บางคนไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมืออาชีพไม่ได้ เพียงแต่จะเป็นมืออาชีพแบบไหน ผมได้คำตอบว่า แท้จริงแล้วหัวใจของเรื่องนี้คือ "การทำงานด้วยหัวใจ"

     ผมได้มีโอกาสไปเป็นผู้ดำเนินการอภิปรายเรื่อง "นักรังสีเทคนิคมืออาชีพ" ในการประชุม 9th HA National Forum "องค์กรที่มีชีวิต-Living Organization" เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2551 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้อภิปรายของผมหลายท่านรู้จักกันดี เพราะจะเห็นหน้าตาและการแสดงบทบาทต่างๆกันบ่อยๆ คือ นายสละ อุบลฉาย นายกสมาคมรังสีเทคนิคแห่งประเทศไทย รศ.ชวลิต วงษ์เอก ประธานคณะอนุกรรมการวิชาชีพ ด้านพัฒนามาตรฐานและวิชาการ คุณอำไพ อุไรเวโรจนากร คณะกรรมการวิชาชีพฯ และผศ.ลัดดา เฉลยกิตติ คณะกรรมการวิชาชีพฯ การอภิปรายคราวนี้ ส่วนตัวผมได้อะไรกลับบ้านเยอะเลย ได้ผมปะลูกศิษย์และชาวรังสีเทคนิค ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างมีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีความเข้าใจเรื่อง "มืออาชีพ" มากขึ้น จึงขอนำมาบันทึกไว้เพื่อเป็นการแลกเปลียนเรียนรู้กันครับ

อาชีพกับวิชาชีพ
     อาชีพ โดยทั่วไปหมายถึง การเลี้ยงชีวิต การทํามาหากิน งานที่ทําเป็นประจําเพื่อเลี้ยงชีพ ส่วนคำว่า วิชาชีพ หมายถึง วิชาที่จะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ เช่น วิชาแพทย์ วิชาช่างไม้ วิชาช่างยนต์ ดังนั้น หากเราทำมาหากินด้วยการขายขนมครก ดูผิวเผินก็น่าจะเรียกได้ว่า เราประกอบอาชีพขายขนมครก แต่หากขนมครกนั้น เป็นของที่มีการผลิตที่ต้องอาศัยความรู้มาก ต้องร่ำเรียนมาจึงจะทำให้ได้ขนมครกที่วิเศษ ทั้งรูปลักษณ์และรสชาด คนกินติดใจ ชอบ และราคาแพงด้วย (ลองไปดูในห้างสรรพสินค้าดังๆก็มีขนมครกวิเศษขายกันแล้ว) อย่างนี้จะเรียกว่า เป็นวิชาชีพขนมครกก็เห็นจะไม่ผิด สำหรับรังสีเทคนิค หากจะเรียก อาชีพรังสีเทคนิค อาจมีหลายคนเคือง เพราะต้องเรียกว่า วิชาชีพรังสีเทคนิคจึงจะถูกต้อง

วิชาชีพรังสีเทคนิคที่เป็นมืออาชีพ
     ทีแรกผมก็สงสัยว่า ผู้ประกอบวิชาชีพรังสีเทคนิค (RT Professions) ได้นั้น ถ้าให้ดีก็ต้องมีใบประกอบโรคศิลปะ มันก็น่าจะเป็นมืออาชีพแล้ว (Professional RT) เพราะกว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้มันไม่ง่ายเลย และก็น่าเห็นใจชาวเรามาก บางคนสอบหลายครั้งกว่าจะผ่านเกณฑ์ 60% ของข้อสอบที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิคเป็นผู้จัดขึ้นตามกฎหมาย มีมาตรฐานวิชาชีพรังสีเทคนิคและจรรยาบรรณวิชาชีพเป็นหลักยึดปฏืิบัติในการประกอบวิชาชีพอีก อย่างนี้เป็นมืออาชีพได้แล้ว?????

