เมื่อวานซืน ไฟฟ้าบ้านผมดับตลอดวัน ทีแรกนึกว่า ดับทุกบ้าน แต่แล้วไม่ใช่ดับเฉพาะบ้านผม ตรวจสอบเบื้องต้นหาสาเหตุไม่เจอครับ จริงๆ ผมพอมีความรู้เรื่องไฟฟ้าอยู่บ้างครับ เคยเดินสายและต่อวงจรบ้านได้ทั้งหลัง (ไม่ได้โม้) แต่พอระยะหลังเทคโนโลยีไฟฟ้ามันเปลี่ยนไปเยอะครับ เลยไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่ผมตั้งข้อสังเกตสำหรับไฟบ้านผมไว้ประการหนึ่งว่า มันตกผิดปกติ แล้วเวลาไฟตกมันจะตัดไฟโดยอัตโนมัติ ให้ช่างไฟที่รับผิดชอบมาตรวจสอบใหม่ เขาว่าปกติ เนื่องจากบ้านผมลากสายดำมาไกลกว่าบ้านปกติ แต่ผมไม่ค่อยชอบใจกับคำตอบนี้เท่าไร แต่ไม่รู้จะให้ช่างเช็คอย่างไรดี
พอมาคราวนี้ ติดต่อช่างคนใหม่ครับ แล้วก็ให้ซ่อม ปรากฏเขาตรวจสอบในเบื้องต้นบอกว่าตัวเบรกเกอร์เสียตัวหนึ่ง ก็เลยต่อใหม่ให้ผมใช้ชั่วคราว แต่พอช่างจะปิดการซ่อม ผมก็เหลือบไปเห็นสายเส้นหนึ่ง แล้วบอกว่า แอ๋ เส้นนั่นเหมือนจะมีปัญหาหรือเปล่า ดูมันหลวมๆ แล้วก็จริงครับมันหลวมจริงๆ เมื่อขันน็อตใหม่ ไฟในช่องนั้นก็เป็นปกติ ทีนี้ก็เหลือแค่เบรกเกอร์เมนหลัก ช่างก็จะปิดการซ่อมอย่างเดียว ผมก็เลยต้องบอกว่า ผมว่า เบรกเกอร์เมนหลักก็น่าจะมีปัญหาแบบเดียวกัน ลองเช็คหน่อยสิ
เอาละสิ อย่างที่ผมคิดอีกแล้ว ระบบไฟที่มีปัญหาก็เพราะช่างที่มาติดตั้งไม่รอบคอบ ไม่ได้ขันน็อตให้แน่น ทำให้เกิดความร้อน เมื่อเกิดความร้อน ระบบก็ตัดไฟทันที (ไม่งั้นนะเรื่องใหญ่กว่าอีก) แต่ตอนนี้ผมคิดว่า ผมได้สาเหตุที่ทำให้โน้ตบุ๊คผมเสียได้แล้วว่าน่าจะเป็นเพราะระบบไฟที่บ้านผมนี้แหละ เนื่องจากผมไม่ได้ใช้เบตเตอร์รี แล้วไฟฟ้าบ้านผมไม่เสถียร สังเกดได้จากหลอดไฟใช้เพียงสองเดือน หลอดขาดไปสามหลอดแล้วครับ
สรุปเบรกเกอร์ไม่ได้เสียครับ แล้วผมก็หมดปัญหาไฟตกและดับบ่อยที่บ้านผมไปได้สักทีหนึ่ง (อัลฮัมดุลลิลลาห์)
ก่อนหน้านี้ก็ปั๊มน้ำครับ ให้ช่างมาเช็คก็หาสาเหตุไม่เจอ สุดท้ายผมเลยลงมือซ้อมเอง จริงๆ ปั๊มน้ำนี้ผมไม่มีความรู้เลยครับ แต่ใช้วิธีการอ่านจากคู่มือ แล้วตั้งสันนิธานเอา ปรากฏเดาผิดในครั้งแรก แต่สมมติฐานที่สองถูกครับ ปัญหาเลยหมดไปเหมือนกัน
ปกติเนื่องจากเวลาอยู่บ้านไม่ค่อยจะมีครับ ผมใช้วิธีการเปิดบ้านรอให้ช่างมาซ่อม โดยบอกอาการไว้เบื้องต้น ซึ่งตอนนี้ยอมรับแล้วครับว่า ถ้าจะให้ซ่อมได้ผลจริงๆ ต้องเฝ้าและคุยกับช่างระหว่างซ่อม
