แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีDWและเสริมหนุนคนทำงาน
เมื่อวันที่ 19-20 มีนาคม 2551 สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ได้จัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในเวที DW ครั้งที่3 โดยสายที่1 อำเภอพรานกระต่ายเป็นเจ้าภาพหลัก ประกอบด้วยนักส่งเสริมการเกษตร อ.พรานกระต่าย อ.เมือง อ.ลานกระบือ อ.ไทรงาม อ.โกสัมพีนคร สายที่2. อำเภอขาณุวรลักษบุรี เป็นเจ้าภาพหลัก ประกอบด้วยนักส่งเสริมการเกษตร อ.ขาณุวรลักษบุรี อ.คลองขลุง อ.ทรายทองวัฒนา อ.คลองลาน อ.ปางศิลาทอง
การกำหนดประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันคือ หาแนวทางการปลูกพืชหรือ กิจกรรม เพื่อทดแทนพื้นที่การปลูกส้มที่ไม่ประสบผลสำเร็จ และหาแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาสวนส้มที่มีอยู่ให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

การจัดเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ของสายที่1 จัดที่สวนส้มเพชรสยาม หมู่ 1 บ้านเขาคีรีส ต.เขาคีรีส อ.พรานกระต่าย โดยใช้เทคนิคของการเล่าประสบการณ์ของเกษตรกรเจ้าของและผู้จัดการสวนส้มเพชรสยาม ได้เล่าให้ฟัง พร้อมกับนำพานักส่งเสริมการเกษตร ลงไปดูแปลงปลูกส้ม พร้อมเปิดโอกาสให้ซักถามแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

ข้อสรุปที่ได้เรียนรู้ร่วมกันได้แก่จากการเล่าประสบการณ์และดูงานในสวนส้ม มีดังนี้
1. ได้ทราบการบริหารจัดการสวนส้มขนาดใหญ่ไม่น้อยกว่า 2,000 ไร่ เป็นการจัดการที่ครบวงจร ตั้งแต่ปลูก จนถึงการตลาด พันธุ์ส้มที่ปลูก เช่น พันธุ์เขียวหวาน พันธุ์โชกุน และมีส้มโอพันธุ์ขาวทองดีบางส่วน จากการเล่าให้ฟังโดยคุณ สมชาย ศรีแสงสุข ผู้จัดการสวนส้มเพชรสยาม และคุณวิโรจน์ สิรินทร์ธร ผู้จัดการฝ่ายไร่ ได้เล่าให้ฟังว่าได้เริ่มปลูกส้มเขียวหวาน มาตั้งแต่ปีพศ.2540 มาแล้ว ก็ได้เรียนรู้และพัฒนามาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน รวม 10 ปีแล้ว การปลูกส้มได้คำนึงถึงปัจจัยที่สำคัญในการทำส้ม เช่น แหล่งน้ำ ระบบการให้น้ำ พื้นที่ปลูก การปลูก (ระบบการปลูก ) พันธุ์ส้มที่ปลอดโรค การใส่ปุ๋ย โดยให้สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ดิน และวิเคราะห์ธาตุอาหารในต้นส้ม การป้องกันและกำจัดศัตรูส้ม การตัดแต่งกิ่ง การเก็บเกี่ยวผลผลิต ก็ให้สอดคล้องกับการตลาดทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ ในปัจจุบันนี้ การทำส้ม 1 ไร่ของสวนนี้ จะต้องมีการลงทุนอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าไร่ละ 100,000 บาท

2. จากนั้นนักส่งเสริมการเกษตร ที่ได้ปฏิบัติงานอยู่ในภาคสนามที่ใกล้ชิดกับเกษตรกรผู้ปลูกส้มรายย่อย ได้เล่าประสบการณ์ที่พบในปัจจุบันนี้ มีเกษตรกรผู้ปลูกส้มรายย่อยพบปัญหาในการปลูกส้ม เนื่องจากส้มที่ปลูกแคระแกรนไม่เจริญเติบโต ซึ่งมีหลายสาเหตุด้วยกัน ตั้งแต่การจัดหาพันธุ์ส้ม การคัดเลือกพันธุ์ รวมถึงการคัดเลือกพื้นที่ปลูก ระบบการปลูก การดูแลรักษา เช่น การใส่ปุ๋ย การให้น้ำ การกำจัดวัชพืช การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช การตัดแต่งกิ่ง การเก็บเกี่ยว และการตลาด เป็นต้นซึ่งอาจจะรวมถึงภาระหนี้สินของเกษตรกรที่มีการกู้ยืมจากแหล่งทุนต่างๆมาลงทุนทำสวนส้มซึ่งเป็นปัญหาตามมาของเกษตรกรผู้ปลูกส้มอย่างหลีกพ้นไม่ได้
ในขณะเดียวกัน เกษตรกรที่ประสบปัญหาดังกล่าวในจังหวัดกำแพงเพชร เกือบทุกพื้นที่ที่มีการปลูกส้ม เริ่มมีการปรับเปลี่ยนจากการปลูกส้ม ไปเป็นการปลูกพืชอื่นๆและกิจกรรมอื่นๆทดแทนการปลูกส้มไปแล้ว
ณ.วันนี้บทบาทของนักส่งเสริมการเกษตร ในระดับปฏิบัติงานอยู่ในภาคสนามจะต้องพบกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้ปลูกส้ม พบกับคำถามหลายคำถามที่เกษตรกรถาม ซึ่งนักส่งเสริมการเกษตร จะต้องให้คำตอบแก่เกษตรกร

จากการเล่าให้ฟังของนักส่งเสริมการเกษตร จากสายที่1. ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับเกษตรกร ประกอบด้วย คุณสมพร จันทร์ประทักษ์ (รับผิดชอบตำบลลานดอกไม้อ.เมือง ) คุณเสนาะ ยิ้มสบาย (รับผิดชอบตำบลเขาคีรีส อ.พรานกระต่าย ) คุณเมธี สุขเอี่ยม (รับผิดชอบตำบลหนองแม่แตง อ.ไทรงาม ) คุณสุรสร สกุลวงษ์ (รับผิดชอบตำบลโนนพลวง อ.ลานกระบือ ) และคุณบุญช่วย เข็มคง (รับผิดชอบ ตำบล โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร ) พอจะสรุปได้ว่า ณ.ปัจจุบันนี้ มีเกษตรกรทั้งรายย่อยและรายใหญ่ ที่ทำสวนส้มแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ก็มีการปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นๆทดแทนได้แก่ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดฝักสด มะนาว อ้อยโรงงาน กล้วยน้ำว้า ยางพารา บางรายก็ทำการปรับพื้นที่กลับไปปลูกข้าวเหมือนเดิม บางรายก็ปรับไปปลูกอ้อยเหมือนเดิม (โปรดอ่านต่อตอนที่2ครับ )