วันที่ 24 มกราคม 2551 เป็นวันทำพิธีถวายความอาลัยและระลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่สถานีอนามัยสระโคล่ ในงานวันนั้น มีกิจกรรมมากมายตั้งแต่ การแสดงนิทรรศการ การตรวจคัดกรองโรค เชิญแพทย์มาตรวจรักษา ทำฟัน งานแสดงสินค้าของสมาชิกจิตอาสา เป็นความร่วมแรงร่วมใจระหว่างหลายหน่วยงาน ในวันนั้น เราได้มีโอกาศเก็บเรื่องราวของหนุ่มน้อยหน้ามน มาเล่าให้ฟัง

จึงเป็นที่มาของ............ยุทธจักรเบาหวาน.....

การเป็นเบาหวานพูดง่ายๆ แต่คนที่ถูกตัดสินให้เป็น ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดีๆ คนรับสาร มีหวังเกิดอาการ .. รับไม่ได้ ต่างๆนาๆ
ผลจะเป็นอย่างไร … ????
การเป็นทีมเบาหวาน ใจมาก่อน เราต้องใส่ใจในในทุกรายละเอียด ทั้งสุขภาพทางกาย ทางใจ ก็อดห่วงไม่ได้ว่า เวลาเราคัดกรองแล้วพบเบาหวานรายใหม่ ลุง ป้า เหล่านั้นจะรู้สึกยังไง อารมณ์เศร้าสร้อยหงอยเหงาแค่ไหน ปีที่ผ่านมา เวลาซักประวัติคนไข้รายใหม่ที่ OPD และถามว่า ลุงรู้สึกยังไงบ้าง "ลุงเป็นเบาหวานนะ " ในคนไข้ 10 คน นะ จะเป็นแบบ เสียงสั่นบ้าง น้ำตาไหลบ้าง (ขอโทษ อ้อ ไม่ได้เหยียบเท้าคนไข้นะ) เงียบ แบบ .. เครียดๆ เป็นทุกแบบ ทุกอารมณ์ คือไม่อยากเป็น
ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงออก
-
หมอตรวจเลือดผิดหรือเปล่า
-
ใช่เลือดของป้าจริงหรือเปล่า
-
ขอเวลาก่อน ช่วงนั้น กินเยอะ ไปหน่อย
-
เงียบ...... มึนงง
-
หน้าตาแบบเบื่อชีวิต
-
อารมณ์เสีย พาลไม่พอใจในระบบบริการก็มี
-
ฯลฯ
-

ก็อยู่ในระยะ ปฏิเสธ ไม่ค่อยจะยอมรับว่าตนเองเป็นเบาหวาน เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องทำให้ระยะนี้ของคนไข้ผ่านไปแบบดีที่สุด เพื่อที่จะส่งผลที่ดีต่อการรักษาในระยะยาว คนทำงานเบาหวาน จะรู้ดี สังเกตุเวลาคัดกรองเบาหวาน ทำไปทำมา นานๆเข้า สัมพันธภาพเริ่มดี เริ่มได้ใจชุมชน คราวนี้สังเกตุดูนะ คัดกรองเจอเบาหวานรายเก่า ที่ขาดการรักษา ต้องบอกว่าเพียบ บางชุมชน เจอรายใหม่ 20 ราย รายเก่าที่ขาดการรักษา 10 ราย (เป็น 10 ราย ที่งัดแงะไม่ออกในปีที่ผ่านๆมาให้มาเจาะเลือด ) เราคัดกรองได้เฉลี่ยปีละ 80% แต่อีกเกือบ 20 % ไม่ได้เจาะ ก็ผ่านเกณฑ์นะ แต่ถ้าคิดว่า อีก 20% ประมาณ เกือบ 20000 ราย มีเบาหวานที่ขาดการรักษาหลบอยู่ในนี้ นะ แย่แน่ๆ
แลวเราทำอะไรบ้าง...?????
