ความงดงามของสังคมไทยคือวัฒนธรรมเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันของคนในครอบครัวและชุมชน

 

 

           เมื่อ 2 เดือนก่อนได้ไปเยี่ยมบ้านร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลพลายชุมพลและสมาชิกชมรมจิตอาสาของตำบลพลายชุมพลวันนั้นได้ไปเยี่ยมคุณยายน้อยหน่าอายุ 74 ปี คุณยายมีอาชีพทำขนมไทยเช่น ขนมใส่ใส้ ขนมตาล และข้าวต้มมัดขาย อาศัยอยู่กับสามี บุตรสาวและหลานสาวรวม 4 คน คุณยายเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี คุยเก่ง และชอบให้เพื่อนบ้านมาเยี่ยมบ่อยๆ เวลาใครมาเยี่ยมก็จะเอาขนมที่ตนเองทำมาให้ทาน

จากการพูดคุยสังเกตพบว่า คุณยายเดินไม่ได้ เวลาไปไหนมาไหนในบ้านต้องใช้วิธีเขยิบก้นไปกับพื้น คุณยายเล่าให้ฟังว่า เมื่อ3 ปีก่อนทำสวนอยู่ดีๆก็มีอาการปวดหลังและชาที่ขา ต่อมาขาเริ่มไม่มีแรง ไปหาหมอ หมอบอกว่าน่าจะเป็นกระดูกทับเส้น อาจจะต้องผ่าตัด ตอนนั้นรู้สึกกลัวการผ่าตัด เลยไม่ไปหาหมอต่อ  แต่ไม่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันเท่าไร เวลาเดินจะใช้ไม้ไผ่ทำเป็นไม้เท้า 2 อันช่วยในการเดิน เมื่อปีที่แล้วขาอ่อนแรงมากขึ้นไม่กล้าเดินกลัวล้ม เลยใช้เขยิบก้นหรือคลานแทน

 

 

จากการประเมินสภาพคุณยายเบื้องต้นพบว่า ไม่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรืออัมพาตใดๆ ขา 2 ข้างของคุณยายลีบเล็กน้อยยังพอมีกำลัง ข้อไม่ติด สามารถนั่งชันเข่าล้างจาน ซักผ้าได้ และสามารถยืนได้เมื่อจับขอบโอ่ง แต่ไม่กล้าเดินกลัวล้ม ทีมเยี่ยมบ้านจึงให้ข้อมูลกับคุณยายและบุตรสาวว่า คุณยายยังไม่เป็นอัมพาต ยังมีโอกาสเดินได้ แต่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยในการเดินเช่น ไม้เท้า 4 ขา ซึ่งพอคุณยายได้ฟังก็รู้สึกดีใจ และบอกว่าอยากเดินได้เหมือนเดิม ถ้าเดินได้จริงๆจะดีใจมากเหมือนตายและเกิดใหม่ จะได้ออกไปใส่บาตรพระตอนเช้าๆที่หน้าบ้านได้ และไม่เป็นภาระของคนในบ้าน

ป้าศรีนวลบุตรสาวของยายน้อยหน่าเล่าว่า ก็คิดอยู่นะว่าหากตนเองใส่ใจกับแม่หน่อย แม่ก็คงเดินได้นานแล้ว แต่ต้องออกไปขายของทำให้มีเวลาดูแลแม่น้อย” “อยากช่วยให้แม่แกเดินได้เหมือนกัน ถ้าหมอมีวิธีช่วยบอก ป้าจะทำตามทุกอย่าง

      ทีมเยี่ยมบ้านได้ให้พูดกำลังใจคุณยายน้อยหน่าและบุตรสาว รวมทั้งตกลงการดูแลร่วมกันโดยเริ่มจากเจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลพลายชุมพลให้ยืมไม้เท้า 4 ขา ส่วนตัวดิฉันซึ่งทำงานอยู่ในโรงพยาบาลก็นำปัญหาไปปรึกษากับแพทย์เพื่อให้การรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป รวมทั้งประสานงานกับนักกายภาพบำบัดให้มาช่วยสอนและฝึกคุณยายเดินที่บ้านโดยใช้ไม้เท้า รวมทั้งมาสอนสมาชิกจิตอาสาด้วย สมาชิกจิตอาสามาช่วยฝึกคุณยายเดิน และพูดคุยให้กำลังใจคุณยายและครอบครัวทุกวัน

 

 

      ปัจจุบันคุณยายสามารถใช้ไม้เท้า 4 ขาเดินได้คล่องขึ้น สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ตามใจหวัง สีหน้าสดใสขึ้น แผนการดูแลต่อไปของทีมเยี่ยมบ้านและจิตอาสาคือถ้าคุณยายเดินได้คล่องกว่านี้ จะฝึกให้ใช้ไม้เท้าขาเดียว และทำราวเกาะให้ฝึกเดินต่อไป

คุณยายบอกว่า รู้สึกดีใจที่มีวันนี้  ขอบคุณคุณหมอ และสมาชิกจิตอาสาที่ช่วยเหลือให้เดินได้อีกครั้ง 

ป้าศรีนวลบุตรสาวบอกว่า ขอบคุณทุกๆคนที่มาช่วยดูแลคุณแม่ให้เดินได้ ไม่คิดเลยว่าปัจจุบันยังมีผู้มีจิตใจเมตตาอยากช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทนแบบนี้อยู่อีก  ถ้าตนเองมีเวลาว่างก็อยากจะสมัครเป็นจิตอาสาช่วยคนอื่นบ้าง

ส่วนจิตอาสาที่ไปช่วยดูแลคุณยายน้อยหน่าบอกว่า รู้สึกภูมิใจ และดีใจที่ทำให้ฝันของคุณยายเป็นจริง ได้เห็นรอยยิ้มและความสุขจากสีหน้าคุณยายก็ดีใจและหายเหนื่อย

 

เรื่องราวของยายน้อยหน่าเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมที่งดงามของสังคมไทยที่ในชาติอื่นๆไม่มี