"เสียง" จากคนที่ "ไม่เคยมีเสียง" ไม่เคยดังไปถึงผู้มีอำนาจหรือแม้แต่ "สังคม"

คุกสถานที่อันไม่พึงประสงค์ดังที่ได้เกริ่นไว้ในตอนที่ 1 นั้น ผู้ต้องขังส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด ผู้ที่เคยใช้ยาเสพติดชนิดฉีด ส่วนใหญ่ที่ใช้เฮโรอีนมาก่อน จะอยู่ในช่วงอายุเกิน 25 ปีขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเคยต้องโทษ จับกุม และมีคดีติดตัวมากกว่า ดังนั้นจึงมีประวัติและการถูกตีตราโดยสังคมและกฎหมายอยู่ก่อนหน้าที่จะกระทำความผิด หรือแม้แต่การไม่ได้ทำผิดมักจะถูกกล่าวโทษหรือพิพากษาล่วงหน้าโดยสังคมหรือตำรวจเอง ช่วงสงครามยาเสพติด ผู้ที่เคยใช้เฮโรอีนกลับกลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่สังคมจะต้องกำจัดออกไปเป็นอันดับแรก  เนื่องจาก มีคดีเก่าอยู่แล้วเฉลี่ยมากกว่า 1 คดีขึ้นไป ทำให้มีประวัติเป็นที่ต้องการของตำรวจ การหาตัวจะง่าย เพราะถูกตีตราไว้ ง่ายต่อการถูกจับเป็นแพะช่วยสร้างผลงาน คนที่กลับตัวเป็นคนดีแล้วแต่ยากที่จะ ปฏิเสธว่าเป็นผู้ที่เคยใช้ยา ซึ่งถูกมองว่ามีประวัติด่างพร้อย แต่ยิ่งผู้ใช้ยาเสพติดตกเป็นเป้าหมายยิ่งระวังตัว ก่อให้เกิดพิรุธพฤติกรรมยิ่งเป็นที่สงสัยของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ผ่านมามีนโยบายเอ๊กซเรย์ ทุกตารางนิ้วหรือการสร้างพลังแผ่นดินยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าผู้ใช้ยาเสพติดเป็นจุดดำของสังคมที่ทุกคนต้องกำจัด ยิ่งเป็นการสร้างความแบ่งแยกกีดกัน โดยขาดการทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ รวมถึงครอบครัวของผู้ใช้ยาเองยังถูกตกเป็นเป้าหมายของสังคมนำมาสู่การละเมิดสิทธิมนุษย์ชนในสังคมไทยอย่างที่ไม่มีมาก่อน เป็นการทำลายทุนทางสังคมโดยเฉพาะสังคมแบบปฐมภูมิ ที่มีแต่ความรัก ความสามัคคี เห็นอกเห็นใจกันระหว่างครัวเรือน กลับกลายเป็นการผลักดันสู่ความเหินห่างแตกแยก เช่น การไม่คบค้าสมาคมครอบครัวที่มีผู้ใช้ยา การตัดน้ำตัดไฟ ตัดจากกองทุนกู้ยืม สมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์  การห้ามเผาศพในหมู่บ้าน ฯลฯ เคยมีกรณีที่พ่อ แม่ซึ่งไม่เคยรู้จักไม่เคยเห็นแม้แต่ยาเสพติด  ที่ต้องเดินไปร้องไห้ไป เพื่อไปซื้อยามาให้ลูกที่กำลังทรมานจากการลงแดง มีอาการ หนาวน้ำ  ครอบครัวนี้ถูกซ้ำเติมจากคนในสังคมต้องขายบ้าน ขายที่ดินย้ายชุมชน ผู้เป็นพ่อเสียชีวิตลงด้วยวัย 50 กว่าปี ด้วยโรคหัวใจ ลูกติดเชื้อ HIVและถูกจับกุม แม่มีรายได้เล็กน้อยจากการขายกล้วยแขกเพื่อหาเงินไปเยี่ยมลูกในแต่ละเดือน ผู้ใช้ยาบางรายถูกยัดข้อหา / บังคับให้สารภาพ  เพื่อการสร้างผลงานของตำรวจ บางรายมีการยัดของกลาง บางรายยัดข้อหา เป็นแพะเพื่อสร้างผลงานผู้ใช้ยาเสพติดหลายคนเคยชินกับประโยคเดิมๆ ของผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ที่ว่า มึงจะเอาครอบครอง หรือ คันคลองหมายถึง การยัดข้อหาหรือให้ยอมรับการครอบครองยาเสพติดโดยไม่ได้รับอนุญาต (ในกรณีที่ไม่มีหรือไม่พบของกลาง) ก็ไม่ต้องไปคันคลองคือ ถูกเก็บหรือ ฆาตกรรมโดยถูกกฎหมายแล้วให้คนไม่เจอศพในลำคลอง จึงทำให้ผู้ใช้ยาที่ไม่มีของกลางต้องยอมรับการครอบครองของโดยที่ตนเองไม่ได้กระทำความผิด บางคนถูกบังคับเป็นสายเพื่อแลกกับยาเล็กน้อยและอิสรภาพ ถูกตำรวจตรวจค้นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหมายค้น บางคนเจอข้อหาแปลก ๆ เช่น ครอบครองทางกระแสเลือด เป็นต้น ดังนั้นผู้ใช้ยาแต่ละราย มีความหลากหลายรูปแบบและคดีที่เข้าโรงเรียนเล็ก ใหญ่(สถานพินิจ ฑัณฑสถาน)  ทั้งครอบครอง เสพ จำหน่าย ปล้น ฆ่า จี้ชิงทรัพย์ ฯลฯ  เมื่อไปอยู่รวมกันจึงเกิดกระบวนการเรียนรู้รูปแบบใหม่ เหมือนเป็นโรงเรียนฝึกวิชาเมื่อเขาหมดอิสรภาพจากภายนอกสังคมอาจจะมองว่าหมดภาระสังคม แต่ในความเป็นจริงเขาหลายคนมีการไปสร้างสังคมใหม่ ข้างใน มีเพื่อนที่ถูกจับก่อนหน้ารอต้อนรับ มีการรวมกลุ่ม มีการเจอเพื่อนเก่า และคบเพื่อนใหม่ เหมือนเป็นอาณาจักรแห่งใหม่ ในคุกมีรุ่น และ ขาใหญ่ เด็กนาย และเด็กฝาก  มีอำนาจ มีชนชั้น มีความสัมพันธ์เชิงอำนาจซึ่งอำนาจภายในคุกอิงอยู่กับ เงิน และ บารมี ที่สั่งสม หากมีเงินก็สามารถจ้างคนอื่นทำได้ เช่น ซักผ้าเก็บกวาดโรงนอน,ต่อยตีทำร้ายฝ่ายตรงข้าม,หายาหรือสิ่งเสพติดให้ ฯลฯ ผู้ต้องขังบางรายใช้ชีวิตสบายยิ่งกว่าอยู่ข้างนอก ผู้ต้องขังหลายคนเข้า ออกหลายครั้ง รู้จักคน รู้จักเครือข่าย วงจรและกระบวนการเกี่ยวกับยามากขึ้น บางรายขยายเครือข่ายไปสู่การกระทำความผิดที่กว้างและรุนแรงขึ้น รวมถึงการถูกฆ่าตัดตอนในคุกเป็นสิ่งที่มีและเกิดขึ้นได้ เนื่องจากผู้ค้ารายใหญ่บางรายที่มีอำนาจบารมีมากกลัวถูกการซัดทอดจับกุม เมื่อลูกน้องถูกจับจึงมักส่งสายเข้ามาในเรือนจำเพื่อฆ่าอำพรางคดีในคุก การอยู่รวมกันในสถานที่คุมขังนั้นต้องระลึกไว้เสมอว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม มีกิเลส ตัณหา