มุมมองของหนังไทยและหนังฝรั่ง บอกความแตกต่างของวิธีคิดได้

            บทความนี้เป็นข้อสังเกตของผมเองครับเกี่ยวกับหนังฝรั่งและหนังไทย โดยไม่มีอะไรอ้างอิง  ผมสังเกตถึงข้อแตกต่างบางส่วนระหว่างหนังไทยกับหนังฝรั่งในเรื่องของกาลเวลา

            นั่นคือ ผมสังเกตว่าหนังไทยส่วนหนึ่ง มักจะสร้างย้อนยุคไปในอดีต โดยมักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ วิถีชีวิตของทาส  ไพร่  เจ้าขุนมูลนาย   ส่วนหนังฝรั่งส่วนหนึ่งมักจะสร้างโดยจินตนาการไปในอนาคต เกี่ยวกับความทันสมัยและก้าวไกลของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ  ทั้งด้านฟิสิกส์ เคมี ชีวะ

            ในทางตรงกันข้าม  ผมไม่เคยสังเกตเห็นหนังไทยที่สร้างโดยจินตนาการไปในอนาคต  และ หนังฝรั่งที่สร้างโดยย้อนยุคไปในอดีต (หรืออาจจะมีก็ได้แต่ผมไม่ทราบ)

            ถ้าแนวการสร้างหนังเป็นไปตามข้อสังเกตของผมดังกล่าวจริง ผมขอวิเคราะห์ตามทรรศนะส่วนตัวของผม ถึง  วิธีคิด  ระหว่าง ไทย และ ฝรั่ง ดังนี้ครับ

           วิธีคิดแบบหนังไทย   คือ  การมองไปในอดีตที่ตราตรึง

            ข้อดี   ทำให้มองเห็นอัตลักษณ์ของความเป็นไทยที่ชัดเจน  ว่า เราคือใคร มาจากไหน   มีที่มาที่ไปอย่างไร

          ข้อจำกัด  เป็นการมองอย่างแยกส่วน   ไม่เห็นความเป็นพลวัตของความเปลี่ยนแปลงตามกระแสสังคมและกระแสโลก     ทำให้เราย่ำอยู่กับที่  เป็นวิธีคิดที่อาจถูกครอบงำได้ง่ายด้วยลัทธิ  อำนาจนิยม   ทำให้เกิดวิถีชีวิตแบบ สยบยอม อันเกิดจาก   การครอบงำ   ซึ่งไม่เป็นผลดีเลย ต่อการพัฒนาชีวิตและสังคม  ในยุคปัจจุบัน

          วิธีคิดแบบหนังฝรั่ง   คือ  การมุ่งสู่ความทันสมัยในอนาคต

           ข้อดี   เป็นการจินตนาการเพื่อเป็นฐานในการสร้างความรู้ที่ทันสมัย

           ข้อจำกัด  มองแบบวิทยาศาสตร์ เน้นวัตถุนิยมด้านเดียว ขาดมิติด้านจิตใจ อีกทั้งยังเป็นการรุกรานธรรมชาติโดยไม่คำนึงถึงความยั่งยืน   การสร้างความทันสมัยตามฝรั่ง  จึงควรบูรณาการความรู้ด้านจิตใจใส่เข้าไปด้วย   เพราะมนุษย์ ไม่ใช่หุ่นยนต์

 

              ผมคิดได้เท่านี้แหละครับ  ก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว  ถูกผิดอย่างไรช่วยชี้แนะด้วยครับ

                                             ขอบคุณครับ