แม่มานอนโรงพยาบาลเดือนกว่าแล้ว ไม่มีใครช่วยดูเลย หลานๆก็ไม่ยอมมา บ้างติดเรียน บ้างติดงาน

แม่คะ

  

         หนูไม่ได้เล่าอะไรให้แม่ฟังซะหลายวันเพราะต้องรีบเข้านอนดูเหมือนจะไม่สบายอีกแล้วค่ะ

         วันก่อนหนูไปเยี่ยมคนไข้ มีคนมาทักหนูเหมือนจะรู้จักหนู แต่หนูนึกไม่ออกว่าเป็นใคร เขาบ่นให้ฟังว่า

 

          แม่มานอนโรงพยาบาลเดือนกว่าแล้ว

          ไม่มีใครมาช่วยดูเลย

          หลานๆก็ไม่ยอมมา บ้างก็ติดเรียน บ้างก็ติดทำงาน

          พี่ๆน้องๆก็ไม่มี เลยต้องรับภาระดูแม่คนเดียว

          ลูกสาวรับปริญญาก็ไม่ได้ไปร่วมงาน ลูกก็น้อยใจ

          บางวันไม่ได้กินข้าวเที่ยง เพราะต้องป้อนข้าวแม่

          แล้วก็ทิ้งแม่ไว้คนเดียว ฝากพยาบาลไว้ก็ไม่รู้ว่างมาดูรึป่าว

          เพราะต้องไปทำงาน

 

หนูเลยต้องเข้าไปเยี่ยมคุณยาย คุณยาย อายุ แปดสิบกว่า ผ่าตัดลำไส้ติดกัน แล้วแผลยังไม่ดี แผลผ่าตัดยังเย็บไม่ได้เลย

หนูคิดว่า ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้ หมายถึง ต้องได้รับการดูแลเรื่องโภชนาการ การได้รับสารอาหารที่จำเป็น หนูดูเหมือนยายจะขาดสารอาหาร เพราะดูออกบวมๆยังไงไม่รู้ค่ะ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากกับญาติผู้ป่วย คุณหมอก็ให้โปรตีนอยู่เหมือนกัน

 

ผู้สูงอายุ เริ่มจะเป็นปัญหาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆแล้วนะคะ ขาดคนดูแล เมื่อก่อนลูกหลานก็ไม่ได้นิยมไปทำงานที่กรุงเทพกัน เดี๋ยวนี้หนีกันไปหมด ผู้สูงอายุก็อายุยืนมากขึ้น แม้ว่า สิ่งแวดล้อมดูน่าจะเป็นอันตรายมากขึ้นกว่าเดิม

 

อย่างเช่นพ่อ

วันนี้ อาเขาบอกว่า ให้เลิกจ้างแม่บ้านมาดูแลพ่อแล้วให้พ่อไปอยู่กับพี่สาวในตอนกลางวัน เพราะแม่บ้านไม่ได้ใส่ใจดูแลพ่อสักเท่าไร

หนูเลยบอกยกเลิกแม่บ้าน

แต่แม่คะ พ่อเดินออกนอกบ้านตลอด เวลากินข้าวพ่อก็ไอมากเพราะกลืนลำบาก โต๊ะกินข้าวและพื้นห้องเปรอะไปหมด  ถ้าไปอยู่กับพี่สาว จะดูแลอย่างไรไหว ต้องขายของด้วย เห็นบอกว่า ขายดีเสียด้วย หนูเลยให้แม่บ้านอยู่ต่อ

 

คนแก่คนเฒ่าเริ่มขาดการได้รับการดูแลจากลูกๆ ต้องจ้างให้คนอื่นมาดูแล ซึ่งก็หาได้ยากมาก แถมโก่งค่าตัวกันจัง ที่ทำงานหนู มีนโยบายที่จะเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ก็ไม่มีใครมาสมัครรับดูแล คงไม่มีอยากดูแลคนสูงอายุกันแล้วนะคะ

จะทำอย่างไรกันดี

แม่อวยพรให้หนูด้วยสิ

 

คิดถึงแม่นะ

ลูก

30 มีนาคม 2551 : 21.22 น.