ชีวิตนี้น้อยนัก

                 

                                                                                            http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/457/13457/images/chumsri/thana.jpg

                     ก็เคยรำพึงกับตัวเองยามจิตใจสงบไม่วอกแวก  ว่าตัวเราถือกำเนิดมาในภพนี้ผ่านมาถึง ๕๑ ฤดูฝนแล้ว แต่ไฉนหนอเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อเกือบห้าสิบปี ยังคงผลุบเข้าผลุบออกอยู่ที่หน้าต่างสมองอยู่นั่นแล้วไม่ไปไหนซะที...เบื่อจัง...

                    วันนี้ก็ใส่บาตรพระที่หน้าบ้าน ท่านพระครูฯ เจ้าอาวาสวัดสัมมาชัญญาวาสท่านมาบิณฑบาตรเอง หลังจากที่ท่านไปทำกิจของสงฆ์ที่ต่างจังหวัดเสียนาน พอลุกจากนั่งรับพรท่านก็ยื่นหนังสือเล่มเล็ก ๆ ให้ ๑ เล่ม...ก็สาธุท่าน

                    ที่หน้าปกเขียนว่า "ชีวิตนี้น้อยนัก " โดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

                    ก็เปิดอ่านดูนิดหน่อยก่อนไปทำงาน ก็เจอกลอน ๑ บท...ดังนี้

                   ...ชีวิตนี้น้อยนัก        แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก

               เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ         เป็นทางแยกจะไปสูงไปต่ำ

                      จะไปดีไปร้าย         เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น

         พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี         แล้วจงเลือกเถิด เลือกให้ดีเถิด...

                 อ่านแล้วก็ขบคิดเทียบกับชีวิตของเรา จริงดังพระนิพนธ์ของท่าน การจะเลือกทางเดินสำหรับชีวิตเลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น...ข้างหน้าทางเดินจะเป็นอย่างไรเรามิอาจรู้ได้ด้วยตัวเราเอง

                เมื่อถึงที่ทำงานจัดการงานประจำวันจนเสร็จ ก็นำหนังสือพระนิพนธ์ "ชีวิตนี้น้อยนัก" มาอ่านรายละเอียดภายในอีกครั้ง

                ในพระนิพนธ์ของท่านสมเด็จพระสังฆราช ได้ทรงกล่าวไว้ว่า...

                            ทุกชีวิตไม่ว่าคนหรือสัตว์ มิได้มีเพียงเฉพาะชีวิตนี้  คือ มิได้มีเพียงชีวิตในชาตินี้ชาติเดียว แต่ทุกชีวิตมีทั้งชีวิตในอดีตชาติ ชีวิตในชาติปัจจุบัน และชีวิตในชาติอนาคต " ชีวิตนี้น้อยนัก " หมายถึง ชีวิตในชาติปัจจุบันน้อยนัก สั้นนัก

                            ท่านมุ่งให้เปรีบยเทียบชีวิตนี้กับในอดีตชาติที่นับไม่ถ้วน และชีวิตในอนาคตที่จะนับชาติไม่ถ้วนอีกเช่นกัน สำหรับผู้ไม่ยิ่งด้วยปัญญา ไม่สามารถพาตนให้พ้นทุกข์สิ้นเชิงได้

                            ชีวิตในชาตินี้ชาติเดียวย่อมน้อยนัก เมื่อเปรียบเทียบกับอดีตชาติ ซึ่งนับจำนวนชาติหาถ้วนไม่ ดังนั้น "กรรม" คือ การกระทำที่ทำในชีวิตนี้ในชาตินี้ชาติเดียวจึงน้อยนัก เมื่อเปรียบกับการกระทำที่ทำไว้แล้วในอดีตชาติ

                            เมื่อชีวิตนี้น้อยนัก ผู้มีปัญญามี"สัมมาทิฐิ"ก็คิดไปทางหนึ่ง ผู้เบาปัญญามี"มิจฉาทิฐิ"ก็คิดไปทางหนึ่ง

                            พวกผู้มีปัญญามีสัมมาทิฐิ คือ ความเห็นชอบก็จะคิดได้ว่าชีวิตนี้สั้นนัก อีกไม่เท่าไรก็จะต้องตาย ตายแล้วเอาอะไรไปด้วยไม่ได้ เอาไปได้ก็แต่บุญบาป หรือความดีความชั่วเท่านั้น พวกผู้มีปัญญาคิดเช่นนี้ จึงเร่งทำความดี

                           ส่วนพวกผู้เบาปัญญามีมิจฉาทิฐิ คือ ความเห็นผิด ก็จะคิดว่าชีวิตนี้สั้นอีกไม่เท่าไรก็จะต้องตาย มีวิธีใดที่จะทำให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองก็ต้องรีบหา ไม่มัวคำนึงว่าจะผิดหรือถูก ถูกผิดก็ช่าง ให้ได้ก็พอใจ พวกผู้เบาปัญญาคิดเช่นนี้ จึงทำบาปทำความไม่ดีได้เสมอ

                          ชีวิตนี้สำหรับบุคคลสองประเภทดังกล่าว มีคุณมีโทษแก่สองฝ่ายแตกต่างกันเป็นไปตามทิฐิความเห็นดังกล่าว

                 แล้วท่านละเลือกเดินทางไหน.?...สาธุเลือกให้ดีเถิด

                                         สวัสดีครับ