คลังปรับจีดีพีใหม่ คาดปีนี้โต 5.6% จากบริโภค-ลงทุนเอกชนฟื้นตัว แต่มีเงินเฟ้อเป็นปัจจัยเสี่ยง ด้านเลี้ยบยันปลุกอสังหาช่วยเศรษฐกิจโต 0.3% เผยไต๋เตรียมออกมาตรการระยะยาวเพิ่มอีก ส่วน ธปท.ยัน ไม่มีเงินไหลจากต่างประเทศมากจนน่าห่วง

นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2551 ว่าจะขยายตัวได้ดีขึ้นที่ 5.6% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ 5-6%)  จากที่เคยประมาณการไว้    เมื่อเดือน พ.ย. 2550 ว่าจะขยายตัวได้ 4.5-5.5% หรือเฉลี่ย 5% โดยเป็นการขยายตัวอย่างสมดุลมากขึ้นเนื่องจาก    อุปสงค์ภายในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และการใช้จ่ายภาครัฐที่เร่งตัวขึ้นตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ในขณะที่อุปสงค์ภายนอกประเทศมีแนวโน้มลดลงจากความเสี่ยงของการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจภายนอกยังอยู่ในเกณฑ์ดี คาดว่าปีนี้จะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงอยู่ที่ 0.5% ต่อจีดีพี อย่างไรก็ดี เสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น   มาอยู่ที่ 4.5% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4% เนื่องจากราคาน้ำมัน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง "สำหรับชุดมาตรการภาษีที่ออกไป ประเมินจากที่จะมีผลในปีนี้ คาดว่าจะมีผลทำให้จีดีพีขยายตัวได้ 0.2% อย่างไรก็ดี เมื่อครบปีแล้วเราคงต้องประเมินอีกที" นางพรรณีกล่าว ยอมรับว่ายังไม่ได้นำปัจจัยเรื่องการยุบพรรคการเมืองมาประเมิน เนื่องจากเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น จึงยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้หากมีการยุบพรรคเกิดขึ้น      ก็คงต้องปรับประมาณการเศรษฐกิจใหม่

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มาตรการทางภาษี เพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์จะมีผลบังคับใช้ได้ในเร็ว ๆ โดยการลดภาษีธุรกิจเฉพาะ จากเดิมที่กำหนดไว้อัตรา 3% เป็นอัตรา 0.1% และการลดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอนและค่าจดทะเบียนการจำนองเหลือ0.01% จะทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คึกคักขึ้นได้ในทันที และจะมีผลผลักดันเศรษฐกิจไทยปีนี้ให้ขยายตัวได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 0.2-0.3% จากเดิมที่คาดว่าขยายตัวในระดับ 5.5%  ทั้งนี้ ยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในภาพรวมปีนี้ยังน่าจะขยายตัวได้ถึง 6%  อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ตนยังอยู่ระหว่างพิจารณาประกาศมาตรการเพิ่มเติมอีก 2 มาตรการ โดยจะเป็นมาตรการระยะยาวที่จะสนับสนุนการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้  นอกจากนี้ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม ยืนยันว่ารัฐบาลยังมีมาตรการอีกหลายชุด โดยจะมีการทยอยประกาศออกมาเป็นระยะ ๆ แต่ในช่วงครึ่งปีแรกจะมีความถี่มากกว่า ส่วนช่วงปลายปีอาจจะมีแต่คงน้อยลง

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า เชื่อว่าภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้           จะขยายตัวได้ดีขึ้น โดยน่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 10% เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาส่งเสริม

 นางธาริษา  วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ไม่พบเงินทุนต่างประเทศไหลทะลักเข้าไทยในระดับรุนแรง เนื่องจากสภาพคล่องการเงินโลกปัจจุบันเริ่มหดหายไปมาก จากที่เคยสูงถึงระดับ 70,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงกลางปี 2550 ลดเหลือ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเดือน ม.ค.ปีนี้  ดังนั้น ธปท.จึงไม่จำเป็นต้องมีมาตรการเข้ามาควบคุมปริมาณเงินทุนไหลเข้าในช่วงนี้  ทั้งนี้ ธปท.ติดตามภาคเศรษฐกิจสำคัญใน 7-8 ภาคส่วน  ขณะนี้ยังไม่เห็นภาคใดส่งสัญญาณมีปัญหา โดยเฉพาะภาวะฟองสบู่ของในภาคสินเชื่อ

ด้านหุ้นไทยวันที่ 26 มี.ค. 51 ปิด  817.57 จุด ลดลง 2.74 จุด มูลค่าการซื้อขาย 15,472.94 ล้านบาท โดย     นักลงทุนยังวิตกต่อปัญหาการเมือง ทำให้มีการขายหุ้นออกมาเพื่อลดความเสี่ยง

                                                                

                                                                 ไทยโพสต์  แนวหน้า  ไทยรัฐ  กรุงเทพธุรกิจ

 โพสต์ทูเดย์  ผู้จัดการรายวัน  โลกวันนี้  ข่าวสด  27  มี.ค.  51