....ก็คงทำงานต่อไป แต่ในรายใหม่ที่คัดกรองเจอต้องให้การดูแลดีที่สุด
คลินิกเบาหวานของเราให้ความสำคัญกับการเข้ากลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในสามาชิก เบาหวานรายใหม่... ใช้หลายกระบวนการ
-
เพื่อนช่วยเพื่อน พี่เบาหวานช่วยน้องเบาหวาน
-
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่ม
-
การให้สมาชิกแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่พบมา
กระบวนการเหล่านี้ มีส่วนช่วยทำให้สมาชิกเบาหวานผ่านระยะปฏิเสธการเจ็บป่วยไปได้และอยู่กับเบาหวานอย่างมีความสุข
เรารณรงค์เบาหวานในพื้นที่ PCU คนเข้าแถวเรียงกันรอเข้าคิวเจาะเลือดวันนี้ระหว่างที่เราเจาะเลือดให้ลุงๆป้าๆแบบไม่อั้น การคัดกรองวันนี้คึกคัก แล้วเราก็เจอ หนุ่มน้อย ท่าทางอารมณ์ดี อายุ 28 เข้าแถวมาเจาะเลือด ทั้งๆที่ อายุไม่ถึง อาการไม่มี แต่หนุ่มน้อยขยั้นขยอขอเจาะ แบบมุ่งมั่น เราจึงเจาะเลือดแบบ random ด้วยความเต็มใจ ผลเลือด ทำให้อ้อตาโต แต่หนุ่มน้อย ยิ้มหวาน

|
30 นาที ผ่านไป ได้ความว่า ยุทธจักรเป็นมานาน จำได้ว่าปีที่เกิดซึนามิ ยุทธจักรก็เป็นเบาหวานฉลองปีใหม่ ซะเลย ความรู้สึกก็แย่มากๆเพราะยังเป็นหนุ่มน้อยวัยรุ่น แต่ต้องมาฉีดยา เช้า- กลางวัน-เย็น –ก่อนนอน กินยาอีก เป็นครบทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ยุทธจักรบอกว่า อย่าให้บอกเลยความรู้สึกมันเป็นยังไง มันยังไงไม่รู้ เลยตัดสินใจ ลืมๆเรื่องนี้ไปซะ และไม่นึกถึง มันอีกเลย ก็คือ หายไปจากวงการการเจ็บป่วย ไปใช้ชีวิตปกติธรรมดา เป็นนักร้อง ซะหลายปี ปีนี้ได้แรงฮึด จากตัวเอง ก็เลย ตัดสินใจเดินออกมาจากมุมมืด ที่พยายามลืมๆไป |
วันนี้น้ำตาล High ระดับความดันโลหิต 220/120 ยุทธจักรยังหัวเราะได้ แต่เราหัวเราดังแฮะๆ ทุกคนเกลี่ยกล่อมให้มาตรวจทันที ยุทธจักรถามว่า คลินิกเบาหวานของพี่มีวันไหน เราตอบว่าวันอังคาร (วันนี้วันศุกร์) ให้ตายเถอะทำยังไงยุทธจักร ก็ไม่ยอมมา จะรอวันอังคารอย่างเดียว
ยุทธจักรกลัวอะไรเนี่ย.. “ผมไม่รู้จักใคร ” สุดท้ายยุทธจักรบอกว่า “ไปก็ได้ เดี๋ยวจะไปแล้ว ไปเดี๋ยวนี้แหละ หมอจะได้สบายใจ” พูดยิ้มๆ ... เดินไปสัก 3 ก้าว ก็หันมาพูดเบาๆ ว่า “แต่ผมไม่ไปจริงหรอกนะ ผมจะไป วันอังคาร” อ้าว.ว..ว 3 วัน ผ่านไป วันอังคารมาถึง ยุทธจักรมาจริงๆ ทำเอาเราโล่งอก ว่าสุดหล่อยังอยู่
จนถึงวันนี้ ครบ 2 เดือน ยุทธจักรมาตรวจรักษาสม่ำเสมอ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ตรวจเสร็จเราบอกว่า มาตรวจบ่อยหน่อยนะ นัด 1- 2 สัปดาห์ต่อครั้ง เพราะน้ำตาลยังไม่ดี ยุทธจักรก็ยินดีมา แถมบอกว่า อย่างพึ่งนัด 2-3 เดือนนะ เดี๋ยวผม เรื่อยเฉื่อย ตอนนี้ขอแบบเข้มๆ
วันนี้ของยุทธจักรยังไม่จบ เพราะยุทธจักรยังทานข้าวหลามวันละ 1 กระบอก เคยคุยแล้วยุทธจักรบอกยิ่งฉีดยามันยิ่งหิว หิวอย่าบอกใคร บางวันทำงานหนักยกเครื่องดนตรี นอนดึก อดนอน บางวันไม่มีงานนอนอยู่บ้านเฉยๆ ชีวิตแต่ละวันไม่แน่นอน แค่การฉีดยา ก่อนนอนบางทียังงง เพราะนอน ตี5 ยาก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น งงไปหมด เพราะกินนอนไม่เป็นเวลา .... แต่ยุทธจักรสัญญาว่าจะเป็นพระเอกเบาหวานรายใหม่ที่ขอแจ้งเกิดในวงการบันเทิงให้ได้ เค้าบอกว่าสักวันผมจะไปยืนบอกเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา และเปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่เป็นคนคุมน้ำตาล ไม่ใช่ให้น้ำตาลคุม
