ฝนตกครั้งหนึ่ง ทำให้เกิดผลในการพัฒนาในระบบธรรมชาติอย่างกว้างขวาง สมดุล และบูรณาการ ควรที่นักพัฒนาตัวเป็นๆจะลองศึกษาและถอดรหัสออกมาเทียบเคียงกับแผนการพัฒนาของมนุษย์ ดูสิว่ามีจุดพิเศษอะไรที่เราจะนำมาใช้ได้

ก่อนหน้านี้ เดินไปไหนใบไม้ปูเกลื่อนพื้นดินหนาครึ่งคืบ เราเดินย่ำกรอบแกรบ คิดได้แต่เพียงว่าไม้ผลัดใบ ลดการคายน้ำ เพื่อผลิใบอ่อน แต่เดินเมื่อเช้านี้ ถึงเข้าใจมาอีกหน่อย..ว่าฝนตกลงมานอกจากใบไม้ช่วยคลุมดินยืดระยะความชื้นแล้ว ใบไม้แห้งเป็นเหมือนฟองน้ำ ให้แมลง จุลินทรีย์ได้ร่วมรับประโยชน์อีกด้วย เป็นฝนเดียวภายในคืนเดียวที่ทุกอย่างเจริญแบบก้าวหน้า ดอกกระเจียวโผ่ ไม้ผลิใบ มดแมลงดีใจ จุลินทรีย์ตีหนวดพับๆ หน่ออ่อนหญ้าตั้งท่าจะผลิใบ ป่าเล็กป่าใหญ่มีชีวิตชีวา เป็นการยกเครื่องการพัฒนาไปทั้งแผงพร้อมๆกัน นี่คือความสำคัญของบริบทในธรรมชาติ

ถึงการนั่งเรียนจะมีความสำคัญ แต่การเดินเรียนนำไปพบความรู้สดๆใหม่ๆที่น่าทึ่งและน่าสนใจ เราพูดถึงระเบียบวิธีวิจัยในนักศึกษาโข่ง แต่เราไม่เคยโยงมาถึงเด็กๆว่าจะปูฐานการเรียนแบบวิจัยยังไง อาจจะมีบ้างที่พูดเป็นตุเป็นตามประสาคนชอบสอนแบบเก่าๆ

การเดินเรียน เป็นวัฒนธรรมการเรียนรู้ของชาวบ้าน นักวิชาการสมัยใหม่เอาไปเรียกว่าเป็นหลักสูตรท้องถิ่น การเรียนเชิงประจักษ์ การเรียนโครงการ แต่แก่นแท้เนื้อหาจริงๆมีอะไรมากกว่านั้น

เอาแค่เดินไปเจอขี้วัว แต่ละกองก็สนุกแล้ว กับคำถามที่เผชิญหน้า นอกจากคำว่ามีอะไรในกอไผ่แล้ว ยังมีอะไรในกองขี้ควายอีก หรือ คำว่าเค็มเหมือนเกลือ เปลี่ยนมาเป็นคมเหมือนหนามบักเบ็น

ปฏิกิริยาของฝน เชื่อมโยงปรากฏการณ์อะไรบ้าง พรรณไม้แต่ละชนิดแสดงอาการออกมาอย่างไร? หน่อกระเจียวเจอฝนคืนนี้แทงช่อชูดอก รังมดแดงลงมากองบนพื้น มีเจ้าตัวหนึ่งยืนก๋าอยู่บนรัง ถ้ามีเด็กไปกับเราด้วย เราก็จะปล่อยให้เด็กถามมดแดง ..เรียนกันตัวต่อตัว ในสภาพจริง เอาชีวิตเข้ามาผลิตชุดความรู้

จริงๆแล้ววิชาอย่างนี้ ถ้าจะเปิดให้เป็นเรื่องเป็นราว ต้องระดมจอมยุทธยาขม เล่าฮูแสวง คนชอบวิ่ง นักการเมี่ยง นักการอึ่ง  อาจารย์ดวงพร เลาหกุล อาจารย์สร้อย เจริญสันติ ท่านบางทราย ท่านปาลียอน ส่วนจอมยุทธยาหวาน ต้องให้อาจารย์หมู ครูอ้อย สะมะนึกะ ป้าจุ๋ม ป้าแดง แรงฤทธิ์มาจ้อ

ครูสมพรสอนลิงก็มีแล้ว ถ้าจะมีครูดวงพร สอนค่างจะเป็นไรไปละ

"เอาลิงค่างกลางป่ามาฝึกสอน

เล่นละครลิงได้ดั่งใจหมาย

นี่นะคนทั้งแท่งแกร่งใจกาย

สอนไม่ได้อายค่างอายลิง"

ควรเป็นหลักสูตรครูผู้สอนที่มีใจก้าวหน้า ต้องการศึกษาวิธีสอนในสภาพจริง ไม่ติดยึดกระบวนการเก่า สนใจวิชาย่องเบาออกไปสอนนอกรั้วโรงเรียน ค้นหาวิธีที่จะเรียนวิชาKM.ธรรมชาติ งานนี้สนุก เหนื่อย แต่ยิ้มได้ ทั้งเช้า-สาย-บ่าย-เย็น หลักสูตร 4 วัน 3 คืน รุ่นละ20-25คน

ทุกคนผันเปลี่ยนวนเวียนแลกความรู้ กับสายลม แสงแดด ต้นไม้ จักจั่น นก ไก่ อะไรก็ได้ที่เห็น ท่านครูเล่านั้นล้วนเป็นหัวหน้าหมวดวิชาได้ !!

สิ่งที่เล่ามานี้เป็นเพียงสารบัญเท่านั้น ไม่สามารถสรุปได้ด้วยมาตรฐานใดๆ  เพราะจริงๆแล้ว แม้แต่เราเรียนตลอดชีวิต ยังสอบตกเล๊ย  แล้วคนที่ไม่เรียนไม่เข้าใจ เอาแต่โมเมศาสตร์จะเหลือเรอะ ขอรับท่าน !@!

งานนี้เป็นการบ้าน ฝากลุงเอกอีกแล้ว เป็นเจ้าภาพเปิดหลักสูตรเดินเรียนดูสักครั้งดีไหมครับ รับโดยการลงทะเบียน สนใจเจรจา..จะได้คิดต่อ และต่อติด ต่อไป อิอิ