การปล่อยว่าวหลวง....เพื่อลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นพุทธบูชา

          บันทึกการเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน  ที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปร่วมเรียนรู้โดยบังเอิญในกิจกรรมการฉลองพระวิหาร ณ สำนักสงฆ์วัดเกาะแก้วทรายทอง  หมู่ที่ 6 ตำบลท่าขุนราม  อำเภอเมืองกำแพงเพชร  ซึ่งได้บันทึกไว้แล้ว 3 ตอน ประกอบด้วย   

ตอนที่ 1 เรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน : ราชวัตร (รั้วกั้น)    

ตอนที่ 2 เรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน : การทำถืมตอง 

          ตอนนี้เป็นตอนที่ 4 เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ชุมชนได้ร่วมกันปฏิบัติ  หลังจากได้มีพิธีการถวายพระวิหารให้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาเรียบร้อยแล้ว  มีกิจกรรมหนึ่งที่ชุมชนได้ร่วมกันปฏิบัติเพื่อเป็นพุทธบูชานั่นก็คือการปล่อยว่าวหลวง  หรือที่เรารู้จักกันดีก็คือการปล่อยโคมลอยนั่นเอง
         การปล่อยว่าวหลวงหรือโคมลอยนั้น  ปกติตอนที่ผมเป็นเด็กได้มีโอกาสเห็นก็ในช่วงเช้าของวันลอยกระทง  ที่ทางวัดจะมีการปล่อย  ตอนเป็นเด็กก็ไม่ได้สนใจว่าเขามีวิธีการหรือเทคนิคการปล่อยกันอย่างไร   ก็เพียงแต่ได้ไปร่วมแห่กลองแห่ฆ้องกับเขาไปอย่างนั้นเอง  จำได้รางๆ ว่าจะมีการจุดไฟแล้วให้ควันไฟเข้าไปในตัวว่าวพอได้ที่แล้วก็ปล่อยให้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า
         เหตุการณ์ที่ว่านั้นผ่านมาเกือบ 40 ปีแล้ว  วันนี้โชคดีได้เห็นการปล่อยว่าวหลวงกันอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้ไม่ยอมพลาดครับ  ได้เก็บภาพต่างๆ ตามลำดับขั้นตอนของการปฏิบัติ  มาบันทึกไว้เผื่อหลายๆ ท่านที่ยังไม่เคยได้เห็นครับ
          ขั้นตอนของการปล่อยว่าวหลวงนั้น  มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ครับ
  • การเตรียมตัวว่าว

        ขั้นตอนนี้จะต้องเป็นผู้รู้และมีความชำนาญในการสร้าง จึงจะสร้างแล้วทำให้ว่าวลอยได้  รายละเอียดจะพยายามหามาบันทึกไว้ในบันทึกต่อๆ ไปนะครับ

  • การเตรียมหลุมควัน(ไฟ)
         หลังจากมีตัวว่าวแล้ว  ขั้นตอนต่อมาก่อนการปล่อยก็จะต้องเตรียมหลุมสำหรับจุดไปเพื่อสร้างควันครับ   โดยชาวบ้านจะขุดหลุมเป็นวงกลม กว้างประมาณ 30  ซม.  ลึกประมาณ 50 ซม.  จากนั้นก็นำเศษผ้าเก่าๆ ใส่ลงไป  ราดด้วยน้ำมันดีเซลนิดหน่อยเพื่อให้ไฟจุดติดง่าย  แล้วนำน้ำมันเครื่องเก่าราดลงไปอีกทีพอประมาณ เพื่อให้ไปไม่ติดมากเกินไป จนเกิดเป็นเปลวไฟ จะทำให้เปลวไฟลามไปติดตัวว่าวได้  

