(ต่อจากคราวที่แล้วค่ะ)
อีกกิจกรรมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือการดูแลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนที่อยู่ร่วมกัน อย่างเช่น ภายในหน่วยงาน องค์กร หรือแม้แต่ในครอบครัว ที่มักจะมีปัญหาให้เห็นได้บ่อย ๆ ว่าคนบางคนไม่พูดกัน ไม่ถูกชะตากันแม้จะยังไม่เคยได้คุยกันเลย ฯลฯ ซึ่งบางครั้งยังหาเหตุผลไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเราจึงรู้สึกไม่พอใจ หงุดหงิดและไม่ชอบคนบางแบบ โดยกิจกรรมนี้เราได้เรียนรู้ผ่านเรื่องราวที่กระบวนกรบอกกับพวกเราว่าเป็นศาสตร์ของพวกอินเดียนแดงที่ได้แบ่งลักษณะของคนเป็น 4 ทิศด้วยกันโดยแทนด้วยสัตว์ 4 ชนิด ดังนี้
ทิศเหนือ แทนด้วย “กระทิง” ธาตุไฟ เป็นคนกล้าลุย, เผชิญ พูดตรงไปตรงมา รักพวกพ้อง รักความยุติธรรม ชอบลงมือกระทำ จะคิดว่าทุกอย่างทำได้
ทิศใต้ แทนด้วย “หนู” ธาตุน้ำ ซึ่งเป็นทิศที่ตรงกันข้ามกับกระทิง จะเป็นผู้ที่ไม่ชอบความขัดแย้ง ประนีประนอม ยอม ขี้เกรงใจ เป็นผู้ให้ ไม่ค่อยกล้าปฏิเสธ ดูแลผู้คน เน้นที่คนมากกว่างาน และจะเป็นผู้หล่อเลี้ยง
ทิศตะวันออก แทนด้วย “อินทรี” ธาตุลม เป็นพวกที่มองการณ์ไกล ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ชอบคิดนอกกรอบ คิดเป็นภาพ เบื่อง่าย เป็นนักจินตนาการ และชอบคิดมากกว่าทำ
ทิศตะวันตก แทนด้วย “หมี” ธาตุดิน เป็นนักวางแผน ลงรายละเอียด ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง จะทำอะไรต้องเตรียมการณ์ก่อน รอบคอบ คิดถึงความคุ้มค่า และเน้นที่งานมากกว่าคน
จากกิจกรรมนี้ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับลักษณะของคนรอบข้างของเราบางแบบ ที่เมื่อไรที่เราเจอหรือได้สัมผัส สัมพันธ์กันเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว รวมทั้งคู่ชีวิตของเรา จะทำให้เรารู้สึกจี๊ด ๆ ไม่พอใจ หรือหงุดหงิดขึ้นมาเสมอ ๆ ซึ่งกระบวนกรบอกกับเราว่า บุคลิกลักษณะที่เราจี๊ด ๆ กับคนที่เราสัมพันธ์ด้วย จริง ๆ แล้วมันก็เคยมีอยู่ในตัวเราแต่เราได้ทิ้งมันไปแล้วเพราะเห็นว่าไม่จำเป็น แต่บางครั้งเราอาจจะต้องหยิบมันกลับมาใช้บ้างในบางโอกาส (รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Voice dialogue หาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.wongnamcha.com ) ที่สถาบันขวัญเมืองเค้ามีประโยคหนึ่งที่เมื่อได้ยินแล้วรู้สึกถูกใจมาก ๆ คือ ให้เรา “ดูแลคนใกล้ชิด ดุจดั่งอาคันตุกะ” ลองใคร่ครวญดูค่ะ ว่าบางครั้งตัวเราเองอาจจะละเลย และหลงลืมที่จะดูแลคนที่ใกล้ชิดเราที่สุดไปจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ คู่ชีวิต หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานของเรา
วันสุดท้ายของการอบรมจากระยะเวลา 4 วัน ที่คิดว่ามันต้องยาวนานและน่าเบื่อเหมือนกับการอบรมส่วนใหญ่ที่เคยไปมา ครั้งนี้กลับเป็นความรู้สึกที่แตกต่างอย่างมาก ทั้งรูปแบบที่เราได้รับเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างผ่อนคลายและกิจกรรมต่าง ๆ พวกเรารู้สึกว่าเวลาของการอบรมช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว และอบอุ่น เหมือนกับว่าเราเพิ่งมาถึงเชียงรายเมื่อวานนี้เอง
