บทบาทและท่าทีของทนายความในการคุ้มครองผู้บริโภค: กลุ่มทนายความอาสาสมัครจังหวัดโอซากา
ในการเดินทางไปโอซากาครั้งนี้ ผู้เขียนได้ไปพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มทนายความอาสาสมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดโอซากา ดังนี้
- ตัวอย่างอุบัติเหตุจากสินค้า (กรณี sick house) สถานการณ์และท่าทีการให้ความช่วยเหลือจากความเสียหายจาก sick house
นายมิอุระ นาโอคิ ทนายความได้ให้ความรู้แก่ผู้เขียนได้ดังนี้
Sick house คือสภาพอาการเจ็บป่วยต่างๆ ที่เกิดแก่ผู้อาศัยอันเนื่องมาจากภายในห้องของอาคารที่พักอาศัยที่สร้างใหม่หรือมีการปรับปรุงแล้วภายในอาคารปนเปื้อนด้วยสารเคมี ประกอบกับที่พักอาศัยเป็นอาคาร อากาศถ่ายเทไม่ได้เนื่องจากอากาศเย็นต้องปิดกระจกจึงทำให้ปริมาณสารเคมีมากขึ้น
สารเคมีที่ก่อให้เกิดอาการของโรคดังกล่าวที่สำคัญคือสารฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการน้ำตาไหล จาม อาเจียน หายใจขัด และบางรายอาจถึงขั้นถึงเสียชีวิต
ปัจจุบันของโรคดังกล่าวนี้ ทนายความได้มีการดำเนินคดีกับบริษัทที่ก่อสร้างบ้าน แต่เนื่องจากการพิสูจน์เกี่ยวกับกลไกการปล่อยสารเคมีออกมาหรือต้นต่อการเกิดของสารเคมีที่เป็นต้นเหตุนั้นพิสูจน์ยากจึงไม่ค่อยจะชนะคดีเท่าใดนัก ประกอบกับปัญหาของโรคดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างวิศวกรและแพทย์ผู้ชำนาญการจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับปัญหานี้
- ความเคลื่อนไหวและบทบาทของทนายความก่อนและหลังการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยความรับผิดในผลิตภัณฑ์
บทบาทของทนายความก่อนและหลังการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยความรับผิดในผลิตภัณฑ์จะไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมากนัก เนื่องจากทนายความได้มีการร่วมมือกันรณรงค์ให้มีกฎหมายว่าด้วยการดังกล่าว ทนายความหลายคนมีความคิดว่าหลังจากที่กฎหมายว่าด้วยการดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้วจะมีคดีเกี่ยวกับความรับผิดในผลิตภัณฑ์มาก และทนายความเฉพาะด้านดังกล่าวก็จะมีมากเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงปรากฏว่าคดีและทนายความเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีไม่มากนักเนื่องจากบริษัทต่างๆ มีการเตรียมตัวในการแก้ปัญหาพอสมควรและตื่นตัวที่จะแก้ปัญหาโดยไม่ต้องพึ่งศาล ประกอบกับเมื่อมีกฎหมายว่าด้วยเรื่องดังกล่าวได้มีระบบประกันภัยความรับผิดในผลิตภัณฑ์ด้วยจึงไม่ค่อยมีการนำคดีขึ้นสู่ศาลมากนัก
จากข้อมูลในฐานข้อมูล PIO-NET เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมามีการฟ้องคดีเพียง ๓๐ ราย และผู้บริโภคชนะคดีน้อยมากเนื่องจากในฐานะที่เป็นผู้เสียหายไม่สามารถนำสืบพิสูจน์ความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ผลิตได้เนื่องจากไม่มีความสามารถหรือความรู้ในการพิสูจน์
โดยหลักของกฎหมายว่าด้วยเรื่องดังกล่าว การพิสูจน์หรือการนำสืบความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลของผู้เสียหายก็เพียงพอแล้ว แต่สาเหตุที่ผู้เสียหายแพ้คดีเนื่องจากหลักฐานมีไม่เพียงพอ และไม่ค่อยมีความหนักแน่นทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ ประกอบกับตุลาการของประเทศญี่ปุ่นจะตัดสินให้ชนะคดีได้จะต้องมีความชัดเจนในการพิสูจน์หลักฐาน ดังนั้น จึงทำให้ผู้เสียหายส่วนใหญ่แพ้คดี
- บทบาทของสมาคมทนายความฯ กับภาคอุตสาหกรรม
ในภาคอุตสาหกรรมเองก็มีนักกฎหมายหรือทนายความ ดังนั้น นักกฎหมายหรือทนายความย่อมรักษาผลประโยชน์ฝ่ายขององค์กรที่ตนสังกัดอยู่ ดังนั้น ในส่วนของผู้ตอบข้อซักถามซึ่งเป็นทนายความอาสาสมัครด้านการคุ้มครองผู้บริโภคย่อมต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภคบนพื้นฐานของกฎหมายและความเป็นธรรม
- การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยความรับผิดในผลิตภัณฑ์
สมาคมทนายความมีการอบรมให้ความรู้แก่ผู้บริโภคโดยแนะนำให้ผู้บริโภคต้องเก็บพยานหลักฐานไว้เพื่อใช้อ้างอิงในการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาล และผู้บริโภคต้องทราบสถานการณ์ของอุบัติเหตุหรือความเสียหายอีกทั้งต้องชี้แจงได้ว่ามีการใช้สินค้าที่ถูกต้องแต่ก็ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่อาจคาดคิดและไม่ค่อยมีการเก็บพยานหลักฐานไว้ ดังนั้น จึงต้องมีการจัดอบรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวให้แก่ผู้บริโภคให้มากที่สุด
- ความเห็นเกี่ยวกับการพิจารณาคดีในชั้นศาลเกี่ยวด้วยกับกฎหมายว่าด้วยความรับผิดในผลิตภัณฑ์
ทนายความผู้ตอบข้อซักถามมีความเห็นว่าสถิติข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลผู้บริโภคในเชิงลึกมักจะไม่ค่อยได้ถูกหยิบยกหรืออ้างอิงในกระบวนวิธีพิจารณาความทางศาลเนื่องจากเป็นเอกสารที่ไม่เผยแพร่ การพิจารณาคดีในศาล การนำสืบ และการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่น หากผู้บริโภคไม่สามารถนำสืบความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำกับผลให้เป็นที่ชัดเจนที่ประจักษ์แล้วก็จะไม่มีโอกาสชนะคดีได้ ในการนี้ ผู้เขียนมีความเห็นว่ากฎหมายว่าด้วยความรับผิดในผลิตภัณฑ์นั้นเป็นกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งเกี่ยวด้วยกับความรับผิดในผลิตภัณฑ์ ซึ่งหลักการจะแตกต่างกับหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งทั่วไปเกี่ยวด้วยภาระนำสืบ ในการนี้กฎหมายดังกล่าวได้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ผลิตจะต้องรับผิดแม้ว่าจะไม่จงใจหรือไม่ประมาทเลินเล่อก็ตาม เว้นแต่จะนำสืบให้ชัดเจนได้ว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นจากตัวผู้บริโภคเอง เช่น ไม่ได้ใช้สินค้าตามปกติหรือไม่ปฏิบัติตามคำเตือนซึ่งติดไว้ชัดเจนบนสินค้านั้น เป็นต้น ส่วนผู้บริโภคเองก็เพียงแต่นำสืบความสัมพันธ์ระหว่างเหตุกับผลให้ได้ว่าตนเสียหายอันเนื่องมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นก็พอ ภาระนำสืบตกอยู่แก่ผู้ผลิต ดังนั้น การใช้มาตรการในชั้นศาลอาจเป็นที่ยุติได้ แต่ย่อมมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจ ดังนั้น มาตรการทางเลือกอันซึ่งได้แก่มาตรการประนีประนอมนอกศาลหรือการเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งหากไกล่เกลี่ยแล้วเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย นั่นก็คือความยุติธรรมอันสูงสุดซึ่งเป็นปรัชญากฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่ง
นอกจากนี้ ทนายความมีความเห็นประการอื่นอีกเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการดังกล่าวคือ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวคิดหลักทางสังคม ซึ่งผู้ที่จะชี้นำและเปลี่ยนแปลงก็คือผู้พิพากษาคดีนั้นเอง อย่างไรก็ตาม ทนายความมีความเห็นเสริมอีกว่าผู้พิพากษาประเทศญี่ปุ่นไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงแนวความคิด และมักจะให้ทั้งสองฝ่ายประนีประนอมยอมความกันมากกว่า จึงไม่มีคำพิพากษาตัดสินที่ชัดเจนเพียงพอเป็นบรรทัดฐานที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมหรือความคิดของคนญี่ปุ่น เมื่อมีการยอมความก็ไม่มีการเผยแพร่คำพิพากษาต่อสังคม บริษัทก็ไม่เผยแพร่ข้อเท็จจริงให้แก่สาธารณะ สังคมจึงไม่เกิดการเรียนรู้ ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวของทนายความที่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น เป็นต้น