ในฐานะที่เขียนและหาความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ นำวิธีรักษาโรคมะเร็งแบบธรรมชาติมาฝากซึ่งคนที่เป็นมะเร็งทุกคน ต้องปฏิบัติตัวอยู่แล้ว กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคลว่าจะมากน้อยเพียงไหน อ่านแล้วก็ใช่วิจารณญาณนะคะ ถ้าวิธีไหนใช้ได้และคิดว่าได้ผลดี ก็ขอให้บอกต่อ ๆ เผื่อมันจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย

                               วิธีการรักษามะเร็ง แบบธรรมชาติง่ายๆ 4 ข้อ ดังนี้

1.จิตใจ ต้องสู้ ทำใจให้เข็มแข็งโดยสู้ ๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นให้ทำใจให้สบาย
2.อาหาร งดเว้นเนื้อสัตว์  แล้วหันมารับประทานอาหารที่มะเร็งไม่รับประทาน คือทานเข้าไปแล้วไม่มีผลต่อโรคมะเร็ง คือไม่ไปกระตุ้นให้มะเร็งเติบโตอีก  มีทั้งหมด 15 ชนิด ได้แก่
    
2.1 ธัญพืช 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวกล้อง, ข้าวม้ง, ข้าวบาเล่ย์, ข้าวสาลี, และลูกเดือย
 
นำมาหุงด้วยหม้อข้าวไฟฟ้า
     
2.2 ผักผลไม้ 10 ชนิด ได้แก่ หอมหัวใหญ่, มันฝรั่ง, หรือมันเทศ, กล้วยน้ำว้าสุก (8ลูก/วัน), ฟักทอง, ข้าวโพดหวาน, ยอดแค, ถั่วพู (2 ชนิดนี้ห้ามขาด), บลอคโคลี่
หรือกะหล่ำ ดอก, ถั่วหวาน และคะน้าฮ่องกง (ผักผลไม้ 5 ชนิดแรกใช้นึ่ง) นำทั้ง 10  ชนิด หั่นเป็นชิ้นๆ นำมาเข้าเครื่องปั่นแบบไม่ต้องละเอียดมาก เพื่อให้กระเพาะอาหารทำหน้าที่ย่อย จากนั้น   นำมารับประทานหนัก 1 กก./วันกับธัญพืช
3. อาบน้ำ ร้อนสลับเย็นหรือเย็นสลับร้อนอย่างละ 2 นาที รวมเวลา 10 นาที 1ครั้ง/วัน เตรียมน้ำร้อน โดยใช้เครื่องทำน้ำร้อน เตรียมน้ำเย็นโดยหาถังน้ำใส่น้ำแข็ง แล้วอาบร้อนจัด และเย็นจัด เท่าที่ร่างกายทนได้ ภูมิต้านทานโรคทั้งสิ้น 2 จำพวก จะถูกกระตุ้นขึ้นมาทำหน้าที่ อย่างแข็งขัน

         ผู้เขียนอ่านพบในหนังสือเล่มหนึ่งมันนานมาแล้ว เป็นประสบการณ์ชีวิตจากผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่ใจเขาสู้มากทำทุกอย่าง ที่คิดว่าดีที่สุด จำได้ว่าเป็นยายชาวเชียงใหม่ แต่ตอนนั้นที่อ่านไม่ได้คิดอะไรมาก ก็อ่านไปเพื่อเป็นความรู้ แต่มาประสบกับตนเองคือ มีญาติผู้ใหญ่เป็น    ใช้เงินรักษาตั้งมากมายแต่ก็ไม่รอด ลูกหลานช่วยกันหาวิธีรักษาต่าง ๆ นานา เ    เสียเงินเท่าไหร่ก็ยอมแต่ท่านก็จากเราไป อาการครั้งแรกแค่ปวดท้อง ท้องอึดบ่อย ๆ ไปหาหมอก็ได้แต่ยาโรคกระเพราะมารับประทานอาการก็ดีขึ้นช่วงกินยา แต่เอาเข้าจริง ๆ ไปตรวจที่เชียงใหม่ หมอบอกเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ท่าทำใจไม่ได้เลยจากพวกเราไปอย่างรวดเร็ว เวลาแค่ 2 เดือน มันรู้สึกช็อคความรู้สึกมาก แต่ลูกหลานก็พยายามทำใจ   การที่คนที่เรารักจากไปด้วยโรคร้ายทำให้ลูกหลานวิตกกังวล ว่าเราจะเป็นอย่างท่านหรือเปล่า พยามยามดูแลรักษาตนเอง อย่างน้อยก็จะได้รู้ทันมันว่าเกิดความผิดปกติขึ้นกับเรา หรือเปล่า

          ผู้เขียนประสบกับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งมามากมาย ขณะทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลบางรายระยะสุดท้ายทรมานมากสงสารเขา มีกลิ่นเหม็นซึ่งเป็นกลิ่นของมะเร็ง ระยะสุดท้าย บางที่คนไข้เสียชีวิตเรายังแอบร้องให้ไปกับญาติเขาเลยมันทำใจลำบากจริง ๆค่ะ เพราะฉะนั้นจงใช้ชีวิตอย่างมีสติจะทำอะไร หรือบางทีเรารับประทานอาหารทุกวันนี้มีแต่สารพิษบางทีหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องทานมันอิจฉาคนที่เขาอยู่บนดอยอากาศดี ๆ ได้รับประทานอาหารปลอดสารพิษ ทำให้เขาไม่ค่อยเจ็บป่วยถึงจะเจ็บป่วยก็เป็นอะไรไม่มากนัก เราต้องพึงระวังเรื่องสุขภาพมาก ๆ นะคะ...............................................