เรื่องเล่าจากรพ.น้ำพอง คุณศิริพร เหลืองอุดม " ป้าฮาบ ๆ" แม่นหยังเดี๋ยวนี่ เอิ้นเฮ็ดหยัง"

เรื่องเล่าเรื่องนี้ได้ลงตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในหนังสือ เมล็ดพันธุ์ความดีเริ่มงอกงาม... ณ ที่นี่ ในการประชุม National Forum ครั้งที่ 9  แต่เนื่องจากมีความผิดพลาดในชื่อรพ. จึงขออภัยเจ้าของเรื่องจากรพ.น้ำพอง  ไว้ ณ ที่นี้ด้วย ค่ะ

ผู้หญิงวัยชราหน้าตาบ่งบอกถึงริ้วรอยแห่งวัย สีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่รับรู้กับการมาเยือนของแขกที่มาพบ  ผมสีดำยาวถึงติ่งหูยุ่ง เหมือนไม่ค่อยได้รับการหวีนั่งอยู่ใกล้ ๆ ระเบียงบนบ้านชั้นเดียวใต้ถุนสูงหลังเก่า ๆ  เล็ก ๆ สภาพค่อนข้างผุพังหลังหนึ่ง ที่อยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านโคกสูง 

เมื่อฉันก้าวขึ้นไปบนบ้านได้กลิ่นสาบและเหม็นอับโชยออกมาจากบริเวณบ้าน บนบ้านมีตู้เก็บอาหารวางถัดจากบริเวณบันไดทางขึ้น  เปิดดูในตู้ไม่มีอาหารอะไรสักอย่างนอกจากปลาร้า  มีหม้ออาหารซึ่งข้างหม้อและก้นหม้อมีเขม่าสีดำเกาะเต็มไปหมดและกระติบข้าวเหนียววางอยู่บนบ้านใกล้ ๆ กับระเบียง  บริเวณที่ป้าฮาบนั่งอยู่มีที่นอน หมอน  และผ้าห่มนวมเก่าๆวางอยู่ข้าง ๆ  พื้นห้องเป็นไม้ที่มีฝุ่นละอองเกาะและคงไม่ได้ผ่านการทำความสะอาดมานาน มองขึ้นไปบนเพดานบ้านมีหยากไย่ห้อยระย้าอยู่ตามมุมของห้อง ป้าฮาบใส่เสื้อคอกระเช้าสีขาวหม่นๆ  ลายดอก  กระเป๋าขาด  1  ข้าง    

            ยายแหลมซึ่งเป็นแม่แท้ ๆ ของป้าฮาบเล่าให้ฟังว่า  ป้าฮาบเป็นลูกสาวคนแรกของยายแหลม  เป็นคนขยันขันแข็ง  หลังจากเรียนจบชั้น  .4 ก็ออกมาทอเสื่อขายเพื่อแลกกับเงินมาเลี้ยงครอบครัว   ตอนเป็นสาวอายุประมาณ  14-15  ปีก็ไปรับจ้างทำงานบ้านที่หมู่บ้านใกล้ ๆ กับบ้านโคกสูง  เพื่อหาเงินมาเลี้ยงแม่และน้อง  จนมาพบรักกับนายเนาว์  แพงสมศรี  ซึ่งเป็นหนุ่มในหมู่บ้านเดียวกันจึงแต่งงานอยู่กินกัน    จนมีลูกด้วยกันทั้งหมด  5  คน  เป็นผู้ชาย  3  คน  ผู้หญิง  2  คน 

ป้าฮาบมีอาการทางจิตครั้งแรกหลังจากคลอดลูกคนที่  4  อาการตอนนั้นคือ  หายไปจากบ้าน  เหม่อลอยเดินไปเรื่อย ๆ ญาติไม่รู้ว่าหายไปไหนตั้งหลายวัน  จนมีคนรู้จักไปพบที่แผงขายของบ้านหนองแวงโนนแดง ตำบลบัวเงิน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านโคกสูงประมาณ  20  กิโลเมตร ญาติถามหลังจากไปตามกลับมาที่บ้านได้ความว่า จะไปตามเก็บตะวันจึงเดินไปทางทิศที่มองเห็นตะวันขึ้น