เมื่อกลับมาถึงที่ทำงาน อาทิตย์แรกหลังกลับจากเชียงราย ด้วยหัวใจที่พองโตของเราจากการเรียนรู้ที่ได้รับมา ทางฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร นำทีมโดย คุณสุดาพร พงศ์พีรวิชญ์ ก็เริ่มจัดกิจกรรมให้กับบางหน่วยงาน และหัวหน้าพยาบาล ได้มาพูดคุยกัน กิจกรรมที่เราได้เริ่มทำนั้นจะเน้นเรื่องของสุนทรียสนทนา และการฟังอย่างไม่ตัดสิน เริ่มจากให้ทุกคนนอนทำ Body scan เพื่อปรับคลื่นของสมองก่อนที่จะเรียนรู้ร่วมกันของกลุ่ม และต่อด้วยกิจกรรมการเล่าเรื่อง แต่เปลี่ยนจากเรื่องเล่าในวัยเด็กเป็นประเด็นเกี่ยวกับการทำงานแทน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละกลุ่มได้เปิดพื้นให้แต่ละคนได้พูด โดยมีเพื่อนรับฟังอย่างลุ่มลึกและปรารถนาดี ผลที่ได้รับมีแนวโน้มที่ดี แต่ความรู้สึกแบบนี้จะนานแค่ไหนคงต้องติดตามกันต่อไป รวมทั้ง ระหว่างวันที่ 2-8 มีนาคม นี้ คณะแพทยศาสตร์ ก็ได้ส่งบุคลากร จำนวน 9 ท่าน ไปเข้าร่วม “มหกรรมกระบวนกรครั้งที่ 8” ที่สถาบันขวัญเมือง จังหวัดเชียงรายอีกครั้ง ซึ่งจะไปเรียนรู้เกี่ยวกับ มณฑลแห่งพลัง สุนทรียสนทนาฯลฯ และเบื้องหลังการเป็นกระบวนกร เพื่อที่จะให้บุคลากรกลุ่มนี้ได้มาเป็นแกนนำในการเป็นกระบวนกรในการพัฒนาคณะแพทยศาสตร์ต่อไป
ยินดีนะคะที่ได้มีโอกาสรับรู้เรื่องราวดี ๆ
เคยนำกิจกรรมผู้นำ 4 ทิศ มาใช้กับนิสิตทันตแพทย์ชั้นปีที่ 5
ในวิชาทันตกรรมชุมชน 5 ที่พวกเขาต้องทำงานส่งเสริมสุขภาพร่วมกับเพื่อน
ประมาณ 10 คน จากเดิมขณะที่กำลังมีปัญหาในการทำงานร่วมกัน
กิจกรรมนี้กลับช่วยคลี่คลายและทำให้พวกเขาเข้าใจกันมากขึ้น
และนี่เป็นอีกเสียงสะท้อนของนิสิตที่ดิฉันได้รับมาจากการประเมินรายวิชาค่ะ
เลยขอนำมาร่วม ลปรร. ด้วยค่ะ
- ขอบคุณ อาจารย์ Ninko ค่ะ ที่มา ลปรร.
- เคยนำกิจกรรมเหล่านี้มาใช้ในการปฐมนิเทศน์นิสิตแพทย์ก่อนขึ้น Ward กับนำมาปรับใช้สอนในหัวข้อ "การสื่อสารทางการแพทย์" ได้ผลดีเช่นเดียวกันค่ะ นิสิตเค้าสะท้อนกลับมาดีมาก ทำให้เรามีกำลังใจอีกเยอะเลยค่ะที่จะนำกิจกรรมเหล่านี้มาใช้
- ตอนนี้ที่คณะแพทย์ก็กำลังทำหลักสูตรนี้เพื่ออบรมให้กับบุคลากรของเราอยู่ค่ะ
เป็นความรู้ใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้เลยคะ ขอให้รีบทำหลักสูตรนี้เร็วๆ และเอาเข้ามาทำกับบุคลากรในคณะแพทย์ไวไวนะคะ จะได้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาก ถึงมากยิ่งขึ้น คะ
องค์เราจะได้มีความสุข
- ขอบคุณ คุณ Tang ที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น สำหรับหลักสูตรรุ่นแรกจะขอเป็นผู้สนใจเข้าร่วมในกิจกรรมนี้ก่อน คาดว่าจะจัดภายในเดือนเม.ย.หรืออย่างช้าที่สุด คงเป็น พ.ค. ค่ะ หลังจากน้นจะทยอยจัดให้กับบุคลากรคณะแพทย์ทุกคนค่ะ
ขอเชิญชวนหน่วยงานในคณะแพทยศาสตร์ มน ถ้าสนใจกิจกรรมผู้นำสี่ทิศติดต่องานพัฒนาทัพยากรบุคคลพี่ฐาพี่เล็กช่ายได้นะจ๊ะ ส่วนหลักสูตรเต็มรูปแบบอดใจรอตามพี่เล็กแจ้งไว้ปลายเม.ย .หรือ พ.ค.
สวัสดีคะ...แวะมาเยี่ยมคะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ.."พี่สาว"