ราคะ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเหล่านี้ ทั้งสมัครใจและถูกบังคับ ในการมีเพศสัมพันธ์ในเพศเดียวกัน จนบางรายเคยชินและชื่นชอบจนกลายเป็นวิถีชีวิตนอกเรือนจำ ข้างในมีเพศวิถีที่หลากหลาย เช่น เลี้ยงเหลือง (เลี้ยงเด็กไว้ส่วนตัวสำหรับร่วมเพศ-เด็กกูใครอย่าแตะ), เด็กเลี้ยง (เด็กในสังกัดของกลุ่มขาใหญ่หรือมีอำนาจรวมถึงเด็กที่ต้องการหาความปลอดภัยหาคนคุ้มครองจึงเลือกที่จะอยู่ในสังกัด), เด็กกองกลาง (เด็ก ๆ ของส่วนกลางที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดของใครเป็นพิเศษ), เด็กขาย (บางคนเรียกว่าโสฯ ประจำแดน จะให้บริการทางเพศให้แก่ผู้ที่มีเงินหรือเหงาที่อยู่ในเรือนจำ แลกกับเงินหรือบุหรี่) , เด็กฟรี (คล้ายๆ กับเด็กกองกลาง แต่ส่วนมากเป็นกลุ่มระดับล่างที่หน้าตาไม่ดีนัก หรือเป็นชนเผ่าที่มีระดับการต่อรองน้อยรวมถึงบางคนที่นิยมและชื่นชอบการมีเพศสัมพันธ์ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ของตอบแทน) , เด็กนาย (มีความหมายทั้งเชิงพฤติกรรมทางเพศคือเป็นคนที่นายหรือผู้คุมโปรดปรานเป็นพิเศษมีเพศสัมพันธ์กันจนเป็นที่รู้กันของกลุ่มผู้ต้องขัง และความสัมพันธ์ในเชิงเส้นสายอำนาจ ผู้คุมแต่ละคนจะมีเด็กในสังกัดเพื่อเสริมบารมีและอำนาจตนเอง  ฯลฯ ซึ่ง เด็กพิเศษ เหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กหน้าตาดี หรือคนที่เข้าไปใหม่ ที่มักจะถูกรับน้อง ด้วยวิธีการแปลก ๆ การใช้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ เช่น มึงจะเอาเหล็กหรือเนื้อ หมายถึงการบังคับข่มขืนโดยใช้กำลังหรืออาวุธ เพื่อขอร่วมเพศทางทวารหนัก (รู ทเวลฟ์) หรือ การทำ ออรัลเซ็กซ์ทั้งการเป็นผู้ทำและผู้ถูกทำ หากไม่ยินยอมโอกาสที่จะถูกทำร้ายก็มีสูง แต่ละแดนหลายคนมีการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย,บางคนคบกันเหมือนสามีภรรยา,บางคนต้อง ปฏิบัติ นายด้วย เช่น หากนายหรือเจ้าหน้าที่บางคนมีความต้องการทางเพศต้องเป็นที่ระบายให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย  ข้อเท็จจริง ในเรือนจำเกือบทุกแห่งห้ามนำเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น ถุงยางอนามัย เจลหล่อลื่น เข้าในสถานที่คุมขังอย่างเด็ดขาด  จึงเกิดความเสี่ยงสูงสุดต่อการติดเชื้อ HIV