เราให้เวลายุทธจักร ก่อนเดือนกันยา หวังว่า เราจะได้คนเล่าเรื่องที่อยู่กับเบาหวานแบบสบายๆ
เราก็ได้ข้อคิดการทำงาน
|
ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปที่ตายตัวในการทำงาน สัมพันธภาพที่ดี สื่อสารด้วยทัศนคติที่ดี คนรับสัมผัสได้ ผลดีก็ตามมา ไม่งั้นยุทธจักรคงไม่มาหาเรา แบบเหนียวแน่น แก้ไขสถานการณ์ให้สนุกสนานเบิกบาน เห็นคุณค่าของคนอื่น ก็สุขทุกฝ่าย
|
ผู้เล่า รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์
สำหรับหลายๆคนการถูกวินิจฉัยว่าเป็น โรคเบาหวาน นี่ช่างรับได้ยากจริงๆนะอ้อ
แต่สำหรับบางคน สามารถดูแลตัวเองได้ดี เค้าก็เป็นอยู่ได้อย่างสบายตามสไตล์คนเบาหวาน แบบนี้แหละน่าสนใจนะ เป็นคนต้นแบบได้อย่างดีทีเดียว
เขียได้ไงครับเนี่ย
สนุกสนาน ครบรส
ได้สาระ เหมือนเดิม
ขอบคุณ กำลังจากสุดหล่อ คุณเอนกและอาจารย์นิพัธคะ
การรักษาโรคเบาหวานแบบหายขาดโดยสมุนไพรไทย
หายขาดจริงๆครับ
โดยความบังเอิญที่คุณพ่อผมได้เดินทางมาหาที่บ้านที่จังหวัดขอนแก่นแล้วมาเจอกับ คุณ ยายผมที่ป่วยเป็นเบาหวานมาหลายปี โดยการรักษาตลอด 12ปีที่ผ่านมาต้องไปรับยาทุกอาทิตย์ ตื่นตั้งแต่ตี 5เพื่อไปโรงบาล แกบอกว่าทรมานมากใครไม่เป็นไม่รู้หรอก เพื่อนๆแกได้ตัดนิ้ว-แขน-ขา บางคนตาบอด และตายไปก็หลายสิบคนแล้ว
พ่อบอกกับแม่ว่าแกมีสูตรสมุนไพรโบราณสมัยคุณปู่ผมที่อยู่ที่มาเลย์เซียก่อนเดินทางมาไทยและนำมาผสมกับสมุนไพรของคุณตาผมที่นำมาจากไร่ที่ จังหวัดเลยผสมชงทานกัน ตอนแรกแกไม่ยอมทาน กลัวสารพัดผ่านไปหลายวันเข้าพ่อผมแกก็ชงทานทุกวันให้แกดูเป็นตัวอย่าง แกเลยยอมหลังจากทานไปสัก 3-4วันแกบอกว่าจะปัสสาวะบ่อยมากและจะมีอาการร้อนวูบวาบ และอาการชาปลายนิ้วตอนเช้าได้หายไปและหลังจากทานไปได้ 7วันแกอยากทานนั่นทานนี่(ปรกติไม่ยอมทานอะไร) ผิวพรรณจากแห้งๆเริ่มมีน้ำมีนวล และขาเริ่มมีกำลังสามารถลุกขึ้นเดินได้ จนแม่ได้พาไปตรวจที่ โรงพยาบาลขอนแก่น ผลออกมาว่าน้ำตาลในเลือดจากเดิม 230 ลดลงเหลือเพียง 115เท่านั้น เอง จนหมอเองก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แกทานมาได้สักประมาณ 1เดือนแล้วกลับไปวัดน้ำตาลอีกก็ได้รับผลว่าปรกติดี จวบจนถึงปัจจุบันนี้คุณหมอ ได้ทำการแจ้งว่าไม่ต้องมาตรวจแล้วครับ หายจากการเป็นเบาหวานแล้ว ก็ทำให้ทุกคนในบ้านประหลาดใจมากครับ
ผมคนนึงที่ไม่เชื่อครับ ก็เลยเอามให้น้องๆที่ทำงานที่ร้อยเอ็ดนำไปให้คนที่บ้านทาน ผลก็เป็นเช่นเดิมกับยายผมทานไปน่าจะประมาณ 83คน มีที่ไม่หาย 3คน ซึ่งจากการสอบถามแล้วได้ความว่าทานไปเพียง 1-3วันแล้วไม่กล้าทานต่อครับ
ส่วนท่านอื่นๆปัจจุบันหายขาดแล้วเพราะไม่ได้นำไปทานอีกเลย
ผมจึงบอกคนที่หายว่าถ้าทานแล้วหายให้ระลึกถึงคุณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วที่ได้คิดค้นสูตรโบราณนี้ไว้ให้แก่คนรุ่นนี้ครับ
อัศจรรย์จริงๆครับ
รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อที่ คุณ ธิดา อึ้งนภารัตน์ 123/456 ม.เพรสซิเดนท์ ต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000หรือโทร 083-3459197