ชีวิตคือการเดินทาง ชีวิตคือรอยขีดบนผืนทราย ชีวิตคือใบไม้ที่ร่วงหล่นลอยไปตามลม ชีวิตคือก้อนเมฆที่ไหลไปไม่เคยหยุด ชีวิตคือลมหายใจ ชีวิตคือไออุ่นแห่งกาลเวลา ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปมันเป็นสัจจะธรรมดีจริง
สิ่งที่เคลื่อนไหวไปอยู่ดูไม่คงมั่นเหมือนสิ่งที่อยู่นิ่ง ๆ เหมือนก้อนหินใหญ่โตริมหาดทรายในเกาะกลางทะเล

นึกถึงช่วงที่ผมล่องใต้คราวนั้น ปี พ.ศ. 2530 พวกเราออกจากกรุงเทพ ฯ เมืองแห่งการบ่มเพาะภูมิรู้ภูมิธรรมของผม เมื่อมาถึงเมืองสุราษฎร์ธานีแล้วเรามาที่ท่าเรือเฟอร์รี่ จะข้ามไปเกาะสมุยครับ...
ปรากฎว่าเรือออกไปแล้วทำไงได้วันนั้นต้องไปให้ได้ เพื่อนเลยว่าจ้างเรือประมงหนึ่งลำ ออกทะเลฝ่าคลื่นลมแรงพอสมควรตรงกลางลำเรือมีเสาต้นตาลยาวหลายเมตรขวางทับเรือไม่ให้โครงเครง แต่เราไม่เป็นอะไร เพื่อนบอกว่า ถ้าไม่คุ้นชินกับการลงเรืออย่างนี้จะเมาคลื่นแย่เลยละ...
เป็นเพราะความมั่นคงทางจิตใจของเพื่อนคนนี้จริง ๆ แบบไม่เปลี่ยนแปลงเย็นวันนั้นเราจึงไปถึงบ้านที่หาดเฉวงอยู่ในเกาะสมุยนั้นเองครับพอรุ่งเช้าผมได้มีโอกาสเที่ยวชมเกาะแล้วไปอาบน้ำตกหน้าเมือง ( ถ้าจำไม่ผิดชื่อนี้แหละ )อยู่กลางเกาะแล้วไปชายหาดชมหินตาหินยาย
ในความเป็นก้อนหินนี้ดูมั่นคงจริงเหมือนจิตใจคนเราทำอะไรแล้วขอให้มั่นคงดังหินผานะครับ ฮา ๆ เอิก ๆ
เห็นรูปแล้วอยากไปทะเลจัง
สวัสดีครับ คุณกุนซือรับจ้าง
ทำตัวให้ปล่อยวาง...ว่าง ๆ ไปได้เลยครับ...
ถ้าจิตใจเราไปร่างกายก็ต้องไปตามและถึงที่หมายนะครับ..ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีเจ้าค่ะ คุณครูยูมิ
เดือนเพ็ญ สวยเย็นเห็นอร่าม นภาแจ่มนวลหมู่งาม เย็นชื่นน้อยามเมื่อลมพัดพา แสงจันทร์นวล ชวนใจข้า คิดถึงถิ่นที่จากลา คิดถึงท้องนาบ้านเรือนที่เคยเนา
กองไฟสุมควายตามคอก คงยังไม่มอดดับดอก จันทร์เอ๊ยช่วยบอกให้ลมช่วยเป่า สุมไฟให้แรงเข้า พัดไล่ความเยือกเย็นหนาว ให้พี่น้องเรานอนหลับอุ่นสบาย
แวะมาร้องเพลงให้คุณครูฟัง 555++...เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---> น้องจิ ^_^
สวัสดีครับ น้องฟูจิ
ร้องจบเพลงรึเปล่านี่...ฮา ๆ เอิก ๆ เพลงนี้เนื้อร้องมีความหมายดีมากนะ...เป็นเพลงอมตะไปแล้วละ
ขอบคุณครับที่มาร้องเพลงให้ฟัง...