            ตอนนั้นยายแหลมเชื่อว่าที่ป้าฮาบมีอาการเช่นนี้เป็นเพราะป้าฮาบไปเก็บเห็ดที่โคกแล้วบังเอิญคอแห้งกระหายน้ำ  จึงไปกินน้ำซึ่งขังอยู่ตามแอ่งน้ำ   หลังจากกินแล้วรู้สึกแสบคอมากทำให้ไอ หลังจากนั้นไม่กี่วันป้าฮาบก็มีอาการเหม่อลอย  พูดไม่รู้เรื่อง  เดินไปตามถนนและหายไปจากบ้าน  ยายแหลมจึงเชื่อว่า  ผีเฮ็ด    

            หลังมีอาการประหลาดญาติ ๆ จึงไปตามผีฟ้าซึ่งอยู่ที่บ้านหัวบึงพังทุยมารักษา  หลังจากรักษาผีฟ้าบอกว่าป้าฮาบไม่ได้ถูกผีเฮ็ดจึงรักษาไม่ได้  แต่ญาติก็ไม่เชื่อจึงไปเชิญหมอธรรมมารักษาอีก  หมอธรรมนั่งทางในและบอกว่าป้าฮาบไม่ได้ถูกผีเฮ็ด  จึงรักษาไม่ได้อีกเช่นกัน  หลังจากนั้นญาติ ๆ จึงหันมารักษากับหมอแผนปัจจุบัน  โดยลูกสาวชื่อสมนึกพาไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช  หลังจากที่หมอตรวจอาการของป้าฮาบ แล้วจึงรับไว้รักษาในโรงพยาบาล  ได้ฉีดยา  1  เข็ม และได้กินยารักษาอาการ  ป้าฮาบนอนรักษาอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลา  7  วัน  หมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านโดยให้ยามากินต่อที่บ้านอีก  1  เดือน 

อาการของป้าฮาบในตอนนั้นดีขึ้นมากจนสามารถทำงานได้ตามปกติ  และกลับมาเป็นป้าฮาบคนเดิมที่ขยันทำงาน เพื่อเลี้ยงครอบครัว  สมนึกลูกสาวของป้าฮาบเป็นผู้ดูแลป้าฮาบมาตลอด  คอยเอายาให้กินอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาดจนยาที่หมอให้มา  1  เดือนใกล้หมด  สมนึกจึงไปรับยาแทนแม่ที่โรงพยาบาลเดิมอีก  ค่ายาประมาณ  150  บาท  แต่สมนึกมีเงินที่เก็บไว้จากการรับจากพอดีกับค่ายา  เป็นสาเหตุให้ไม่มีเงินค่ารถกลับบ้าน  แต่บังเอิญไปเจอคนรู้จักกันเขาจึงให้เงินสมนึก  50  บาทเป็นค่ารถกลับบ้าน  หลังจากครั้งนั้นสมนึกก็ดูแลให้แม่กินยาจนหมดและไม่ได้ไปรับยาต่อเพราะความจน  และความไม่เข้าใจแนวทางการรักษาของแพทย์  ทำให้ป้าฮาบขาดการรักษาต่อเนื่อง

นายเนาว์สามีของป้าฮาบมีอาชีพตีมีดขาย  พอได้เงินก็มักจะซื้อเหล้ากินเกือบทุกวันจนติดเหล้า  พอเมาก็มักจะทะเลาะกับป้าฮาบเสมอ ๆ  บางทีก็ทะเลาะกับลูกชายซึ่งเมาหล้าเหมือนกัน  จนบางครั้งถึงตบตีกันทั้งสามีและลูก  นายเนาว์มักจะขอหลับนอนกับป้าฮาบ  แต่ป้าฮาบไม่อยากให้สามีนอนด้วย ทำให้เกิดมีปากเสียงกันบ่อยมาก  มีอยู่ครั้งหนึ่งนายเนาว์บังคับให้ป้าฮาบไปโคกเพื่อที่จะได้นอนด้วย  แต่ป้าฮาบไม่ยอมไป  นายเนาว์โมโหมากถึงกับเอาประทัดจุดใส่หน้าป้าฮาบ   ทำให้ใบหน้าของป้าฮาบเป็นแผลเต็มไปหมด  หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ป้าฮาบมีอาการมากขึ้น

