อยู่กับตัวเอง และมิตรในธรรมชาติ
วันนี้เป็นวันแรกหลังการพ้นหน้าที่ ผอ. สคส. ที่ผมอยู่กับตัวเองคนเดียวที่บ้านปากเกร็ด เพราะภรรยาไปทำงาน ทำให้ผมนึกถึงเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๔ เมื่อ ๗ ปีมาแล้ว ตอนที่ผมออกจาก ผอ. สกว. ผมรู้สึกสงบ ว่าง จนติดใจ ได้มีโอกาสนั่งอ่านหนังสือใต้ร่มไม้ข้างบ้าน แต่สภาพนั้นอยู่ไม่นาน งานต่างๆ ก็ไหลมาเทมา จนในที่สุดมีงานยุ่งยิ่งกว่าตอนเป็น ผอ. สกว. ตอนนี้ผมพยายามทำให้บรรยากาศเช่นนั้นกลับมาอีก ได้ไม่ค่อยได้ผล ผมไม่รู้สึกว่างมากนัก อาจเป็นเพราะตอนนี้มี บล็อก มี อินเทอร์เน็ต เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เราไม่ว่างจริง
จะว่าอยู่กับตัวเองคนเดียวก็ไม่ถูกนัก เพราะที่บ้านผมมีนกมาก เท่ากับว่า ผมมีนกเป็นเพื่อนอยู่กับบ้าน เจ้าประจำคือนกอีแพรด กับนกกางเขน ซึ่งมาป้วนเปี้ยนตลอดวัน นก ๒ ชนิดนี้หากินเรี่ยดิน หรือหากินกับดินก็ว่าได้ คือมันหาหนอน แมลง และไส้เดือนที่อยู่ในดิน มากกว่าบนต้นไม้ ส่วนนกปรอดมาเป็นระยะๆ บินมาเกาะที่ยอดไม้หรือกิ่งไม้ค่อนข้างสูง ส่วนมากเป็นนกปรอดสวน และปรอดหน้าขาว ผมจำเสียงร้องได้ นานๆ จะมีเสียงนกปรอดหัวโขนที่ผมหลงไหลเสียงอันไพเราะ ตอนมาอยู่บ้านนี้ใหม่ๆ เมื่อ ๑๑ ปีที่แล้ว ผมบ่นว่าเสียดายที่ไม่มีนกปรอดหัวโขนเป็นนกประจำถิ่น แต่ต่อมาเมื่อสัก ๔ – ๕ ปีที่ปล้ว เราก็เริ่มได้ยินเสียงร้อง “พิด ชะรี” ของเขา และได้ยินบ่อยขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ก็ได้ยิน
ช่วงนี้นกกวักหลังบ้านร้องบ่อย เสียงร้องบอกว่ามีหลายตัว เมื่อวานเขาบินเข้ามาที่หลังบ้านผมทีเดียว และนกดุเหว่าเพิ่งจะส่งเสียงเมื่อสักครู่นี้เอง ไม่นับเสียงนกเอี้ยงกิ้งโครงซึ่งเป็นนกประจำถิ่นเหมือนกัน และร้องเป็น แบคกราวน์ อยู่ตลอดเวลา ร้องบ่อยยิ่งกว่านกอีแพรด นกสุดยอดเชื่อง ที่ยังไม่ได้ยินเสียงในวันนี้คือนกกะปูด ที่ร้องเสียงต่ำ “คูด คูด ...” ทำให้ที่บ้านผมที่ชุมพรเรียกชื่อว่านกคูด ผมชอบเสียงร้องโทนต่ำของนกกะปูด
นกกินปลี และนกสวนตัวเล็กๆ ก็มาเยือนเป็นครั้งคราว มีทั้งมาเงียบๆ และส่งเสียงร้องตลอดเวลา เกือบจะกล่าวได้ว่าที่บ้านผมไม่มีช่วง ๕ นาทีใดที่ไม่มีเสียงนกเลย
นานๆ จะมีเสียงนกโพระดก หรือนกตีทองก็ไม่ทราบ ร้อง “ป๊ก ป๊ก ...” ซ้ำๆ กันเป็นเวลาาหลายนาที และนกสุดยอดมีมากอีกชนิดคือนกเขา ทั้งนกเขาชะวา และนกเขาใหญ่ ส่งเสียงขันเป็นระยะๆ เสียงนกนี่ถ้าเราไม่มีสมาธิ เราก็ไม่ได้ยิน คือแม้เขาจะร้องจะขันแต่เราก็ไม่ได้รับความสดชื่นจากเขา ต่อเมื่อเราเปิดประสาทสัมผัสรับรู้ เราก็ได้รับความชื่นใจจากเพื่อนร่วมธรรมชาติเหล่านี้ ผมมองว่านี่คือ “ความสุขที่ไม่ต้องซื้อ”