     แต่จากการอภิปรายในวันนั้น ทำให้ผมตาสว่างขึ้น ข้อคิดจากผู้ที่คร่ำหวอดในวงการรังสีเทคนิค ได้ฉายแสงทะลุทะลวงออกมาให้เห็นได้ว่า คำว่ารังสีเทคนิคมืออาชีพ มันก็คือสิ่งที่ผมได้กล่าวมาข้างต้นนั่นแหละ แต่เป็นเพียงองค์ประกอบส่วนหนึ่งของความเป็นมืออาชีพเท่านั้น บางคนไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมืออาชีพไม่ได้ เพียงแต่จะเป็นมืออาชีพแบบไหน ผมได้คำตอบว่า แท้จริงแล้วหัวใจของเรื่องนี้คือ "การทำงานด้วยหัวใจ"

     เรารับผิดชอบในการใช้งาน ควบคุมและดูแลเครื่องมือรังสีที่มีราคาแพงที่สุดในโรงพยาบาล และเครื่องมือเหล่านี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาของโรงพยาบาล ขณะที่ promotion ของเราน้อยไปหน่อย แถมยังมีความรู้สึกว่าทำงานแบบปิดทองหลังพระ เราหาเลี้ยงชีพด้วยวิธีนี้ ถามว่ามีความสุขกันไหม ผมว่าก็มีตามอัตภาพนะ แต่ที่มีแน่ๆคือศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และวิชาชีพรังสีเทคนิค กลับมาตรงที่กำลังเล่าให้ฟังครับ เดี๋ยวจะเลยไปมาก ถ้าไม่มีความรู้และเครื่องมือที่จะกระทำเราก็ตกงาน หรือแม้แต่มีทั้งสองอย่างนั้นแล้วแต่ไม่มีใครมาขอใช้บริการเราก็ตกงาน การขาดเครื่องมือก็เป็นปัญหา แต่ที่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่กว่าคือผู้ใช้บริการทั้งผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยมีจำนวนน้อยลง หรือมีทัศนคติในทางลบต่อเรา มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เป็นเช่นนั้น หลักใหญ่เกี่ยวกับความประทับใจ ความพึงพอใจ มาแผนกรังสีแล้วพบเจ้าหน้าที่ทุกคนแล้วสบายใจหายป่วยเลย รู้สึกดีมาก ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ก็ดีมาก และเป็นอย่างนี้ได้ไม่ยากถ้าเราใช้หัวใจในการทำงาน มันเป็นเรื่องที่ผสมด้วยศิลปะทั้งที่งานส่วนใหญ่ของเราเป็นวิทยาศาสตร์

ดูอย่างไรว่าทำงานด้วยหัวใจ
     ฟังดูมันง่ายมาก "ทำงานด้วยหัวใจ" แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าจะมีซักกี่คนที่ทำได้ มีคนหนึ่งถามว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าใครทำงานด้วยหัวใจ จากที่ได้รวบรวมในวันนั้นก็สรุปได้ว่า ผู้ที่มีสปิริตในวิชาชีพ ผู้ที่มองเห็นผู้ป่วยเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ที่มีความรับผิดชอบในหน้าที่อย่างจริงจัง ถูกต้องและทันเวลา ต่อเนื่องและตรงต่อเวลา ผู้ที่ทำงานรังสีเทคนิคจนเป็นนิสัยที่สอง ผู้ที่ยินดีและพร้อมที่จะทำงานที่ได้รับมอบหมาย ฯลฯ ผู้ที่มีลักษณะประมาณแบบนี้ น่าจะเรียกได้ว่า เป็นผู้ทำงานด้วยหัวใจ มันจะแสดงทางสีหน้าและการกระทำ เห็นและรู้สึกได้เลยครับ

     ยังมีเรื่องที่ต้องกล่าวถึงอีกคือ "องค์กรที่มีชีวิต-Living Organization" ในวันนั้นมีการพูดกันถึงความมีส่วนร่วมของรังสีเทคนิคมืออาชีพ ที่จะทำให้องค์กรที่เราทำงานอยู่มีชีวิต เราได้พูดกันถึงว่า จะทำอย่างไรให้องค์กรมีชีวิต ซึ่งผมจะขอยกยอดไปคราวหน้าครับ

อ่าน RT News ฉบับที่ 26 เมษายน 2551 click