ป้าฮาบมีอาการเหม่อลอยพูดไม่รู้เรื่อง  พูดบ่นคนเดียวเห็นคนก็ดุด่า ไม่อาบน้ำ  ไม่ดูแลตัวเอง  เดินไปตามถนนทำให้หมาเห่าสร้างความรำคาญให้ชาวบ้าน  จนบางครั้งชาวบ้านถึงกับเอาน้ำสาด เพราะรู้ว่าป้าฮาบเกลียดการอาบน้ำ   มีเด็กบางคนมาพูดกวนป้าฮาบก็ดุด่าและแบกไม้ท่อนใหญ่ ๆ ไล่ตี  เดินไปตามทุ่งนาก็ไปเก็บหอยเก็บปูดิบ ๆ มาล้วงกิน  กินน้ำตามทุ่งนา  หลังจากนั้นชาวบ้านก็เรียกป้าฮาบว่า  ป้าฮาบผีบ้า

            หลังจากมีอาการครั้งนี้ญาติก็คิดว่าที่ป้าฮาบมีอาการแบบนี้เป็นเพราะเป็นบ้าเลือด  เลือดไม่ดี  ต้องถ่ายเลือดเสียออกโดยการมีลูกหลังคลอดจะได้ถ่ายเลือด  จึงปล่อยให้ป้าฮาบมีลูกกับนายเนาว์เป็นคนที่ 5    ซึ่งหลังจากคลอดลูกคนนี้ป้าฮาบก็อาการไม่ได้ดีขึ้นเลย  ซ้ำร้ายลูกที่เกิดมาป้าฮาบก็ยังไม่สามารถเลี้ยงดูได้   ป้าฮาบผีบ้าหอบลูกหนีบใส่รักแร้เดินไปตามถนนพูดจาไม่รู้เรื่อง  ทำให้ลูกไม่ได้กินนมแม่เลย  เป็นที่น่าเวทนา  เป็นภาระกับสมนึกต้องเอาน้ำต้มชงกับน้ำตาลให้น้องกินเพื่อประทังความหิวแทนนม  เนื่องจากครอบครัวในตอนนั้นยากจนมากเงินจะซื้อข้าวกินก็ไม่มี  เสื้อผ้าจะใส่ก็ไม่มี  นายเนาว์สามีก็ติดเหล้าจนป่วยด้วยโรคตับและพิษสุราเรื้อรัง  ในที่สุดก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

            การรักษาครั้งที่สองของป้าฮาบเกิดจากมีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไปเยี่ยมสมนึกลูกสาวของป้าฮาบซึ่งมีภาวะติดเชื้อเอชไอวีจากสามี  ทำให้เจ้าหน้าที่ไปพบสภาพอาการทางจิตของป้าฮาบจึงแนะนำว่าควรไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช  โดยเอารถโรงพยาบาลมารับที่หมู่บ้านแล้วไปส่งที่โรงพยาบาลจิตเวช  โดยครั้งนี้มีใบส่งตัวจากโรงพยาบาลไปด้วย  จึงไม่ได้จ่ายค่ายาแต่หลังจากตรวจอาการเรียบร้อยแล้วหมอบอกว่าไม่ต้องนอนรักษาในโรงพยาบาล  ให้เอายากลับมากินที่บ้านแต่รถโรงพยาบาลที่มาส่งกลับไปก่อนแล้วจึงต้องเหมารถถึง  500  บาทเพื่อพาป้าฮาบกลับบ้าน  จากเหตุการณ์ครั้งนั้นจึงทำให้ญาติๆของป้าฮาบคิดว่าหมอเอาป้าฮาบมาทิ้งไว้แล้วไม่มาดูแลต่อและเกิดความรู้สึกไม่พอใจ 

