GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เสียงกลางวงกิน

   “บ้าชะมัด  จะกินให้อร่อยซะหน่อย หมดมู๊ดเลย” 
   เสียงบ่นกระปอดกระแปด  กับท่าทางอารมณ์บ่จอยของเพื่อนทำให้ต้องชวนเสวนา   เพื่อสร้างบรรยากาศหลังอาหารกลางวันให้ดีขึ้น  จะได้ทำงานช่วงบ่ายด้วยกันอย่างมีความสุข  
   เธอออกไปกินข้าวข้างนอกกับลูกค้ามาค่ะ   เจอกิริยาอาการกินแบบสุดจะทนทั้งจากลูกค้าของตัวเอง  และลูกค้าของร้านอาหารที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ กัน   เลยกินไม่อร่อยแถมเสียอารมณ์อีก 
   ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร   คนบางคนอาจไม่รู้สึกใดๆ กับเรื่องที่เธอพบเจอ  แต่สำหรับหลายๆ คนแล้ว   อาจสร้างความหงุดหงิดใจได้ไม่เบาเลยทีเดียว
   กิริยาท่าทางในการกินหลายอย่างสามารถสร้างความรำคาญ  พาลเลยไปถึงบ่อนทำลายบรรยากาศดีๆ  และอาหารอร่อยๆ ได้ชะงัด   โดยที่เจ้าตัวต้นเหตุไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรสักนิด   เพราะตั้งแต่เกิดมา  ไม่เคยมีใครบอกหรือว่ากล่าวตักเตือนมาก่อน   หรือคนรอบข้างก็ทำเหมือนๆกัน!
และที่เพื่อนวีนมากกว่าปกติก็เพราะแขกร่วมโต๊ะเรียนจบตั้งปริญญาโท    เธอว่าทำอย่างนั้นได้ยังไง ?!? 
    เราเลยบอกไปว่าคงไม่เกี่ยวกันกระมัง  เพราะเท่าที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นใครลงเรียนวิชามารยาทในการกินที่มหาวิทยาลัยเลยสักคน      
    เรื่องอารมณ์เสียของเธอเกี่ยวกับเสียงที่เกิดจากอากัปกิริยาเวลากินค่ะ  
เป็นการกระจายเสียงออกจากปากเท่านั้นนะคะ  ไม่ใช่จากช่องทางอื่นๆ
    เสียงที่เธอเผชิญมาเป็นอันดับแรกคือ  เสียง แจ่บๆ  จากการเคี้ยวอาหารโดยไม่ยอมปิดปากให้สนิทของลูกค้าซึ่งนั่งประจัญหน้าตรงกันข้ามกับเธอ    แถมระหว่างเคี้ยวก็พูดไปด้วย   เธอเห็นแล้วอยากเมิน  แต่ก็เกรงจะเสียมารยาท 
    ความจริงการพูดในขณะที่มีอาหารคำเล็กๆ อยู่ในปากนั้นทำได้ค่ะ  ไม่ถือว่าผิดอะไร  แต่ถ้ากินคำโตๆละก็  ขออย่าได้เปิดปากพูดเด็ดขาด   ยิ่งเคี้ยวแล้วเปิดปากพร้อมส่งเสียงแจ่บๆ ด้วยแล้ว  โปรดอย่าได้ทำเลยนะคะ
    ต่อมาเป็นเสียง จิ๊กแจ๊ก  เกิดจากการดูดฟันเวลามีอาหารติด   ซึ่งลูกค้ารายนี้คงมีปัญหาเรื่องฟันอยู่ด้วย  จึงทำให้เศษอาหารติดฟันเป็นระยะๆ  เสียงจิ๊กแจ๊กจึงบรรเลงสลับกับเสียงแจ่บๆ ให้เธอได้ยินเป็นช่วงๆ 