พี่หนุ่ม ชายวัย 37 ปี เคยเข้าเรือนจำหลายครั้งจากคดียาเสพติดเป็นอีกคนหนึ่งที่ติดเชื้อ HIV จากการใช้เข็มร่วมกันกับน้องและเพื่อน ๆ ปัจจุบันพ้นโทษแล้ว เล่าถึงประสบการณ์ในเรือนจำให้ฟังตอนหนึ่งว่า ในแต่ละแดนจะมีผู้ต้องขังหลายคดีรวมกันนอนเบียดจนแทบจะขี่กันถ้าลุกเข้าห้องน้ำกลับมาก็ไม่มีที่นอน ในเรือนจำมีกฎระเบียบเคร่งครัด มีรุ่น มีขาใหญ่ เข้าไปวันแรกจะมีรุ่นใหญ่คอยรับน้องความหนักเบาของการรับขึ้นอยู่กับคดีที่โดนถ้าเป็นคดียาเสพติดก็โดนเบาะ ๆ  เช่นให้แก้ผ้า วิดพื้น กลิ้งไปมา แต่คดีที่โดนหนักจะเป็นคดีข่มขืนและทำร้ายพ่อแม่ ถ้าใครโดนคดีข่มขืนก็ต้องโดนเรียงคิวจากคนที่รอรับน้องรวมถึงการถูกบังคับให้กินน้ำอจุจิของทุก ๆ คน ถ้าไม่ยอมก็ต้องโดนซ้อม บางรายก็สะบักสะบอม ในเรื่องการมีอะไรกันเป็นเรื่องธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไปราวครึ่งต่อครึ่งมีเพศสัมพันธ์กับผู้ต้องขังด้วยกัน บางคนมีแฟนอยู่กินกันเหมือนเป็นสามีภรรยา มีการจัดงานแต่งงานระหว่างนักโทษชายในเรือนจำก็มี สำหรับแฟนพี่อยู่คนละแดน จะเจอกันได้ก็โดยการแลกเวรสับเปลี่ยนหน้าที่ให้มีเวลาตรงกันซึ่งก็ต้องใช้ทั้งเงินและบุหรี่ โดยเฉพาะบุหรี่จะมีค่ามากถ้าอยู่ข้างในจะซักผ้า เก็บกวาดหรือทำงานหรือแม้แต่การจ้างคนให้ไปต่อยใครบุหรี่ก็ใช้ได้ดีทีเดียวพอตกกลางคืนบางคนก็มีเพศสัมพันธ์กันในห้องแต่ไม่มีใครสนใจใคร ต่างคนต่างทำงานเหนื่อย ถุงยางอนามัยไม่ต้องพูดถึงมีน้อยมาก จะได้ก็จากคนที่ทำงานในเรือนพยาบาลแค่นั้น

อ๊อด ผู้เคยมีประสบการณ์ในเรือนจำอีกคนหนึ่งเล่าประสบการณ์ของตัวเองให้ฟังว่า ผมอยู่ในเรือนจำประมาณ 2-3 เดือน หลังจากตำรวจเรียกตรวจเขาระหว่างเดินทางไปศูนย์บำบัด ในคุกก็มียาเหมือนกับข้างนอกทุกอย่างเลย ผู้ต้องขังทำเข็มฉีดยาด้วยตนเองจากเข็มและหลอดฉีด และมีการใช้เข็มนั้นร่วมกัน เราจะเอายาที่เป็นของเหลวใส่ลงในหลอดแก้ว จากนั้นจะเป่าหลอดเพื่อให้เกิดแรงดันให้ของเหลวไหลเข้าไปในเส้นเลือด มันต้องใช้ความพยายามหน่อยและต้องเป่าให้แรงพอดี ๆ ส่วนใหญ่พวกเราจะใช้อุปกรณ์ร่วมกัน เพราะมันมีราคาแพง เราเลยซื้อเฮโรอีนแค่พอสำหรับฉีดครั้งเดียว และผสมในฝาขวดและจำกำหนดให้มีคนหนึ่งเป็นผู้ฉีด ซึ่งต้องแบ่งฉีดให้เท่ากับทุกคน เวลาฉีดเสร็จคนหนึ่ง ผู้ฉีดจะอมน้ำไว้ในปากและบ้วนใส่หลอดเพื่อทำความสะอาด เราทำแบบนี้กันสามถึงสี่คนจะเอาเงินมาลงขันกัน และซื้อเฮโรอีนปริมาณที่พอฉีดได้ครั้งหนึ่ง จากนั้นก็จะไปเช่าอุปกรณ์จากอีกคนหนึ่งมา ซึ่งเขาจะได้รับค่าเช่าเป็นเฮโรอีนส่วนหนึ่ง ก็เลยกลายเป็นว่าเราลงขันกัน 5 คนแทนที่จะเป็นสี่คน เวลาที่เขาจะเอา