หลังจากได้ยามากินในครั้งนี้ป้าฮาบไม่ค่อยได้กินยาสม่ำเสมอบางวันก็กินบางวันก็ไม่ได้กิน  เพราะป้าฮาบคิดว่าเป็นยาพิษ และคิดว่าจะมีคนวางยาให้ตัวเองตาย  ทำให้ลูก ๆ ต้องพยายามหาทุกวิธีที่จะให้ป้าฮาบกินยาให้ได้  บางครั้งก็เอาผสมกับอาหาร  โดยเอาข้างเหนียวห่อเม็ดยา  บางครั้งก็เอาผสมกับน้ำแกง  ให้กินแต่ป้าฮาบก็รู้ทุกครั้งจึงไม่ยอมกิน  และแล้วสมนึกลูกสาวที่ป้าฮาบรักที่สุดก็ล้มป่วยด้วยโรคเอดส์และเสียชีวิตในที่สุด  ทำให้ป้าฮาบขาดเสาหลักของครอบครัวและขาดคนดูแลในตอนนั้น   จึงทำให้อาการของป้าฮาบไม่ดีขึ้นเลยจนเรื้อรังมาถึงปัจจุบัน

            ชีวิตของป้าฮาบในตอนนี้อาศัยอยู่กับลูกชายคนแรกอายุ  42  ปีชื่ออุบล  ซึ่งยังไม่แต่งงาน  อาชีพรับจ้างก่อสร้าง  และรับจ้างขนอ้อยขึ้นรถบรรทุก  ได้ค่าแรงวันละ  100-150  บาท บางวันไม่มีงาน  ก็ไม่มีรายได้  บางวันมีเงินก็มักจะไปซื้อเหล้ากิน  แต่ก็ซื้ออาหารมาทำให้แม่กินบ้างเป็นบางวัน

            ในช่วงบ่ายของวันหนึ่งฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมป้าฮาบอีกครั้ง  บังเอิญได้มีโอกาสพบกับอุบลลูกชายของป้าฮาบ  ซึ่งปกติจะไม่ค่อยอยู่บ้านเนื่องจากต้องออกไปรับจ้าง  ฉันรู้สึกดีใจมากที่การมาเยี่ยมป้าฮาบในครั้งนี้ได้พบกับบุคคลที่ฉันพยายามตามหามานาน

            ป้าฮาบนั่งยองๆ อยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้านเพื่อนบ้านใกล้ๆกับบ้านป้าฮาบ ในวันนี้ป้าฮาบไม่สวมเสื้อแต่มีผ้าขาวม้าสีน้ำเงินพันไว้รอบๆหน้าอกแทน และสวมผ้าถุงมัดหมี่ลายทางสีน้ำตาลผืนเก่าๆ  ผมเผ้าดูเรียบร้อยสะอาดสะอ้านขึ้น

