บทวิพากษ์โดย รศ.ดร. มานพ คณะโต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ยินดีด้วย และมีอคติส่วนตัวบางประการ
1 Plabo Fairre เขียนหนังสือเรื่อง Pedagogy of the Oppressed มีสาระว่า การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ขึ้นอยู่กับความสนใจและความอยากรู้ของคนผู้นั้นหากเจ้าตัวไม่อยากรู้แล้วก็ยากที่จะทำให้ความรู้เพิ่มพูนขึ้นในบุคคลนั้น อธิบายว่าผู้เรียนวิจัยมาเรียนด้วยอยากรู้จริงหรือไม่ จากประสบการณ์ที่สอนมาพบว่ามีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่มาด้วยความอยากรู้ของตนเอง ที่เหลือมาเพราะเจ้านายให้มา กลัวเสียโควตา อย่างได้ผลงาน (ไม่ใช่อยากได้ความรู้) อยากพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศ รวมทั้งอยากมีความรู้แบบอาหารสำเร็จรูป (ไม่ต้องการเรียนแต่ต้องการรู้) และเพตุผลอื่นอีกสารพัด
2 ประสิทธิผลของการเรียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้เรียนเท่านั้น ผู้สอน สื่อ วิธีสอน เนื้อหา ระยะเวลา บรรยากาศสิ่งแวดล้อม การฝึกทักษะ ฯลฯ ล้วนมีผลทั้งสิ้น การสรุปควรต้องวิเคราะห์ให้ครอบคลุมไม่ควรด่วนสรุปว่าการเรียนในชั้นเรียนได้ประโยชน์น้อย
3 หากมองว่าการจัดการความรู้คือการนำการวิจัยไปใช้ประโยชน์ คงต้องดูว่า ผู้ใช้ประโยชน์ต้องการงานวิชาการในแบบใด ต้องการแบบ วิจัยปฏิบัติการหรือสร้างวิชาการจากงานประจำ หรือผู้อื่นสร้างใหและตนองรอใช้ฝ่ายเดียว
4 ส่วนตัวมองว่าการจัดการความรู้เป็นเรื่องใหญ่มากทั้งการสร้าง การประมวล การส่งผ่านความรู้ไปสู่กลุ่มเป้าหมาย ฯลฯ วานวิจัยเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น
5 เห็นด้วยว่าประเด็นพื้นที่ (จริธรรมของการวิจัยเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง)
6 ดีใจที่แยกแยะการส่งผ่านความรู้ที่แตกต่างกันระหว่านักวิชาการกับสื่อมวลชน
ต้องไปสอนหนังสือแล้ว วันหน้าค่อยคุยใหม่
</font></span></span></span>