ที่บอกว่านักส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชรเป็นทีมก็เพราะว่านักส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองเขาทำงานกันเป็นทีมครับ โดยจะรวมกัน 4-5 คนต่อทีม มีหัวหน้าทีมและลูกทีม แล้วจะทำแผนการทำงานร่วมกัน-ลงไปในพื้นที่พร้อมๆ กัน ผมลองสอบถามว่ามีเหตุผลอย่างไรถึงต้องทำงานเป็นทีม พบว่า
- น้ำมันแพงครับ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงมาก ทำให้ต้องไปไหนไปด้วยกันหรือทางเดียวกันไปด้วยกันว่างั้นเถอะ
- ส่วนใหญ่ใช้รถยนต์เป็นพาหนะครับ สมัยก่อนขี่มอเตอร์ไซค์ค่าน้ำมันก็คงไม่เท่าไร
- ในการทำงานก็จะเกิดการเรียนรู้และสอนงานกันไปในตัว
- ทุกคนต่างได้ทำหน้าที่ในงานที่ถนัดอย่างเต็มที่ และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรเพราะได้ทำงานในหลายๆ ตำบล
- อุปกรณ์และเอกสารในการทำงานเยอะครับ จะซิ่งโดยสะพายย่ามเหมือนหนุ่มๆ ก็ลำบาก (เดี๋ยวนี้เอะอะอะไรก็ขึ้นทะเบียน ต้องพกเอกสารไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
- อายุมากขึ้น...อิอิ..ข้อนี้ผมสังเกตเอง เพราะอายุมากขึ้นจะเป็นเฒ่าแว้นๆ ก็คงจะไม่ไหว ต้องใช้รถยนต์ในการเดินทาง เลยต้องร่วมกันไปอย่างว่า
ในการทำงานเป็นทีมนั้นผมคิดว่า เป็นนวัตกรรมหนึ่งของการทำงานของนักส่งเสริมการเกษตรนะครับ วันที่ผมไปร่วมกับทีมงานของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชรนั้น มีทีมนักส่งเสริมฯ 4 ท่านที่ลงไปทำงานจัดเวทีในวันนั้น คือ คุณเชาวริก ครุฑอินทร์ หัวหน้าทีม คุณอรวรรณ เก่งสนาม คุณสุพล น้อยพันธุ์ และคุณปรียารัตน์ สืบวงค์ ต่างคนต่างทำหน้าที่ตามที่ตนเองถนัด ส่วนผมก็ไปร่วมแจมในการนำเข้าสู่กระบวนการด้วยการฉายวีซีดีเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำแผนแม่บทชนชน และชักนำให้เห็นภาพความสำคัญของอาชีพการเกษตรและการพัฒนาอาชีพการเกษตรด้วยอาสาสมัครเกษตร มีภาพและรายละเอียดประกอบครับ
- ผมนำเข้าสู่บทเรียน ด้วยการชมวีซีดี และการพูดคุย

- อาสาสมัครแต่ละตำบลแบ่งกลุ่มเพื่อหาความต้องการในการเรียนรู้ของอาสาสมัครเกษตร

- นอกจากนั้นยังแถมด้วยการลงพื้นที่ไปพบปะเยียมเยียนกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ตำบลธำมรงค์

วันที่ 28 มีนาคม 2551 ร่วมไปจัดเวทีที่ตำบลนครชุม ในวันนี้นอกจากจะได้ไปร่วมเวทีกับทีมของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแล้ว ยังเป็นการลงไปให้กำลังใจคุณปรียารัตน์ สืบวงค์ http://gotoknow.org/profile/fourmi นักส่งเสริมการเกษตรรุ่นใหม่ของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ได้รับการสอนงานมาบ้างแล้วเมื่อปีที่ผ่านๆ มา (อ่านเพิ่มเติมการสอนงาน) วันนี้สามารถดำเนินกระบวนการจัดทำแผนของอาสาสมัครเกษตรของตำบลนครชุมได้อย่างน่าชื่นชม
โดยเวทีนี้นอกจากการจัดทำแผนแล้ว น้องปรียารัตน์ ยังได้นำการจัดการความรู้มาเสริมเวทีในวันนั้น ด้วยการเชิญลุงบุญยัง ปราชญ์ชาวบ้านของตำบลนครชุมมาเล่าประสบการณ์ เพื่อ ลปรร. กับอาสาสมัครเกษตรในเนื่อหาเกี่ยวกับการทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งลุงบุญยัง เป็นผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จ อ่านรายละเอียดได้จากบันทึกของคุณจันทร์ฉายครับ http://gotoknow.org/blog/kitikantkpp/170690

คุณปรียารัตน์ (ขวามือ) กับลุงบุญยังปราชญ์ชาวบ้าน
เห็นการทำงานร่วมกันเป็นทีมของนักส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแพงเพชรแล้วชื่นใจครับ การทำงานเป็นทีม(ไม่ใช่ตัวใครตัวมัน)เป็นการปรับตัวของคนทำงานในภาคสนามเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ส่วนผมก็ยินดีไปร่วมทุกงานครับหากมีเวลาว่างพอ โดยไม่เคยคิดว่าบางกิจกรรมไม่ใช่งานที่รับผิดชอบก็ตาม ผมถือว่าการลงไปทำงานในภาคสนามนั้นเป็นการได้โอกาสเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เอาเกษตรกรเป็นตัวตั้งช่วยเต็มที่ ไม่จำเป็นต้องเป็นทางการเสมอไปชวนมาเมื่อไรก็ลงไปทำงานกันทันที วิธีการหรือรูปแบบนั้นบางครั้งก็ไปคิดกันเอาข้างหน้า ทำไปเรียนรู้ไป
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก 2 เมษายน 2551
ดีจัง อยากให้เกษตรอ่าน เยอะๆ
ท่านสิงห์ป่าสัก เพื่อรัก นักพัฒนา Team มีได้ เพราะ TRUST นิ
หวัดดีครับ
สวัสดีครับคุณวีรยุทธ