นั่งดูฝน
เวลาผ่านไปเกือบ ๖๐ ปี ผมได้นั่งดูฝนตกอีกครั้งหนึ่ง เปรียบเทียบกับสมัยเด็ก อายุ ๗ – ๘ ขวบ นั่งดูน้ำฝนตกลงมาจากหลังคาบ้านมุงจาก และน้ำสีแดงจากถนนโรยลูกรังหน้าบ้าน ไหลมาปะปะทะกับน้ำสีขาวขุ่นจากพื้นดินในบริเวณบ้าน ดังที่เคยลงบันทึกไว้ตอนต้นๆ ของการเขียนบันทึก “ชีวิตที่พอเพียง”
สมัยก่อนฝนจะตกเมื่อไรเราไม่รู้ล่วงหน้า เพราะเราไม่รู้พยากรณ์อากาศ ตอนนั้นที่บ้านผมยังไม่มีวิทยุ เราไม่เคยได้ยินข่าวสารจากวิทยุ เราพอจะรู้ว่าฝนอาจจะตกจากการดูลมฟ้าอากาศ และฤดูกาล แต่เมื่อเช้าผมฟังวิทยุระหว่างออกไปวิ่ง พยากรณ์อากาศบอกว่า ในกรุงเทพฝนจะตก ๓๐% พอเที่ยง แดดที่ออกจ้าตั้งแต่เช้า ก็ออกอาการ “แดดหุบ” (ภาษาปักษ์ใต้) ผมก็นึกในใจว่าพยากรณ์อากาศแม่นดีจริง อีกสักครู่ฝนก็เทลงมา เป็นฝนหนัก
ผมพยายามหาทางใช้ประสาทสัมผัสทั้งตาและหู ซึมซับความงามของฝน และหาทางใช้จินตนาการสนุกกับการดูฝน แต่รู้สึกว่าไม่มีทางสู้สมัยเด็กตอนอยู่บ้านนอกได้เลย อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่ผมไม่มีทางเห็นน้ำฝนไหล นอกจากที่ตกลงมาจากใบไม้ลงสู่พื้นซีเมนต์ ซึ่งไม่ให้ สุนทรีย์ใดๆ เลย และอาจเป็นเพราะคนแก่จินตนาการไม่เก่ง สู้เด็กไม่ได้
แต่การฟังเสียงฝนที่บ้านปากเกร็ดของผม ดูจะสนุกกว่าการฟังเสียงฝนสมัยเด็ก เพราะสมัยเด็กได้ยินเฉพาะเสียงฝนตกลงมาโดนหลังคา (จาก) โดนต้นไม้ใบไม้ไกลๆ และโดนดินโดนถนน แต่ที่บ้านปากเกร็ดเดี๋ยวนี้เม็ดฝนตกลงมีที่หลังคา และที่ใบไม้ แล้วหยดตกลงมาโดนใบไม้หรือสิ่งของข้างล่างเป็นเสียงที่แตกต่างหลากหลาย จินตนาการเป็นเสียงดนตรีธรรมชาติได้ เหมือนผมจินตนาการเสียงกบร้องโต้ตอบที่เขาใหญ่
ต้นแสงจันทร์ที่ข้างบ้าน ต้นทั้งใหญ่ทั้งสูง น้ำฝนที่หยดลงมาจากใบแสงจันทร์มาโดนใบ มณฑาที่เป็นพุ่มเตี้ยข้างล่าง ที่ใบใหญ่และหนา เกิดเสียงก้องแตกต่างจากเสียงน้ำหยดลงที่อื่น จัดได้ว่า ไพเราะ เสียงน้ำหยดลงในปาล์ม ที่ใบมีลักษณะคล้ายพัด ก็มีเสียงดัง “ปุ” ก้องเช่นเดียวกัน
ความสุข
ฐานข้อมูลระดับความสุข http://worlddatabaseofhappiness.eur.nl บอกว่าประเทศที่ผู้คนมีระดับความรู้สึกว่าสุขสูงที่สุด ๕ ประเทศได้แก่ เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ไอซแลนด์ ฟินแลนด์ ประเทศที่คนบอกว่ามีความสุขต่ำสุด ๕ ประเทศได้แก่ อาร์มีเนีย ยูเครน มอลโดเวีย ซิมบับเว ทานซาเนีย เขามีตัวเลขบอกระดับความสุข ตั้งแต่สูงสุด ๘.๒ ลงไปถึงต่ำสุด ๓.๒ เสียดายไม่มีตัวเลขของประเทศไทย ในข้อมูลรวม แต่เมื่อค้นด้วยชื่อประเทศ พบว่ามีข้อมูล ระดับอยู่ที่ ๖.๖ ไม่เลวเกินไป เพราะของจีนอยู่ที่ ๖.๓ และญี่ปุ่น ๖.๒ และเมื่ออ่าน review หนังสือข้างล่าง จึงพบว่าเขามาเยือนประเทศไทยในฐานะประเทศที่ดีกรีความสุขสูง เขาบอกว่าคนไทยชอบสนุก – fun loving