    ในกรณีนี้  ถ้ากำจัดไม่ได้ด้วยการใช้ลิ้นกวาดหรือดุนออกอย่างเงียบๆ   ก็ควรลุกออกจากโต๊ะ และไปส่องกระจกดูในที่ที่สามารถกำจัดเศษอาหารออกจากฟันได้โดยลำพังจะดีกว่าค่ะ    แต่ถ้าติดเป็นระยะๆ อย่างพ่อคนนั้น  ก็ควรปล่อยให้ติดไปเถอะ   ยกยอดไปขจัดซะทีเดียวตอนกินเสร็จแล้วที่ห้องน้ำ
    ทีนี้ก็ถึงเสียง ซู้ดๆ จากการซดแกงจืด  ดูน่าอร่อยอยู่หรอกค่ะ แต่บังเอิญไม่ใช่ธรรมเนียมญี่ปุ่น  เสียงซดดังๆ  จึงไม่งามเลย  จิบเบาๆ แบบไร้เสียงไม่ใช่เรื่องยาก   และถ้าน้ำแกงหรือซุปร้อนเกินไปที่จะซด  ก็ปล่อยทิ้งไว้ให้อุ่นซะหน่อยก่อน  ไม่ต้องทำท่าเป่าให้เกิดเสียง พู่ๆ เพิ่มขึ้นมาอีก
    ระหว่างอดทนกับเสียงกินที่บรรเลงอยู่ตรงหน้า    เธอก็ได้ยินเสียงประสานด้วยค่ะ   จากโต๊ะข้างๆ  ที่ส่งเสียงเฮฮา  และคุยกันแบบไม่สนใจว่าจะมีแขกโต๊ะอื่นๆ  อยู่ในร้านด้วย   แถมยังพากันปล่อยสารพัดสัตว์เลื้อยคลานเพ่นพ่านไปหมด   เพราะมากันหลายคนและมีเบียร์หลายขวดวางเรียงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   นี่ขนาดมื้อกลางวันนะเนี่ย  เพื่อนครวญว่าอุตส่าห์เลือกร้านเกรดดีแล้วเชียวนา   
    ทำยังไงได้ล่ะคะ  ร้านเกรดดีแค่ไหน ก็คงจะคาดเดาไม่ได้ว่าลูกค้าที่เดินเข้ามาใช้บริการนั้นจะเกรดดีด้วยหรือเปล่า
    เสียงสุดท้ายปิดฉากการกินคือ เสียง เอิ้กๆ  ของการเรอเพราะความอิ่ม เพื่อไล่ลมในกระเพาะที่ดันขึ้นมา  
    ธรรมเนียมชาติอื่นอาจถือเป็นเสียงสวรรค์   เจ้าภาพจะดีใจอย่างยิ่งเมื่อได้ยินเสียงเรอของแขกหลังอาหาร  แต่นี่เมืองไทยค่ะ  และหลักสากลเองก็ถือว่าไม่งามเช่นกันที่จะส่งเสียงเรอเอิ้กอ้ากหลังอาหาร    
    เพื่อนอธิบายไปพลาง  ออกลีลาประกอบไปด้วย   ทำให้เราต้องหัวเราะ  พอจบเรื่อง  เพื่อนก็อารมณ์ดีขึ้น   เรื่องหงุดหงิดกลายเป็นเรื่องขำขัน   แถมสั่งเราว่า  “ช่วยเอาไปเขียนหน่อยซิ” 
ค่ะ  เขียนให้แล้วนี่ไง   แต่ไม่รู้ว่าคนประเภทที่ทำแบบนี้จะอ่านหรือเปล่า  และถ้าอ่านแล้วจะเลิกทำได้มั๊ย   เพราะเคยชินซะแล้ว
    เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะคะ  ใครอยากเห็นลูกหลานกิริยางดงามก็ช่วยอบรมกันหน่อย  ไม้อ่อนดัดง่ายกว่าเยอะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): มารยาท
หมายเลขบันทึก: 1723
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

อ่านสนุกดีครับ ได้ความรู้ด้วย แล้วจะรออ่านอีกนะครับ