            ป้าฮาบ  เฮ็ดหยัง  บ่เฮ็ดหยังแหล่ว  นั่งเล่น   ป้าฮาบกินเข้าหรือยัง  บ่มีหยังกิน  กินก๋วยเตี๋ยวบ่ฉันซื้อมาฝาก  กินก็กินกำลังอยากกินพอดีตั้ว  ฉันได้มีโอกาสเลี้ยงอาหารกลางวันป้าฮาบเป็นครั้งที่สอง   ฉันเห็นป้าฮาบตั้งหน้าตั้งตากินก๋วยเตี๋ยวดูท่าทางเอร็ดอร่อยมากและลองทดสอบการรับรู้ของป้าฮาบ    ป้าฮาบนั่นแม่นไผนั่งอยู่เทิงเปลน่ะ  ป้าฮาบเงยหน้าละสายตาจากการกินก๋วยเตี๋ยวแล้วหันไปมองอุบลลูกชายของป้าฮาบเอง  บักน้อยแม่นบ่    บักน้อยจังใด๋  นั่นแหมนั่งอยู่เทิงเปลน่ะ  นั่นหละบักน้อย  ฉันสบตากับอุบลแล้วถามอุบลเพราะไม่แน่ใจและนึกว่าอุบลมีชื่อเล่นว่าน้อย  คุณอุบลชื่อเล่นว่าน้อยแม่นบ่  บ่แม่นครับ    ป้าฮาบจำคุณอุบลบ่ได้ติ  บางทีก็จำได้  บางทีก็จำบ่ได้ครับ    แล้วป้าฮาบอยู่กินจังได๋ในแต่ละมื่อคุณอุบลลองเว่าให้ฉันฟังแหน่       อยู่กินกับผมนี่หละครับ  ตื่นนอนตอนตีสี่ถึงตีห้าก็นั่งจ่มตามประสา  ผมเฮ็ดกับข้าวตอนเช้าแล้วก็หาให้แม่กินตอนเจ็ดโมงเช้า  ก่อนผมออกไปทำงานหลังกินข้าวแล้วแกก็ออกไปย่างเล่นนั่งเล่นอยู่ดอนปู่ตา  ตอนเที่ยงพอแกรู้สึกหิวก็จะกลับมาบ้าน  ยายแหลมก็จะเป็นคนหาข้าวให้กิน   บางทีน้าปิ่นน้องสาวแม่ผมก็เป็นคนหาข้าวมาให้กิน  ตอนแลงหลังจากผมกลับจากเฮ็ดงานผมก็จะเป็นคนเฮ็ดกับข้าวให้กินอีกตอนประมาณ  1  ทุ่ม  กินแล้วก็เข้านอน     แล้วรายได้พอใช้บ่ในแต่ละมื่อ    ถ้ามีงานเฮ็ดทุกวันก็พอใช้อยู่ครับ   แล้วถ้าบ่พอใช้คุณอุบลเฮ็ดจังใด๋ล่ะ  ผมก็ไปเซ็นต์ไว้ก่อนแล้วพอมีเงินก็เอาไปใช้หนี้เขา  อุบลกินเหล้าทุกมื่อบ่ล่ะ    บ่ได้กินทุกมื่อหรอกครับ  มื่อใด๋ทำงานมาเมื่อยๆ  ก็กินบ้างเล็กน้อย  ฉันได้พูดคุยกับอุบลถึงผลดีและผลเสียของการดื่มเหล้าและให้อุบลลองคิดดูว่าจะเลือกอันไหน  ซึ่งอุบลก็รับปากว่าจะเลิกดื่มเหล้าและเพื่อจะได้เป็นการสร้างความเชื่อถือศรัทธาจากเพื่อนบ้านและผู้ที่ฉันจะขอความช่วยเหลือมายังป้าฮาบ    แล้วป้าฮาบอาบน้ำอาบท่าตอนได๋หละ    ส่วนมากยายแหลมเป็นคนบังคับให้อาบตอนกลางวัน  ฉันเคยคุยกับยายแหลมถึงการดูแลเรื่องความสะอาดยายแหลมบอกว่า  ยายบังคับให้นางฮาบอาบน้ำ สระผม  ตัดผม  พอแต่งตัวสะอาด  สักหน่อยก็จะมีผู้ชายแอบขึ้นมาหานางฮาบเทิงเฮือน  มีอยู่ครั้งหนึ่งยายได้ยินเสียงนางฮาบฮ้องว่า  "อย่าเฮ็ดกูๆ"  ยายจึงฟ่าวฮ้องถามว่าผู้ใด๋  เฮ็ดมึงฮาบๆ  คนๆนั้นจึงหนีไปให้จึงบ่ฮู้ว่าผู้ใด๋ที่พยายามขึ้นหานางฮาบ  ยายก็เลยคิดว่าบ่อยากอาบน้ำให้นางฮาบจะได้บ่มีผู้ใด๋ขึ้นหานางฮาบอีก

 