ของเข้าไปอย่างเช่นเวลามีคนออกไปขึ้นศาลข้างนอกพวกเขาจะไปเอายามา เราเรียกกันว่า ขี่รถเมล์พวกเขาจะเอายาอัดกันแน่นและห่อเป็นขนาดเท่าเม็ดข้าวโพด บางทีพวกเขาก็จะกลืนลงไป หรือซ่อนไว้ในจมูก มีอยู่คนหนึ่งที่กลืนลงไปแล้วแตกขึ้นมาทำให้เขาตาย คุกบางที่โดยเฉพาะคุกเก่ามีกำแพงไม่สูงมากทำให้สามารถซ่อนยาในดินเหนียวแล้วโยนข้ามกำแพงเข้ามา เราจะนัดแนะเวลากัน อย่างเช่นวันที่ผมถูกปล่อยตัวออกไป ผมจะบอกเพื่อนให้มารออยู่หลังกำแพงตามเวลาที่นัดหมายแล้วผมจะโยนยาเข้าไป ยังมีอีกวิธีการหนึ่งเพื่อนำยาเข้ามา เรียกว่า การเซฟของด้วยการกลืนยา หรือซ่อนยาในจมูกหรือทวารหนักหรือถ้ามีเงินมากพอก็สามารถติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้เอายาเข้ามาให้ได้ แบบนี้เรียกว่า ขี่สิงโต ราคาที่จ้างจะเป็นต่อครั้ง เช่น 10,000 บาท หรือบางครั้งก็ตกลงจ่ายเป็นงวด ๆ เงินหนึ่งหมื่นบาทที่เสียไปแต่ละเดือน คุ้มค่ามากเพราะถ้ายาหลุดรอดเข้ามาเราจะมีเงินและยาใช้มากกว่านั้นหลายเท่า... ดังนั้นยาเสพติดไม่ใช่สิ่งหายากในเรือนจำหากมี เงิน ทั้งโดยการลักลอบของผู้ต้องขัง และเจ้าหน้าที่เอง ที่บางส่วนยังมีการนำเข้าไปเพื่อจำหน่ายเอง เนื่องจากเป็นตลาดมืดแห่งใหญ่ที่สังคมหรือกฎหมายเข้าไปไม่ถึง ในคุกนั้นการได้มาซึ่งยาแล้วยังต้องแบ่งเพื่อนเพื่อให้ ได้ใจกัน  ซึ่งเป็นธรรมชาติของผู้ใช้ยาอยู่แล้ว ในคุกไม่มีอุปกรณ์ที่สะอาด ปลอดภัยที่เพียงพอ ใช้เท่าที่มี เช่น ปลอกปากกาหลอดน้ำส้ม หรือ สายน้ำเกลือหรือเรียกว่าปืนที่ใช้มาจากรุ่นสู่รุ่น มีคนหนึ่งที่เป็นคนฉีดให้ เรียกว่า มือปืน และคนที่ใช้ยาก็มีจำนวนมาก การฉีดแต่ละครั้งต้องเข้าแถวเรียงกัน ไม่มีเวลาทำความสะอาดเข็ม ไม่สนใจว่าใครจะเป็นโรคอะไร ติดต่อหรือไม่ ขอให้ได้ยาไว้ก่อน อีกทั้ง ของ(ยา)มีจำกัด เวลามีน้อย สถานที่ไม่เอื้ออำนวย นายจะมาตรวจ กลัวถูกซ้อม ถูกขังเดี่ยว ฯลฯ ทำให้ต้องเร่งรีบ ไม่มีเวลาล้างเข็ม รวมถึงความเชื่อว่าการล้างเข็มทำให้ยาที่ติดที่เข็มถูกล้างไป (ไม่ต้องล้างดีกว่า เสียดายของ) เป็นสาเหตุทำให้ติดเชื้อและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV และเชื้ออื่น ๆ เช่น ไวรัสตับชนิดบี และซี ในกลุ่มผู้ใช้ยามีความเป็นเพื่อนสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่สนิทกันจึงเกิดการมีทัศนคติที่ผิด ๆ เช่น ผมรักพี่รักเพื่อน การได้ใช้เข็มร่วมกันเหมือนเป็นการสาบานด้วยเลือด ยิ่งบางคนยิ่งใช้เข็มที่มีเลือดติด ยิ่งเหมือนเป็นการสร้างความผูกพัก หรือบางคน ไม่ล้างเพราะกลัวยาที่มีน้อยอยู่แล้วเจือจางไปทำให้ผู้ใช้ยาชนิดฉีดไม่น้อยกว่า 80 % ติดเชื้อ HIV จากในเรือนจำ

