การทำงานเป็นทีม(ไม่ใช่ตัวใครตัวมัน)เป็นการปรับตัวของคนทำงานในภาคสนามเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์
         เมื่อวันที่ 27-28  มีนาคม 2551  ผมได้รับการประสานอย่างเป็นกันเอง (แบบไม่เป็นทางการ) จากทีมงานของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชร   ในการประสานงานครั้งนี้เป็นการลงไปร่วมจัดกระบวนการเพื่อจัดทำแผนการเรียนรู้ของอาสาสมัครเกษตรของตำบลธำมรงค์ (ในวันที่ 27 มีนาคม 2551) และจัดทำแผนของอาสาสมัครของตำบลนครชุม (ในวันที่ 28 มีนาคม 2551)

          ที่บอกว่านักส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชรเป็นทีมก็เพราะว่านักส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองเขาทำงานกันเป็นทีมครับ  โดยจะรวมกัน  4-5 คนต่อทีม มีหัวหน้าทีมและลูกทีม  แล้วจะทำแผนการทำงานร่วมกัน-ลงไปในพื้นที่พร้อมๆ กัน  ผมลองสอบถามว่ามีเหตุผลอย่างไรถึงต้องทำงานเป็นทีม  พบว่า

  • น้ำมันแพงครับ  ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงมาก  ทำให้ต้องไปไหนไปด้วยกันหรือทางเดียวกันไปด้วยกันว่างั้นเถอะ
  • ส่วนใหญ่ใช้รถยนต์เป็นพาหนะครับ  สมัยก่อนขี่มอเตอร์ไซค์ค่าน้ำมันก็คงไม่เท่าไร 
  • ในการทำงานก็จะเกิดการเรียนรู้และสอนงานกันไปในตัว
  • ทุกคนต่างได้ทำหน้าที่ในงานที่ถนัดอย่างเต็มที่  และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรเพราะได้ทำงานในหลายๆ ตำบล
  • อุปกรณ์และเอกสารในการทำงานเยอะครับ  จะซิ่งโดยสะพายย่ามเหมือนหนุ่มๆ ก็ลำบาก (เดี๋ยวนี้เอะอะอะไรก็ขึ้นทะเบียน ต้องพกเอกสารไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
  • อายุมากขึ้น...อิอิ..ข้อนี้ผมสังเกตเอง  เพราะอายุมากขึ้นจะเป็นเฒ่าแว้นๆ ก็คงจะไม่ไหว  ต้องใช้รถยนต์ในการเดินทาง เลยต้องร่วมกันไปอย่างว่า

         ในการทำงานเป็นทีมนั้นผมคิดว่า เป็นนวัตกรรมหนึ่งของการทำงานของนักส่งเสริมการเกษตรนะครับ  วันที่ผมไปร่วมกับทีมงานของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกำแพงเพชรนั้น มีทีมนักส่งเสริมฯ 4 ท่านที่ลงไปทำงานจัดเวทีในวันนั้น คือ คุณเชาวริก  ครุฑอินทร์ หัวหน้าทีม  คุณอรวรรณ  เก่งสนาม  คุณสุพล  น้อยพันธุ์  และคุณปรียารัตน์  สืบวงค์ ต่างคนต่างทำหน้าที่ตามที่ตนเองถนัด  ส่วนผมก็ไปร่วมแจมในการนำเข้าสู่กระบวนการด้วยการฉายวีซีดีเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำแผนแม่บทชนชน  และชักนำให้เห็นภาพความสำคัญของอาชีพการเกษตรและการพัฒนาอาชีพการเกษตรด้วยอาสาสมัครเกษตร  มีภาพและรายละเอียดประกอบครับ

  • ผมนำเข้าสู่บทเรียน ด้วยการชมวีซีดี และการพูดคุย 

  • อาสาสมัครแต่ละตำบลแบ่งกลุ่มเพื่อหาความต้องการในการเรียนรู้ของอาสาสมัครเกษตร

 

 

  • นอกจากนั้นยังแถมด้วยการลงพื้นที่ไปพบปะเยียมเยียนกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ตำบลธำมรงค์

  

          วันที่ 28  มีนาคม  2551 ร่วมไปจัดเวทีที่ตำบลนครชุม  ในวันนี้นอกจากจะได้ไปร่วมเวทีกับทีมของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแล้ว   ยังเป็นการลงไปให้กำลังใจคุณปรียารัตน์  สืบวงค์ http://gotoknow.org/profile/fourmi   นักส่งเสริมการเกษตรรุ่นใหม่ของกรมส่งเสริมการเกษตร  ที่ได้รับการสอนงานมาบ้างแล้วเมื่อปีที่ผ่านๆ มา (อ่านเพิ่มเติมการสอนงาน) วันนี้สามารถดำเนินกระบวนการจัดทำแผนของอาสาสมัครเกษตรของตำบลนครชุมได้อย่างน่าชื่นชม 

        โดยเวทีนี้นอกจากการจัดทำแผนแล้ว  น้องปรียารัตน์  ยังได้นำการจัดการความรู้มาเสริมเวทีในวันนั้น ด้วยการเชิญลุงบุญยัง ปราชญ์ชาวบ้านของตำบลนครชุมมาเล่าประสบการณ์ เพื่อ ลปรร. กับอาสาสมัครเกษตรในเนื่อหาเกี่ยวกับการทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งลุงบุญยัง เป็นผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จ  อ่านรายละเอียดได้จากบันทึกของคุณจันทร์ฉายครับ http://gotoknow.org/blog/kitikantkpp/170690

100_9188
คุณปรียารัตน์ (ขวามือ) กับลุงบุญยังปราชญ์ชาวบ้าน

  

          เห็นการทำงานร่วมกันเป็นทีมของนักส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแพงเพชรแล้วชื่นใจครับ   การทำงานเป็นทีม(ไม่ใช่ตัวใครตัวมัน)เป็นการปรับตัวของคนทำงานในภาคสนามเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์  ส่วนผมก็ยินดีไปร่วมทุกงานครับหากมีเวลาว่างพอ  โดยไม่เคยคิดว่าบางกิจกรรมไม่ใช่งานที่รับผิดชอบก็ตาม  ผมถือว่าการลงไปทำงานในภาคสนามนั้นเป็นการได้โอกาสเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตนเอง   เอาเกษตรกรเป็นตัวตั้งช่วยเต็มที่  ไม่จำเป็นต้องเป็นทางการเสมอไปชวนมาเมื่อไรก็ลงไปทำงานกันทันที   วิธีการหรือรูปแบบนั้นบางครั้งก็ไปคิดกันเอาข้างหน้า  ทำไปเรียนรู้ไป

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยุทธ   สมป่าสัก  2 เมษายน  2551