            จากการที่ฉันได้เข้าไปศึกษาวิถีชุมชนในบ้านโคกสูงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว  จึงได้เห็นป้าฮาบซึ่งมีบุคลิกประจำตัวคือสวมเสื้อคอกระเช้านุ่งผ้าถุงเก่า ๆ  ผมสีดำบางวันก็ยุ่งบางวันก็ไม่ยุ่งเท่าไร  มักจะนั่งเหม่อลอยอยู่ข้างถนน  บางทีก็นั่งอยู่บนบ้านของป้าฮาบเอง  ไม่รู้วันเวลา แต่บางครั้งดูเหมือนจะจำบุคคลและสถานที่ได้  เนื่องจากเวลาคนในหมู่บ้านเดียวกันไปทักทาย ป้าฮาบจำชื่อได้  รู้จักว่ายายแหลมเป็นแม่  แต่บางครั้งก็จำไม่ได้  เมื่อได้เรียนรู้ชีวิตของป้าฮาบฉันจึงพยายามพูดคุยกับญาติถึงแนวทางการดูแล     คุณอุบลคิดยังไงกับอาการของแม่  อยากให้แม่ได้รับการรักษาบ่      ผมก็อยากให้แม่อาการดีขึ้น  แต่แม่ผมเป็นมานานขนาดนี้แล้วสิมีทางรักษาหายบ่ล่ะครับ  มีอยู่ครั้งหนึ่งหมอพยายามพาไปรักษาตอนประมาณปี  2543-2544  แม่ผมบ่ยอมขึ้นรถก็พากันหลอกล่อให้ขึ้นรถ  แล้วแม่ผมก็โตนลงจากรถโรงพยาบาล  ก็เลยพาไปรักษาบ่ได้ไล่จับกันบ่ทัน  ผมก็เลยคิดยากที่สิบังคับให้แม่ผมไปรักษา      ฉันก็บ่รับปากว่าอาการของป้าฮาบจะดีขึ้นหรือไม่  แต่ฉันว่าก็น่าจะลองหาทางรักษาเบิ่งก่อน  แล้วฉันจะขอเบี้ยยังชีพจากทางองค์การบริหารส่วนตำบลให้กับป้าฮาบ  เผื่อว่าจะพอมีแนวทางช่วยเหลือครอบครัวของคุณอุบลได้บ้าง  แต่ว่าคุณอุบลต้องรับปากกับฉันก่อนว่าจะดูแลแม่ในทุกเรื่องทั้งความเป็นอยู่  ความสะอาด  และที่สำคัญเลิกกินเหล้า  เพื่อสุขภาพของคุณเองได้บ่ล่ะ    ครับผมจะพยายาม  ฉันดีใจที่ได้ยินอุบลผู้ใกล้ชิดป้าฮาบที่สุดในตอนนี้รับปากเช่นนั้น  และจะต้องติดตามไปเรื่อยๆว่าความพยายามในครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่

จากการที่ได้พูดคุยกับกลุ่มผู้นำชุมชนถึงมุมมองของชุมชนกับชีวิตของยายฮาบคนเฒ่าคนแก่หลายคนเล่าว่า  ยายฮาบในอดีตเป็นหญิงสาวหน้าตาดีประจำหมู่บ้านโคกสูง  เป็นคนดี  และมีความขยันขันแข็งอาชีพหลักคือทอเสื่อขาย  อาชีพรองหาปลาขายเนื่องจากบ้านโคกสูงมีแหล่งน้ำที่ชาวบ้านเรียกว่าชลประทานซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ทางราชการเริ่มขุดเมื่อปี  2492 เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเกษตรอยู่ใกล้ ๆ กับลำน้ำเสียว  ห้วยตับเต่า  ซึ่งในขณะนั้น เป็นแหล่งหาปลาที่สำคัญของหมู่บ้านเนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์จึงทำให้มีคนอพยพจากอำเภอกัณทรวิชัยจังหวัดมหาสารคามมาอยู่ประมาณ  10  ครัวเรือน   เนื่องจากในตอนนั้น อำเภอกัณทรวิชัย จังหวัดมหาสารคามมีความแห้งแล้งติดต่อกันมาประมาณ  4-5 ปี  ซึ่งคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านโคกสูงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าพวกบ้านน้อยชลประทาน 

