* การที่จะขึ้นมาป็นผู้นำเราต้องเรียนรู้แก้ไขปัญหากับปัญหาให้ได้ก่อนแล้วถึงจะไปตอบให้กับคนอื่นๆที่มาถาม อย่างเช่นการบริหารจัดการเราไม่รู้เราก็ไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับการบริหารมาอ่านแล้วก็ไปศึกษาการบริหาร(จากภาคธุรกิจ)มาเพื่อที่จะตอบคำถามอั้นนี้ได้
* การที่จะเป็นผู้นำเราต้องดูแลครอบครัวก่อนอย่าให้ครอบครัวเดือดร้อน (ถ้าครอบครัวเดือดร้อนเราจะไปพัฒนาคนอื่นได้อย่างไร)
* นักพัฒนาต้องมีจิตรใจที่อาสา
* มีคุณธรรม จริยธรรม ธรรมมะ
* ศึกษาหาควารู้อยู่ตลอด ไม่หยุดนิ่ง เรียนรู้ตลอดเวลา
* ข้อห้ามของนักพัฒนามีอยู่ 2 ข้อ
1. ห้ามเรื่องผู้หญิง ( ถ้าเราไปยุ่งกับผู้หญิงนี่มีปัญหาขึ้นมาทันทีเลย เราต้องมีใจที่หนักแน่น)
2. เรื่องเงิน ( นักพัฒนาห้ามเอาเงินของส่วนรวมมาใช้ประโยคน์ส่วนตัวโดยเด็ดขาด)
* การพัฒนาเราต้องหาสาเหตุให้เจอเสียก่อนแล้วค่อยไปแก้ปัญหานั้นๆ ไม่ใช่ไปแก้ที่ปลายเหตุ
* ต้องร่วมกันคิด วิเคราะห์ หาเหตุที่มันเกิดปัญหา แล้วพัฒนา
* ต้องทำจากกลุ่มเล็กๆแล้วให้เค้าเห็นประโยคน์แล้วจะขยายผลไปเอง ทำอย่างไรให้ชุมชนเห็นประโยคน์ พอเค้าเห็นประโยคน์เค้าก็จะมาช่วยกันแก้
* แล้วต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำแล้วเงียบหายไปเลย
* การพัฒนาไม่ต้องรอจากหน่วยงานภายนอก เราต้องพัฒนาตัวเองกันเองและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน (ถ้าเรารอหน่วยงานภายนอกหรือรัฐเราจะไม่มีการพัฒนาตัวเองได้ซะที เพราะเค้ามาทำตามนโยบายหรือคำสัง)
นี่ก็เป็นตัวอย่างให้นักพัฒนอย่างผมที่ซึ่งน้อยประสบกรารณ์ เป็นกำลังใจให้ผมที่จะทำงานพัฒนาสังคม ชุมชนเป็นอย่างดีมากๆๆเลย
ซึ่งลุงยงค์ศึกาหาความรุอยู่ตลอดแล้วไม่ยึดติดกับตำแหน่งหรือลาภยศและอำนาจเลยซึ่งเป็นบุญของผมและกับคนอื่นที่ได้เจอกับลุงยงค์
หนุ่ม / 3 / 2549