว่าเราหยิบเงินแล้วซื้ออะไรซักชิ้นหนึ่งแล้วให้ใคร" ครูพรรณา ทิ้งท้าย

                                         Lkdjfo 

    หนูจิได้ร่วมเป็นพี่เลี้ยงในค่ายนี้ด้วย...ในรูปสุดท้ายนี้ หาน้องจิให้เจอสิค่ะว่าหนูอยู่ที่ไหน 5555++...หนูยังหาตัวเองไม่เจอเลยเจ้าค่ะ คิคิ

          ขอเป็นกำลังใจให้พี่ๆ ที่สร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อสังคม ขอขอบคุณมูลนิธิกองทุนไทย ที่ส่งเสริมกิจกรรมดีๆให้เด็กๆอย่างพวกหนู และปลูกฝังให้เด็กๆรักการให้เพื่อสังคมอีกด้วย

           ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านบันทึกของหนูค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกๆท่าน ----> น้องจิ ^_^ 

                                 ขอขอบคุณ www.give2all.com  คิคิ