KM การวิจัยเชิงคุณภาพเกี่ยวกับความรุนแรงในเยาวชน
1. การศึกษาด้านมนุษยวิทยา มีมิติที่ต้องใส่ใจในด้านความคิด ความเชื่อ แบบแผนพฤติกรรมของบุคคลในสถานการณ์หนึ่งๆ ทั้งผู้กระทำ ผู้ถูกกระทำ ผู้อยู่ในสถานการณ์แต่ไม่ได้กระทำสิ่งใด และผู้สังเกตการณ์ในสถานการณ์นั้น และหากเป็นเรื่องความรุนแรง ผู้ที่ถูกกระทำจะกลายเป็นผู้ใช้ความรุนแรงในอนาคต (สัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ...หุหุ ..ยังจำได้ว่าอาจารย์สอนมาน่ะประโยคเนี้ย...) และในความเป็นปัจเจกของแต่ละตัวละคร จะให้นิยาม หรือความหมายของสถานการณ์แตกต่างกัน นักวิจัยต้องมองให้เห็นทุกนิยามของแต่ละตัวละคร การที่นักวิจัยจะอธิบายปรากฏการณ์ปัญหาความรุนแรงนั้นจะอธิบายนิยามความรุนแรงในสายตาของใครบ้าง ผู้กระทำ เหยื่อ ผู้เกี่ยวข้อง เป็นต้น การศึกษาในมุมมองของฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งไม่พอต้องมองให้ครอบคลุมเพื่อเพิ่มคุณค่าของงานวิจัย
2. การเลือกทฤษฎีในการวิจัยแม้เป็นทฤษฎีเดียวกันแต่มีหลายโรงเรียน หลายเจ้าตำรับกรุณาระบุว่าท่านเลือกใช้ของเจ้าตำรับคนใด เพราะเหตุใดและหากเลือกทฤษฎีผิด คิดจนนักวิจัยตาย เฮ้อ...เครียด
3. การศึกษาปัญหาหนึ่ง ๆ มีมิติทั้งปัญหาที่เป็นเชิงโครงสร้างหมายถึงถ้านำคนออกไป แล้วนำคนใหม่เข้าไปในสถานการณ์แล้วปัญหายังอยู่ แสดงว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง หรือเป็นปัญหาเชิงวัฒนธรรม หากเป็นปัญหาเชิงวัฒนธรรมแล้วแม้ว่าเราเปลี่ยนโครงสร้างแล้วปัญหาก็ยังคงอยู่ เช่น ไม่ว่าแก้ รัฐธรรมนูญสักกี่ครั้ง คนไทยก็ยังมีการซื้อเสียงแสดงว่านั่นเป็นปัญหาเชิงวัฒนธรรม การจะอธิบายปรากฏการณ์ความรุนแรงในวัยรุ่นก็ต้องเลือกว่านักวิจัยจะอธิบายปัญหานั้นในระดับใดด้วย
4. นอกจากที่กล่าวแล้ว ข้อ 3. สถานการณ์หนึ่งๆ มีหลายระดับที่ต้องศึกษา นั่นคือทั้งในระดับระดับปัจเจกบุคคล ระดับชุมชน ระดับสังคม เช่น เด็กถูกทำร้ายร่างกาย 1 คน ในสังคมเป็นปัญหาปัจเจกบุคคล มีเด็กถูกทำร้ายร่างกายหลายๆ คน หลายๆ กรณี เกิดขึ้นในสังคม ก็เป็นปัญหาของสังคม แต่ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเราต้องรู้จักเรียนรู้ปัญหา และอยู่ร่วมกับปัญหานั้นให้ได้ พร้อมทั้งเรียนรู้ในการจัดการกับปัญหาด้วย
5. การเลือกกรณีศึกษาในงานวิจัยเชิงคุณภาพควรเลือกตัวอย่างที่หลากหลาย อย่าเลือกเฉพาะกรณีที่เข้ากับกรอบคิดที่เรานำมาอธิบายเท่านั้น เพื่อให้สามารถอภิปรายปัญหาได้กว้างขวางขึ้น และการนำเสนองานวิจัยเชิงคุณภาพ อย่าเล่ารายกรณีศึกษาจะลดทอนคุณค่าของงานวิจัยลง ควรนำเสนอในลักษณะสังเคราะห์ประเด็นที่ต้องการเสนอแล้วนำคำอธิบายของกรณีศึกษามาเสริม
6. นักวิจัยต้องนำเสนอผลการวิจัย พร้อมบอกข้อจำกัดของข้อมูลและผลการวิจัยว่าผู้นำไปใช้สามารถใช้ได้มากน้อยแค่ไหน
7. ความรุนแรงไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ แต่เป็น “อาการ” ซึ่งมีความเคลื่อนไหว การแก้ปัญหาไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะเวลานี้ แต่เป็นการวางการแก้ปัญหาไปในอนาคตด้วย นักวิจัยต้องมองให้ออกเพราะการอธิบาย ปรากฏการณ์ความรุนแรง กับอาการของความรุนแรงนั้นจะต่างกัน