51031710
ขุดหลุมแล้วใส่เศษผ้า ราดน้ำมันฯ

  • เตรียมตัวว่าให้พองตัว

        หลังจากเตรียมหลุมสำหรับจุดไฟแล้ว  ก็จะเป็นการเตรียมตัวว่าวให้พองตัว ด้วยการใช้ไม้ไผ่เสียบปลายว่าวด้านบนซึ่งได้ทำบ่วงไว้แล้ว  ยกตัวว่าวขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับใช้พัด  ทำการพัดลมเข้าใตวว่าวทางปล่องรับควัฯ เพื่อให้ว่าวพองตัว  เพื่อนำมาใส่ในช่องรับควันไฟ  ไฟจะได้ไม่ติด-ใหม้ต้วว่าว

51031712
ทำตัวว่าวให้พองด้วยการใช้ลมพัดเข้าใส่ช่องรับควันไฟ

  • การจุดไฟและทำปล่องพ่นควัน

        เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว  ก็จะเป็นขั้นตอนของการจุดไฟ  ต้องคอยสังเกตว่าไม่ให้ไฟลุกมากจนเกินไป  อย่าให้มีเปลวไฟมาก เพราะสิ่งที่ต้องการคือควันไฟร้อนๆ  ที่จะทไห้ตัวว่าวลอยขึ้นไปในอากาศ  ส่วนปล่องควันที่บังคับควันและป้องกันเปลวไปติดตัวว่าว  ใช้กระป่องน้ำสังกะสีเก่าที่ก้นทะลุแล้ว  สามารถนำมาใช้ทำปล่องไฟได้ดี  นำมาครอบหลุมควันไฟไว้

51031711
ครอบหลุมที่จุดไฟด้วยกระป่องน้ำเก่าๆ ที่ก้นทะลุ เพื่อบังคับควันไฟให้เข้าไปในตัวว่าว

  • อัดควัน

       อิอิ...เหมือนสิงอมควันเขาเรียกกันครับ  เป็นขั้นตอนของการอัดควันไฟเข้าไปในตัวว่าวให้ได้มากที่สุด  ขั้นตอนนี้ต้องช่วยกันจับตัวว่าวหลายๆ คน  จนตัวว่าวตึงและดึงมือก็ถอดไม้ที่เสียบตอนตั้งตัวว่าวออก

51031714

51031713

 

  • ปล่อยว่าวหลวง

        เมื่ออัดจนได้ที่ คือควันไปตึงตัวว่าว  และมีแรงดึงมากที่สุด  ก็ปล่อยว่าวครับ  ว่าวก็จะล่องลอยไปในอากาศอย่างรวดเร็ว   การปล่อยว่าวหลวง....เพื่อลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นพุทธบูชาอย่างที่ตั้งใจไว้

51031716 51031715
ว่าวลอยขึ้นบนท้องฟ้า.....ป้ายที่เขียนติดตัวว่าวไว้ เพื่อให้คนที่เก็บว่าวได้รู้ว่าว่าวนี้มาถูกปล่อยจากวัดใด

          เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของชุมชนที่ได้ปฏิบัติร่วมกัน  ดูผิวเผินเหมือนเป็นกิจกรรมสนุกสนานทั่วๆ ไป แต่แท้จริงแล้ว  มีอะไรแฝงอยู่เยอะมาก  เป็นวัฒนธรรมของชุมชนที่ยังพอให้ได้เห็น  ซึ่งนับวันจะสูญหายไปหมดแล้ว   การปล่อยว่าวหลวงมีให้เห็นน้อยมา  ส่วนใหญ่จะเป็นโคมลอยแทน  ซึ่งการปล่อยโคมลอยแม้จะดูง่าย และสวยงาม แต่แฝงไว้ด้วยอันตรายครับ  เพราะสิ่งที่ปล่อยให้ลอยขึ้นไปบนฟ้านั้น เราจุดไฟติดไปด้วย หากตกลงมาเร็วอาจทำให้เกิดไฟใหม้ได้ (ซึ่งเคยมีมาแล้ว)  แต่การปล่อยว่าวหลวงนี้ ปลอดภัยครับ  เพราะใช้เพียงควันไฟที่อัดไว้ในตัวว่าวหรือโคมลอยเท่านั้นเอง ตกลงมาก็ไม่ทำให้เกิดอันตรายใดๆ

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

สิงห์ป่าสัก   20  มีนาคม  2551