โลกแห่งไซเบอร์สเปซยินดีต้อนรับคนหน้าใหม่ๆ เสมอ การเริ่มต้นและการเรียนรู้ที่จะทำให้ได้ไม่ใช่สิ่งที่ยากอีกต่อไป

จะมีใครรู้บ้างครับว่าวันนี้บ้านเรามีรายการทีวีบนอินเทอร์เน็ตอยู่มากมายเท่าไรแล้ว ผมเองก็ไม่รู้ครับ แต่เดิมคิดว่ามีอยู่ไม่กี่เว็บไซต์ แต่พอได้ไปร่วมงานมหกรรมอินเทอร์เน็ตปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่มี session หนึ่งชื่อว่า Video Podcast Day ซึ่งนำทีมโดยสองหนุ่ม Duocore จึงได้รู้ว่า อืมมม... อย่างน้อยก็มี 13 เว็บ ณ วันที่ 23 มีนาคม 2551แล้วหละ

ขอเริ่มเล่าเรื่องจากเว็บที่เค้าบอกว่าเป็นผู้นำ The First Leader ในวงการอินเทอร์เน็ตทีวีของประเทศไทยก่อนเลย นั้นก็คือ duocore.tv ครับ สโลแกนเค้าบอกว่า "ผลักดันวงการไอทีในบ้านเรา" กล้าและออยพูดได้ดีอย่างหนึ่งคือ แม้รายการจะมีหรือไม่มีผู้สนับสนุน แต่เค้าหยุดทำไม่ได้ ถ้าเค้าหยุดทำคือสัญญาณบอกให้คนที่ทำรายการเว็บทีวีตามมาว่า "เลิกซะเถอะ มันไม่เกิดหรอก" แต่เพราะความพยายามอย่างต่อเนื่อง (บวกกับทำเอามันส์) เลยทำให้พวกเรามีรายการอินเทอร์เน็ตทีวีดูกันเยอะแยะในทุกวันนี้

จะว่าไปในบรรดาเว็บไซต์เหล่านี้ ก็มีตั้งแต่เว็บที่ทำคนเดียวด้วยมือคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง ifevernet.com ตามมาด้วย siampod.com ที่นำเสนอเกี่ยวกับเทคโนโลยี pod (personal on demand)ทั้งหลาย ไปจนกระทั่งถึง changkhui.com ที่ทำโดย Gen X รุ่นใหญ่ พี่เค้าเล่าให้ฟังว่า ฟังฝรั่งพูดมาเยอะแล้ว สิ่งที่เรามีอยากเอามาเล่าให้ฝรั่งฟังก็มีเยอะเช่นกัน แถมยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่คนรุ่นใหญ่อายุมากกว่า 30 อยากดู แต่ปัจจุบันจะเห็นแต่รายการสำหรับ Gen Y จึงเป็นที่มาของเว็บไซต์ช่างคุยที่ตอนนี้มีรายการอยู่เกือบจะ 20 รายการแล้ว ได้ยินได้ฟังดังนั้นผมจึงลองเข้าไปสำรวจเว็บไซต์ดู ก็พบว่าเว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บเล็กๆ ทำกันดูกันไม่กี่คนแล้วสิ แต่เป็นความร่วมมือของคนหลายคนเลยทีเดียวที่สามารถนำอินเทอร์เน็ตมาใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งภาพและเสียงได้อย่างเหมาะสม

      

ที่มา http://makeinternettv.org

ถัดมาเว็บที่ผมคิดว่ามีเนื้อหาสาระเข้มข้นเพราะนำเอาเรื่องราวทางการเมืองมาตีแพร่อย่าง prachatai.com พิธีกรคู่ ChuPitch ทั้งสองกลับถ่อมตนว่ารายการของเค้าไม่มีสาระอะไร ในขณะเดียวกันเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเข้มข้นอย่าง siamintelligence.com ที่ทำรายการชื่อว่า Practical Utopia ก็พูดในทำนองคล้ายๆ กัน ในส่วนนี้ผมมองว่า ถ้าเราสามารถนำเนื้อหาที่หนักมาทำให้เป็นเรื่องเข้าใจง่ายและสอดแทรกมุขตลกขำขันเข้าไป ก็จะทำให้คนทั่วไปบริโภคง่ายขึ้น ซึ่งเว็บทั้งสองนี้ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น

จะว่าไปแล้วสำหรับผู้ผลิตรายการ Internet TV มีข้อดีกว่า TV อยู่มาก อยากทำอะไร ยาวเท่าไร ถ่ายที่ไหน ออกอากาศเมื่อไรก็ได้ ผมชอบการนำเสนอของเว็บไซต์ wakeupwakeupwakeup.com ที่พี่เค้าบอกว่า คันไม้คันมือ อยากทำเรื่องราวที่คนสนใจ อยากนำเสนอว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร โดยที่เค้าสามารถทำได้ในตอนนี้เพราะเทคโนโลยีเอื้ออำนวย เว็บท่องเที่ยวอย่าง zabaai.com ก็พูดคล้ายๆ กัน แต่จุดโฟกัสไม่เหมือนกันและมีรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างกัน ผมอยากบอกว่าชอบเว็บไซต์ทั้งสองเว็บนี้เพราะ layout สวยสบายตา ถูกใจ web developer มากครับ

