
เริ่มต้นเช้านี้ด้วยการจัดตอนรับ กลุ่มพ่อตู้แม่ตู้ต้นแบบลูกหลานงานพอเพียง ที่มาจากบ้านหนองบัวแปะ ต.ขามเรียน อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม เปิดลีลาร้องลำด้วยหมอลำสไตร์แต่งกรสดเสียงสะท้านฟ้า โดยผู้ใหญ่แผ่ง มูลศรีสุข จากนั้นพบประพ่อครูบาฯ กล่าวตอนรับแล้วพักกินข้าวเที่ยง

ช่วงบ่ายแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งกระผมได้รับมอบหมายให้ร่วมเรียนรู้กับพ่อตู้แม่ตู้กลุ่มที่ 4 จากนั้นก็ได้พากันเดินหาจุดเลือกสถานที่เหมาะสมแบบสบาย สบาย นั้งโสกันคุยกันตามแต่ใจจะนึกคิดได้ โดยได้ประเด็นหลักมาให้คิดเล่นๆ 2 ประเด็น คือ
-
หนองบัวแปะ คือ อะไร
-
ในอดีตที่ผ่านมามีอะไรเป็นตาออนซอน
เมื่อหาจุดเหมาะที่ตรงใจได้แล้ว กระผมและพ่อตู้แม่ตู้ทั้ง 14 คน โดยมีพ่อใหญ่กอง อาระหัง เป็นประธาน และแม่ใหญ่สุณีย์ นามบุญลือ เป็นเลขา ฯลฯ การโสกันพูดคุยกันตามแต่จะคิดไม่มีพิธีอะไรมากนัก แบบลูกทุ่ง ลูกทุ่ง นั่งใต้ต้นไม้ “เว่าพื้นกัน” จึงกำเนิดเป็นหลักสูตรเรียนรู้แบบใหม่ขึ้น
-
วิชานินทาศาสสตร์ (เว่าพื้นกัน) เริ่มต้นจากที่ไม่เป็นทางการ ทุกคนมีอิสระอยากนั่งก็นั่งอยากนอนก็นอน การพูดคุยกันเป็นไปตามธรรมชาติ ทุกคนพูดออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ไม่แสร้งพูดเหมือนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่นักวิชาการหรือ วิทยากล่อม รับเชิญ มีคำถามคำตอบแหย่ผู้นั่งฟังจนหูอื้อตาลายทำที่ลองดูชั้นเชิง ชาวบ้านก็แกล้งแสดงความคิดเห็นไปแบบงัวเงีย เบื่อง่วงงุนที่จะทนฟังเมื่อไล่จะเลิกพูดสักที

สรุปแล้วได้คำตอบตามที่ได้ประเด็นมา 2 ข้อ คือ
-
บ้านหนองบัวแปะ เดิมทีมาจากบ้านโคกแปะ อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม อบพยบมาอยู่บ้านหนองบัวน้อย แต่ไม่ลืมกำพืดตนเอง คือ คำว่า “แปะ” เลยตกลงกันภายในหมู่บ้าน จึงได้ชื่อหมู่บ้านว่า บ้านหนองบัวแปะ เพราะมาแปะอยู่กับบ้านหนองบัวน้อย มาจนถึงปัจจุบัน
-
และสิ่งที่ออนซอนมากที่สุดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน คือแหล่งน้ำหนองบัว กุ้ง,หอย,ปู,ปลา, อุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันโครงการอีสานเขียวมาขุดลอกหนองใหม่ จึงทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เสียหาย
ข้อเสนอแนะ
-
กลุ่มพ่อตู้แม่ตู้ต้นแบบลูกหลานงานพอเพียง ซึ่งทุกท่านต่างก็มีอายุมาก รวมกัน 50 คน เป็นพันๆ ปี เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ควรคำนึงถึงความเหมาะสมตามวัยนั้นๆ และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ที่จะเข้ามาตรวจสุขภาพให้แก่เกษตรกรผู้เข้ามาอบรม
วิทยากรประชุมกันอีกครั้งหลังเสร็จจากกิจกรรมต่างๆ
-
ทุกท่านแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกันด้วยดี แฝงไว้ด้วยข้อคิดและให้รู้จักคิดเป็น
-
ฉีกตำราแผนการทั้งหมดงัดเอาภูมิรู้ของตนเองออกมาแก้ไขสถานการณ์จริง
-
เป็นการฝึกเรียนรู้โดยไม้รู้ตัวเป็นไปตามธรรมชาติ
ปล. คอมพิวเตอร์ใหม่กับเรื่องราวเก่าๆ ครับ
สวัสดีครับอาจารย์ขจิต
พี่สังเกตดู การเรียนแตกต่างกันอยู่มากเนาะ อาจะเป็นพื้นที่ ที่พี่เรียนมันอยู่ในอำเภอ ที่คิดว่าพอเจริญขึ้นมาหน่อยแล้ว วิจัยหรือการหาโครงการมาทำ มันจะไม่ได้ออกมานอนเล่น นั่งเล่น คือคุณอาจจะออกมาวิจัยข้างนอกพบของจริงเลย จับกลุ่มว่ากันเลย
แต่ทางนี้ วิจัยใครวิจัยมัน แล้วทำงานส่ง เรื่องๆตามถนัด รู้สึกจะเป็นวิชาการมากมายเลย สงสัยจะสอนให้นักศึกษาเป็นผู้นำเลยแต่ต้องทำให้ถูกแบบและหลักการเลย ไอ้เราไม่เคยเรียน เป็นวิชาใหม่ หัดเขียนโครงการของบประมาณ เราก็เดาลูกเดียว สงสัยจะต้องหัดไปเป็นผู้นำจริงซะแล้ว งานที่ทำจะได้ง่ายขึ้น
เรียนนอกห้อง เรียนในห้อง นอกห้องรู้สึกจะมีกิจกรรมเยอะนะ โครงการนินทาศาสตร์ เข้าท่าดีเนาะ นินทาอาจารย์สอนใช่ไหม
ที่นั่งอยู่เป็นชาวบ้านส่วนหนึ่ง นักศึกษาส่วนหนึ่งใช่ไหม สนุกดีนะ