เคยได้ยินว่า "บ้านนอกเข้ากรุง" แต่ทำไมเราถึงอยากมาบ้านนอก

เป็นคำถามที่ค้างคาใจ ของคนหลายคนที่ได้รู้จักกับดิฉันว่า ทำไมเป็นคน กทม.

ถึงอยากมาอยู่ที่ มส. เรื่องมีอยู่ว่า ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่ กทม. ทำงานอยู่ที่ airport ดอนเมือง

( คิงเพาว์เวอร์ ) แล้ว airport ย้ายไปสุวรรณภูมิก็ลาออก คิดว่าทำไปก็ไม่เหลือ แล้วจะทำ ทำไม

ที่บ้านทุกคน ก็เลยบังคับให้มาอยู่ที่ มส. เพื่อจะเป็นครู แต่เส้นทางสู่ดวงดาวนั้น ชั่งยากลำบากเสีย

จริง ๆ

                 ตอนที่มาอยู่แรกๆ พี่ที่โรงเรียนก็สบประมาทว่า หน้าแบบนี้อยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือนหรอก

แต่ตอนนี้ อีกประมาณ หก เดือนก็จะคบ สองปีแล้วค่ะ

                 ความรู้สึกที่ได้มาเป็นครูบนดอยนี้  เหมือนเป็นการค้นพบตัวเอง จากเดิม ที่เป็น

คนทำงานอ๊อฟฟิต ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย คือ เรื่องการแต่งตัว , ความเป็นอยู่ และทุกๆ

อย่างในชีวิตเปลี่ยนแปลงไปหมด ไม่เคยเสียใจ หรือเสียดาย ชีวิตที่สุขสบาย ที่บ้าน กทม. เลย

แต่รู้สึก ว่าเรามีความสุข กับการได้ทำอะไรที่แตกต่าง เคยไปตลาดกับแม่ อยากได้อะไรก็หยิบ

ใส่ตะกร้า แต่ตอนนี้เราต้องจ่ายให้กับเด็ก เหมือนเป็นแม่ของพวกเขา โรงเรียนที่มาอยู่นี้เป็น รร.

พักนอนประจำ ครูที่นี่ทำงาน 24 ชม.  เป็นเพื่อน เป็นพี่ และเป็นทุกอย่างให้กับเด็กๆ ( นอกเวลา

เรียนนะคะ ) เด็กทีนี่เป็นเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา ที่อยู่ตามหย่อมบ้าน ระหว่าง พม่า และ ไทย

จึงมีพระราชดำรัส ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ ที่ว่าจงให้การศึกษากับเด็กด้อยโอกาสนี้

ได้จนถึงระดับอุดมศึกษา เด็กด้อยโอกาสนี้ กว่า 80 % ไม่มีนามสกุล เพราะไม่มีหลักฐาน

ทางทะเบียนราษฎร์ 

                 การทำงานตอนแรกๆ เลยก็มีปัญหา และอุปสรรคบ้าง เป็นธรรมดา ค่ะ ทั้งปัญหา

ส่วนตัว และส่วนรวม คือ ดิฉันเรียนจบ บริหารธุรกิจ ( การตลาด ) ไม่ได้เรียนจบครูมาโดยตรง

ด้านการสอนก็มีปัญหา ถือว่าไม่เป็นอุปสรรค เท่าไหร่ เพราะอุปนิสัยส่วนตัวเป็นคนกล้าแสดง

ออก และมีมนุษย์สัมพันธ์ดี จึงเข้ากับนักเรียนได้ง่าย  แต่ ด้วยความที่เราอยากเป็นกันเอง

อยากสนิทกับเด็ก มากเกินไปจน บางทีเด็กไม่เคารพ และเล่นกับเรามากเกินไป

จึงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ คือ การวางตัวให้ดูน่าเกรงขามขึ้นกว่าเดิม

และได้ผลดีมาก ตอนนี้เด็กอยู่ในโอวาท สามารถ คอนโทล์ได้ สำหรับอุปสรรคในหน้าที่การ

งานแรกๆ ก็มีปัญหาเช่นกัน แต่ตอนนี้ได้ไปเรียน วุฒิครู เพิ่มแล้ว จึงมีความสามารถ

ที่จะทำงานวิจัย , แผนการสอนได้สบาย มาก

                   จึงมีความคิดว่าถ้าวันนั้น ไม่ตัดสินใจเดินทางมาที่นี่ก็คงไม่มีความสุข

เท่าวันนี้ ทุกวันนี้ค้นพบความสุขอย่างแท้จริง เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องแรกเลยนะคะ

อยู่ที่นี่ รถก็ไม่ติด อากาศที่บนดอยนี้อากาศหนาวเย็น ตลอดปี ( สบายมากๆ )

คือติดแอร์ทั้งโรงเรียนก็ว่าได้............................................................