ส่วนในกลุ่มบันเทิงจริงๆ ก็น่าจะมีเว็บ songburi.com และ jiggaban.com ที่ทำออกมาแนวคล้ายๆ กันคือ ดนตรี สัมภาษณ์ศิลปิน เบื้องหลังการทำงาน และคอนเสิร์ต โดยต่างคนต่างก็มีจุดยืน มีกลุ่มผู้ชมเป็นของตนเอง เช่นเดียวกับอีกสองเว็บชื่อแปลกๆ อย่าง fukduk และ ihere ที่นึกแว๊บนึงก็จะอ้อ... ว่ามันคล้ายกับคำภาษาไทยว่าอะไร เว็บกลุ่มนี้ได้ใช้ Internet เป็นช่องทางพิเศษในการสื่อสารกับผู้คนในฐานะคนที่อยากทำรายการ TV ดีๆ fukduk.tv มีรายการซึ่งจัดได้ว่า production เยี่ยมที่สุดถึง 14 ช่อง ในขณะที่ ihere.tv มีดารานักแสดงจริงๆ จากวงการบันเทิงมาทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ นับแต่จุดนี้ประเทศไทยสามารถถูกเรียกได้ว่า TV ไม่ใช่ของคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดอีกต่อไป เรามี TV บนอินเทอร์เน็ตให้ทุกคนได้สามารถแสดงออก โชว์ความเก๋าของตนเองได้อย่างเต็มที่

ผมมองว่า SukiFlix.com ก็เป็นอีกเว็บหนึ่งที่มีหลักการคล้ายๆ กับ fukduk เพียงแต่เจ้าของเว็บเค้าบอกว่าอยากให้เว็บไซต์ของตนเป็นสื่อสาธารณะ เป็นเวทีให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมได้แสดงออกกัน มันทำให้การดู web TV ไม่เหมือน TV เพราะผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมได้เกือบจะทันที สามารถแสดงความคิดเห็น หรือส่ง clip vdo ของตัวเองไปออกรายการเลยด้วย

ท้ายที่สุดขอกล่าวถึง iam.in.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์นำเสนอ event ที่ถูกบัญญัติศัพท์ไว้ว่า ถ้ามีคน มีวันเวลา สถานที่ ก็สามารถนำ event นั้นมา bookmark ใส่ไว้ในเว็บเพื่อ share เหตุการณ์หรือกิจกรรมที่น่าสนใจเหล่านั้นให้คนอื่นๆ ได้รับรู้บ้าง iam in Thai ไม่ใช่อินเทอร์เน็ตทีวี แต่มีฟีเจอร์นี้เป็นส่วนหนึ่งเพื่อดึงความสนใจของผู้ชมเว็บ ทำให้ผู้ชมสามารถรู้ว่าจะมีอะไร เกิดขึ้นเมื่อไร ที่ไหน เพื่อที่จะวางแผนกำหนดการของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งหมดคือเว็บไซต์ที่มาร่วมงานในวันนั้น แต่เท่าที่ผมทราบก็มีอีกหลายเว็บที่ไม่ได้มาอย่าง beartai.com tricast.tv และรายการใหม่ที่จะออกอากาศเดือนเม.ย. 51 อย่าง comtoday.tv (จริงๆ เคยเห็นในเว็บ magmareport.com ว่ามีรายการเว็บทีวีเหมือนกัน แต่ไม่ทราบว่าสาเหตุใดจึงหยุดไป) และก็อาจจะมีอีกหลายรายการที่ผมไม่ทราบและไม่เคยเห็น แต่สุดท้ายรายการอินเทอร์เน็ตทีวี เว็บทีวี เหล่านี้ จะสามารถอยู่รอดได้ไหม จะมีคนดูมากแค่ไหน และจะมีอิทธิพลเช่นเดียวกับสื่ออย่างทีวีไหม ก็คงจะต้องจับตาดูกันต่อไปว่าใครจะสามารถมอบคุณค่า (Value) ที่ผู้ชมต้องการได้บ้าง โลกแห่งไซเบอร์สเปซยินดีต้อนรับคนหน้าใหม่ๆ เสมอ การเริ่มต้นและการเรียนรู้ที่จะทำให้ได้ไม่ใช่สิ่งที่ยากอีกต่อไป แต่การเรียนรู้ที่จะทำให้ดีและทำให้เด่นก็คงจะต้องอาศัยทักษะของแต่ละคน โลกแห่งการต่อยอด การผสมผสานระหว่างศาสตร์ต่างๆ ไอที บันเทิง การเมือง ฯลฯ กำลังรอคอยเราอยู่ แล้วคุณหละคิดอย่างไร How do u think?