ผักไทย Go Inter

ดิฉันได้มีโอกาสไปรู้จักกับเพื่อนชาวญี่ปุ่น 3-4 คน

ในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวที่รัฐ Tasmania ประเทศ Australia

เพื่อนชาวญี่ปุ่นกลุ่มนี้ เค้ารู้จักภาษาไทยด้วยนะคะ แหม...น่าแปลกใจ และน่าชื่นใจจัง

เพื่อนคนแรกที่จะกล่าวถึง คือคนที่สนิทสนมด้วยที่สุด (เพราะเค้าพูดอังกฤษเก่งสุดแล้ว)

เธอชื่อว่า โนริเอะ ค่ะ ภาษาไทยคำที่เธอจำได้คือคำว่า "ขี้เมา" 555+

บังเอิญไม่ได้ถามว่าไปจำมาจากไหน ใครสอน แต่โนริเอะก็รู้นะคะว่าเป็นคำที่ให้ความหมายในแง่ลบ

ก็มาถามเราว่า ไอ้คำนี้แปลว่าอะไร เราก็เลยว่า drunkenness

 

หมดเรื่องขี้เมา เพื่อนชาวญี่ปุ่นอีกคนหนึ่ง ชื่อว่า ชิกะ ก็เอาศัพท์มาถามอีกค่ะ

เค้าบอกว่าเป็นผักไทยที่เค้าชอบมาก เรียกว่า "พก - ชิ"

โนริเอะและเพื่อนคนอื่น ๆ ก็เสริมกันใหญ่ทำนองว่า เออ... เราก็ชอบมาก ๆ เลย

แต่อิชั้นนี่สิคะ ยังไม่เก็ทเลยว่าเค้าหมายถึงอะไร ???

แหม่ พอเขียนเล่าแล้ว ใคร ๆ ก็คงจะพอเดาออกว่า เจ้าผักอันนี้คืออะไร

แต่ลองมาเป็นคนฟังอย่างอิชั้นดูสิคะ จะเกิดอาการไม่เก็ทอย่างแรงงงง

ขนาดว่า เอ...นี่ฉันคนไทยป่าว (วะ) ทำไมไม่รู้จักผักไทยที่แม้กระทั่งคนญี่ปุ่นยังรู้จัก !!!

ก็พยายามถามว่า มันมีคุณสมบัติอะไรเป็นพิเศษ แล้วเอาไว้ใส่ในอาหารแบบไหน

เค้าก็ว่า เป็นผักกลิ่นหอม ๆ เอาไว้ใส่โรยหน้าบะหมี่

เฮ้ย ! คุ้น ๆ วุ้ย สงสัย....ใช่แน่เรย (ทุกคนคงเดาได้ตั้งแต่ปีมะโว้แล้วใช่มั้ยคะ 555)

ถูกต้องแล้วค่ะ มันคือ "ผักชี" นั่นเอง

คราวที่แล้ว เพิ่งจะเขียนบันทึกเรื่อง ผัก ผัก ผัก ไปว่า

ผักชี เนี่ยมันเรียกภาษาอังกฤษว่าอย่างไร ลองติดตามดูนะคะ

 

กลับมาว่ากันเรื่องผักชีต่อ... จากเรื่องที่เล่ามานี้

ทำให้ดิฉันรู้สึกประทับใจระคนแปลกใจอย่างบอกไม่ถูก

ลองคิดดูสิคะ ไอ้เจ้าผักชี ที่ขนาดคนไทยเราเอง

บ้างก็เห็นว่าเป็นผักธรรมด๊า ธรรมดา ไม่เห็นจะมีอะไรวิเศษวิโส

บางทีก็ยังเขี่ยทิ้ง บ้างก็สั่งร้านอาหารว่าไม่ใส่...ถ้าใส่แล้วพี่แกโกรธจะเป็นจะตาย

บางคนเกลียดถึงขนาดนั่งเขี่ยแม้แต่เศษผักชีออกจากชามโจ๊ก

(แหะ ๆ ขอนินทาเพื่อนนิดส นึง อย่าว่ากันน้าาา มันเป็นเรื่องจริง หิหิหิ)

แต่มันดันไปโกอินเตอร์ ขนาดชาวอาทิตย์อุทัย ยังชื่นชอบ

ขนาดว่าเจ้าโนริเอะเนี่ย มาอยู่ออสเตรเลียแล้วก็ยังมาซื้อ ผักชี มาทำกับข้าวอยู่เลย

(*หมายเหตุ เธอบอกว่า ผักชี ของออสเตรเลียเธอกินแล้วลมพิษขึ้น

  สงสัยจะแพ้ผักชีของออสเตรเลียซะงั้น ต้องกินพันธุ์ของไทย...โหหหห ขนาดน้านน)

 

มันน่าแปลกไหมคะ คนที่มีของมีค่าอยู่กลับมักจะมองไม่เห็นคุณค่าในสิ่งของเหล่านั้น

จนกระทั่งต้องสูญเสียมันไป หรือมีคนอื่นเค้าเห็นคุณค่าก่อน

เราถึงจะหันกลับมามองและหวงแหน

เรื่อง ผักชี คงเป็นแค่หนึ่งในล้านสิ่งล้านอย่าง ที่เรามองข้ามไป

(เอ่อ...อาจจะเป็นอิชั้นคนเดียวก็ได้นะคะ =_=")

ก็ได้หวังแต่ว่าเราคงจะเกิดความตระหนักถึงคุณค่าในสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่

ก่อนที่มันจะสายเกินไปค่ะ