การถูกตีตราว่าเป็น ขี้คุก รวมถึงการนำผู้ใช้ยาไปรวมกันในเรือนจำหรือค่าย ทำให้รู้จักกันมากขึ้นเกิดการขยายเครือข่าย พัฒนาตนจากผู้เสพสู่ผู้ค้า ซึ่งทั้งการปราบปรามและการตีตรา การมุ่งกำจัดผู้ใช้ยา ที่ปรากฏภาพต่อสังคมว่ายาเสพติดหายไปนั้น แท้จริงแล้ว ส่วนหนึ่งผู้เสพหรือผู้ค้าถูกจับกุมและควบคุมตัวในเรือนจำ ในศูนย์บำบัด แต่ผู้ใช้ยาที่ยังอยู่ในสังคมกลับยิ่งหลบ ยิ่งซ่อนเร้นมีการระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายสิบเท่า เพราะกลัวถูกเป็นเป้าหมายของการถูก กำจัด เมื่อยิ่งหลบเร้น จากเดิมที่ไม่เคยได้เข้าถึงข่าวสาร ข้อมูล ความรู้ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพอยู่แล้วกลับยิ่งไม่ได้รับข้อมูลและคนทำงานก็ทำงานยากขึ้น จากเดิม สถิติผู้ใช้ยาโดยเฉพาะชนิดผู้ใช้ยาชนิดฉีด (การใช้ยาชนิดฉีดสังคมยังยึดติดอยู่เฉพาะที่การใช้เฮโรอีน แต่ความจริงมีการปรับใช้ยาหลายประเภทเพื่อการฉีดเช่น โดมิกุ้มหรือมิดาโซแรม ซึ่งเป็นยานอนหลับอย่างแรงที่เรียกกันว่า ยาเสียสาว บางคนใช้ยาบ้ามาต้มเพื่อทำการฉีด  ) จำนวน 40 50 %  ติดเชื้อHIV และ 90 % ติดเชื้อไวรัสตับอับเสบซี (HCV) ที่ไม่เคยได้รับการใส่ใจ ที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ใช้ยา และสามารถแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่น ทั้งทางเลือด หรือการมีเพศสัมพันธ์ (ผู้ใช้ยาก็ยังมีความต้องการทางเพศ) และยังมีผลกระทบต่อ ระบบประกันสุขภาพ ณ ปัจจุบันกลุ่มดังกล่าวเข้าถึงระบบประกันสุขภาพน้อยมาก เช่น บางคนทราบว่าตนติดเชื้อแต่ไม่เคยตรวจวัดระดับเม็ดเลือดขาว (CD 4) หรือการรับยาต้านไวรัสซึ่งเป็น การเพิ่มต้นทุนทางสังคมย่างยิ่งยวด ถึงแม้ว่าจะมีนโยบายเปลี่ยนหรือนิยามว่า ผู้เสพคือผู้ป่วยแต่ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ผู้ป่วยต้องไปอยู่ในคุก สะท้อนให้เห็นว่าระบบการทำงานของราชการไทยยึดติดกับระบบการสั่งการและการทำงานแยกส่วน ระดับนโยบายไม่ถูกแปลงลงสู่การปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งระบบการคัดกรอง ระบบการติดตามประเมินผลยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

 

ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต