องค์กรตรวจสอบการโฆษณาแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Advertising Review Organization, Inc:JARO)

องค์กรตรวจสอบการโฆษณาแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Advertising Review Organization: JARO)

นายมิยาโมโตะ คะสึฮิโระ หัวหน้าฝ่ายการบริหารจัดการแผนการตรวจสอบประเมินผล องค์กรตรวจสอบการโฆษณาแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Advertising Review Organization, Inc:JARO) ได้บรรยายสาระสำคัญเกี่ยวกับองค์กรฯ ให้แก่ผู้เขียนได้รับทราบ เมื่อครั้งได้มีโอกาสไป ณ ที่แห่งนี้ โดยทุนของ JICA สรุปได้ดังนี้

 

องค์กรตรวจสอบการโฆษณาแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Advertising Review Organization: JARO) เป็นองค์นิติบุคคลที่เกิดจากการรวมตัวกันของเจ้าของโฆษณา บริษัทหนังสือพิมพ์ บริษัทสิ่งพิมพ์ บริษัทกระจายภาพและเสียงของบริษัทโฆษณา และบริษัทจัดทำโฆษณา ได้ตั้งขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. ๑๙๗๔ โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการค้าที่ไม่เป็นธรรมและกระทรวงเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม โดยมีงบประมาณจากค่าใช้จ่ายของบริษัทที่เป็นสมาชิกซึ่งมีจำนวน ๙๕๐ บริษัท เสียค่าสมาชิกปีละ ๑๕๐,๐๐๐ เยน

 

โครงสร้างขององค์กรฯ ประกอบด้วย ๒ ฝ่าย ได้แก่

๑. ฝ่ายตรวจสอบและพิจารณาข้อร้องเรียนหรือการสอบถามเกี่ยวกับการโฆษณาและการเผยแพร่ข้อมูล

๒. ฝ่ายจัดการทั่วไป

โดยทั้งสองฝ่ายจะไม่ก่าวก่ายซึ่งกันและกันเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมการตรวจสอบเป็นไปอย่างถูกต้องและยุติธรรม

 

วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์กรฯ

เพื่อการวางแผนพัฒนาด้านคุณภาพในการโฆษณาและการเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางการสนับสนุนการโฆษณาที่ถูกต้องและเป็นธรรม ส่งเสริมกิจกรรมของหน่วยงานที่ถูกต้องและทำให้หน้าที่การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นผลสำเร็จ พัฒนาความสมบูรณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจ และพัฒนากิจกรรมขอองประชาชน

 

เนื้อหาหลักขององค์กรฯ มีดังนี้

๑. รับคำปรึกษาและสอบถามจากผู้บริโภคเกี่ยวกับการโฆษณา และหาทางแก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภค

๒. ตรวจสอบและพิจารณาการแสดงโฆษณา และให้คำแนะนำแก่ผู้บริโภค

๓. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น บริษัทผู้ผลิตโฆษณา สมาคมผู้บริโภค และศูนย์กิจการผู้บริโภคแห่งชาติของประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น

 

สำหรับการรับเรื่องร้องเรียนขององค์กรฯ นั้น องค์กรฯ ได้รับคำปรึกษาจากผู้บริโภคเฉลี่ยปีละ ๖,๐๐๐ ราย โดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

๑. รับคำปรึกษาจากผู้บริโภคแล้วสอบถามไปยังเจ้าของผู้ผลิตโฆษณา หรือสอบถามความคิดเห็นเพื่ออ้างอิงคำตอบไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงรายงานผลการตรวจสอบไปยังผู้บริโภค

๒. หากผู้บริโภคไม่พอใจ หรือองค์กรฯ เห็นว่าต้องมีการพิจารณาตรวจสอบก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการดำเนินงานซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากทุกสาขาอาชีพ เช่น เจ้าของโฆษณา ผู้ที่ดำเนินงานด้านโฆษณา สื่อมวลชน เป็นต้น เพื่อพิจารณาการโฆษณานั้นว่ามีปัญหาอย่างไร แล้วแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้บริโภค เจ้าของโฆษณา และองค์กรที่เกี่ยวข้อง

๓. หากผู้บริโภค หรือเจ้าของโฆษณาไม่พอใจในผลการพิจารณาของคณะกรรมการดำเนินงานก็สามารถยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบได้ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๗ คน โดยจะพิจารณาโฆษณาและตัดสิน และแจ้งผลการพิจารณาไปยังผู้บริโภค เจ้าของโฆษณา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผลการพิจารณาของคณะกรรมการมี ๓ ประเภท ได้แก่ การตักเตือน การร้องขอ และการให้คำแนะนำ หากเจ้าของโฆษณาไม่ยอมรับการตักเตือน การร้องขอ หรือการให้คำแนะนำจากคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบ ก็จะมีการเผยแพร่ทางสื่อมวลชน  นอกจากนี้ กรณีที่แจ้งผลการตัดสินไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานนั้นจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย หากผิดข้อเท็จจริงก็สามารถลงโทษเจ้าของโฆษณาตามกฎหมายของหน่วยงานนั้นๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วย

 

ข้อคิดเห็นของผู้เขียน

๑. การรวมตัวกันของเจ้าของโฆษณา บริษัทหนังสือพิมพ์ บริษัทสิ่งพิมพ์ บริษัทกระจายภาพและเสียงของบริษัทโฆษณา และบริษัทจัดทำโฆษณา ในลักษณะเพื่อดำเนินกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศญี่ปุ่นซึ่งกำหนดกรอบหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจจะต้องจัดระบบการจัดการเกี่ยวกับการร้องเรียนของผู้บริโภคเกี่ยวกับธุรกิจของตน

๒. การรวมตัวกันของผู้ประกอบธุรกิจในวิชาชีพดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับสภาวิชาชีพหากแต่ไม่มีอำนาจหรือไม่มีสภาพบังคับในกรณีที่มีการวินิจฉัย

๓. การรวมตัวกันของผู้ประกอบธุรกิจในวิชาชีพดังกล่าวอาจจะเรียกได้ว่าเป็นสำนึกในมาตรฐานวิชาชีพด้านการโฆษณาก็คงไม่ผิดไปจากนี้ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการมีข้อบังคับควบคุมกันเองในเชิงหลักวิชาชีพ (self-regulation)

๔. การดำเนินกิจกรรมในลักษณะดังกล่าว รัฐบาลไทยควรให้การสนับสนุน เพื่อให้ภาคเอกชนมีการควบคุมกันเองจะดีกว่าที่รัฐจะต้องออกกฎหมายมาบังคับ  ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มและทิศทางการผ่อนคลายเรื่องการออกกฎระเบียบโดยรัฐ โดยมุ่งเน้นให้ทั้งภาคผู้ประกอบธุรกิจและภาคผู้บริโภคเองเกิดการพัฒนา เพื่อสร้างบรรยากาศในอุดมคติให้เกิดขึ้นได้จริง