ข้างต้นคุยระบายเฉยๆ ครับ แต่ได้ข้อคิดว่า สมมติฐานไม่ได้มีไว้สำหรับงานวิจัยอย่างเดียวครับ มันใช้ได้กับทุกเรื่อง การตั้งสมมติฐานจึงต้องเริ่มจากความรู้เดิมที่เรามี หากมีฐานความรู้ก็สามารถตั้งสมมติฐานได้ชัดเจนขึ้น
เมื่อวานจริงๆ ตั้งใจจะไปส่งมิตรในบล็อก คุณเอก จตุพร แต่บังเอิญ อาจารย์ ผศ.ดร.อิบราเฮ็ม ณรงค์รักษาเขต โทรมานัดให้ไปคุยเรื่องงานวิจัย เนื่องจากผมเคยคุยประเด็นนี้กับท่านหลายครั้งแล้ว และคราวนี้มีคนสนใจให้ทำประเด็นที่ผมสนใจ ท่านเลยให้โอกาสผมทำโครงการ (แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะได้รับการอนุมัติหรือเปล่านะครับ) ถ้าได้โครงการนี้จะดีสำหรับผมมากครับ เพราะส่วนหนึ่งของงานวิจัยผมจะต้องใช้ข้อมูลจากงานวิจัยที่จะทำนี้ด้วย และเนื่องจากผมต้องการทำวิจัยและงานวิทยานิพนธ์ในลักษณะวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มันเลยต้องตอบคำถามเกี่ยวกับงบสนับสนุนงานวิทยานิพนธ์ก่อน ซึ่งตอนนี้ผมไม่มีเลย ดังนั้นโครงการวิจัยนี้สำคัญกับผมมากเลย (ต้องขอดุอาจากอัลลอฮ์แล้วละครับ)
ที่ท้าทายผมคือ ผมต้องทำกรอบแนวคิดภายในสามวันครับ ให้โครงการมีความชัดเจนที่สุด ซึ่งแค่วิทยานิพนธ์ของผม ตอนนี้ใช้เวลาไปสองสัปดาห์แล้ว เขียนได้แค่สามบรรทัด ที่ดีหน่อยตรงที่เมื่อวานได้เจอะเจอกับ ดร.อะหมัด ยี่สุนทรง เลยได้งานวิจัยที่เพิ่งเสร็จร้อนๆ มาเล่มหนึ่ง ซึ่งผมใช้เป็นข้อมูลสำหรับการสนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์ผมได้ สรุปเมื่อวานไปรอบเดียว คุ้มค่าน้ำมันรถหน่อย แต่ถ้าน้ำมันลดลงกว่านี้หน่อยก็ยิ่งคุ้มมากขึ้นอีกครับ ตอนนี้ใครๆ ก็อยากให้น้ำมันลดราคา ฮาฮาฮา
สวัสดีครับ
มาเยี่ยม...ช่าง
อ่านแล้ว นึกถึงช่าง คอม ฯ...คนหนึ่ง...คือมีคอม ฯ ยังไม่ติดตั้งผมบอกว่ากรุณาช่วยทีตะ..
เขาว่า..แถบนั้นต้องช่างคอม ฯ คนนั้น...เออ มีการแบ่งเขตการทำงานแล้วหรือ..ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
ผมนึกว่า กรณีของผมเป็นกรณีพิเศษเสียอีก
ที่สำคัญ ยินดีมากครับที่ได้เจอตัวจริงของ เกษตรยะลา หวังว่าคราวหน้าผมคงได้ไปรบกวนที่ทำงานนะครับ ฮาฮาฮา
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
(แหม่ รูปใหม่ไฉไลความเดิมนะครับ ฮิฮิ)
เห็นด้วยมากๆ เลยครับ คุณภาพของงานขึ้นอยู่กับอามานะห์ครับ
เรื่องรูปนี่ต้องขอขอบคุณท่านเกษตรยะลาครับ ท่านเอาลง ในบล็อกของท่าน ผมเลยถือโอกาสเอามาเปลี่ยนอัพเดตรูปให้เหมาะกับวัย ณ ปัจจุบันครับ
ออ จำได้ขึ้นมาทันทีครับ ทีแรกนึกว่าถ่ายหน้าห้องประชุมชั้นสอง สนอ.เสียอีก