คนในบ้านน้อยชลประทานส่วนใหญ่มีอาชีพตีมีด  จอบ  เสียม ขาย แต่คนกลุ่มนี้ชอบเล่นการพนันเช่น  ไฮโลและโบกและในช่วงนั้นมีโจรมาปล้นบ่อยมากผู้ใหญ่บ้านขณะนั้นคือพ่อบัว  ไทยวังชัย  จึงประกาศให้ประชาชน บ้านน้อยชลประทานเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน  ซึ่งส่วนใหญ่อพยพมาซื้อที่อยู่คุ้มแสนสุขในหมู่บ้านโคกสูงม.9 ในปัจจุบัน  และความคิดเห็นต่อสาเหตุการเกิดโรคจิตของป้าฮาบชาวบ้านคิดว่าเป็นเพราะบ้าเลือด หลังคลอด  และกินยาไม่ต่อเนื่อง เพราะจนไม่มีเงินไปรับยาต่อเนื่องจึงทำให้โรคกำเริบและเป็นเรื้อรังในที่สุด แต่ตัวป้าฮาบไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยกับใคร   มีชีวิตที่น่าสงสาร  ทุกคนต่างเป็นห่วงว่าถ้าสิ้นยายแหลมและอุบลไปแล้ว  ใครจะเป็นคนดูแลป้าฮาบ           

  ฉันจึงได้หารือกับผู้ใหญ่บ้านว่าเราจะมีวิธีการดูแลชีวิตป้าฮาบอย่างไร  ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านก็เสนอว่าให้ประสานของบประมาณจากทางอบต.เพื่อเป็นเบี้ยยังชีพแก่ป้าฮาบ  ซึ่งฉันก็ได้พยายามดำเนินการแต่ยังขาดหลักฐานบางประการซึ่งกำลังดำเนินการประสานและในช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชนหลายตำแหน่งซึ่งผู้นำชุมชนกลุ่มใหม่นี้ค่อนข้างมีความกระตือรือร้นและทำงานเก่งฉันจึงมีความหวังว่าจะต้องมีแนวทางในการดูแลคุณภาพชีวิตของป้าฮาบที่ดีกว่านี้อย่างแน่นอน    และฉันได้เสนอเรื่องราวของป้าฮาบให้แก่ที่ประชุมของกลุ่มอสม.และผู้นำชุมชนเพื่อหาทางดูแลชีวิตของป้าฮาบ  ความเห็นจากการประชุมคิดว่าน่าจะมีการยื่นมือมาช่วยเหลือโดยอาจมีการจัดเวรกันไปดูแลป้าฮาบเพื่อให้อาหารดูแลเรื่องความสะอาดร่างกายและสภาพแวดล้อมในบริเวณบ้าน   เพื่อคุณภาพชีวิตของป้าฮาบจะได้ดีกว่าที่เป็นอยู่นี้   

ชีวิตที่น่าสงสารของป้าฮาบหญิงวิกลจริตซึ่งถูกกระทำรุนแรงด้านจิตใจ  สะท้อนให้เห็นถึงจุดด้อยของระบบบริการแบบเดิมที่เน้นการรักษาแต่โรคแต่ไม่ได้รักษาคน  การดูแลผู้ป่วยยังไม่มองความเป็นองค์รวม  การขาดการเชื่อมประสานที่ดีระหว่างหน่วยบริการ  ชีวิตป้าฮาบน่าจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่  ถ้าการทำงานเมื่อก่อนเน้นการให้บริการในระดับปฐมภูมิ  และมีระบบบริการที่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพและทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการ   และเข้าใจในการดูแลสุขภาพของผู้มีอาการทางจิต    ป้าฮาบคงไม่กลายเป็น  ป้าฮาบผีบ้าประจำบ้านโคกสูงอย่างแน่นอน และถ้าเราได้เข้าไปเรียนรู้ถึงความทุกข์ยากของคนในชุมชน เราจะมองเห็นความเป็นมนุษย์ของคนมากขึ้น  ซึ่งฉันคิดว่าถ้ามีการให้บริการสุขภาพเชิงรุกในช่วงเวลานั้นชีวิตป้าฮาบ  คงจะเข้าถึงบริการสุขภาพและไม่ถูกตีตราว่าเป็น  "ป้าฮาบผีบ้า"