แต่ตัวเลขและลำดับที่มีความหมายน้อย สิ่งที่มีความหมายคือ ทำไมผู้คนจึงบอกว่าตนเองมีความสุข หรือไม่มีความสุข เหตุผลสำคัญกว่าตัวเลข และเหตุผลก็ไม่ใช่ว่าจะบอกกันตรงๆ ได้ หนังสือ The Geography of Bliss แต่งโดย Eric Weiner http://www.amazon.com/Geography-Bliss-Grumps-Search-Happiest/dp/0446580260 ช่วยให้ข้อมูลจากการเดินทางไปดู และพูดคุยกับผู้คน ถึงที่ และพบว่าความสุขเป็นเรื่องที่ซับซ้อน มีหลายประเทศร่ำรวยมาก หรือมีประชาธิปไตยที่แข็งแรง แต่ ผู้คนไม่มีความสุข บางประเทศผู้คนบอกว่าเขามีความสุข แต่คุณ Eric Weiner ก็ไม่ชอบ หนังสือเล่มนี้เขาจัดอยู่ในประเภท travelogue คล้ายๆ เที่ยวไปเล่าเรื่องไป เล่าอย่างมีอารมณ์ขัน เป็นครั้งแรกที่ผมรู้จักคำ travelogue นี้ และหนังสือนี้มีทั้งสาระเชิงวิทยาศาสตร์ และความสนุกสนานจากการท่องเที่ยวพบปะผู้คน
สวัสดีค่ะอาจารย์
อ่านแล้วเห็นภาพตามเลยค่ะ
ถ้าได้มีโอกาสอยู่ที่บ้านของตัวเอง ก็จะได้ยินเสียงนก(ที่ไม่ได้เลี้ยง)เหมือนกันค่ะ เป็นความสุขที่ไม่ต้องซื้อจริงๆ
ขอบคุณข้อมูลระดับความสุขด้วยค่ะ เป็นอีกเรื่องที่เปิดโลกทัศน์และได้รับรู้ว่ามีการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ด้วย
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีคะ..อาจารย์
เข้ามาเก็บเกี่ยวลักจำ..สิ่งดีงานและผลึกความดีงาน..จากอาจารย์..เพื่อเป็นบท..ได้เรียน..สร้างเพียร..เกิดปัญญา..ก้าวข้ามปัญหา.สำหรับตัวเอง..
ติดตามอ่านบันทึกของอาจารย์เพื่อเสริมสรางความรู้ตลอดครับ อ่านบทความนี้แล้ว อาจารย์บรรยายได้เห็นภาพเหมือนได้อยู่ในเหตุการณ์จริงด้วยเลยครับ
อยู่ที่เบลเยียม ไม่ได้ยินเสียงนกร้อง แทบไม่มีสัตว์อื่นๆเลยนอกจากสุนัขที่ถูกสวมปลอกคอ ถูกจูงโดยเจ้าของ อย่างไม่มีอิสระ บรรยากาศมือสลัว ฝนตกพรำบ่อยๆ ฟ้ามืดครึ้ม เอาแน่เอานอนไม่ได้ แดดออกน้อยมาก ความงามของธรรมชาติน้อยกว่าบ้านเราเยอะ
ผมยังติดค้างอาจารย์เรื่องหนึ่งคือการเขียนเรื่องการวิจัยระบบสุขภาพของเบลเยียม ซึ่งอยู่มา 6 เดือนแล้ว ยังได้ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะเขียนบันทึกเลยครับ แต่ก็จะพยายามเขียนให้ได้ก่อนจะเรียนจบกลับไป
แต่หกเดือนที่เบลเยมก็เขียนงานวิจัยแบบR2Rไปได้สองเรื่อง กะว่าจะเขียนให้ได้หลายๆเรื่องกว่านี้ แต่ก็ยังทำไม่ได้เพราะเรื่องเรียนก็ยากเหมือนกันครับ
อ่านจากบันทึกต่างๆของอาจารย์แล้ว เชื่อว่าอาจารย์มีความสุขตลอดเวลา
นั่งดูนก กกลูกข้างๆห้องลูกสาวเกือบ10วันค่ะ สุดท้ายลูกนกตายทำให้นึกถึงตัวเองตอนเลี้ยงลูกค่ะ
ตามอ่านบล็อกของอาจารย์และหนังสือการประชุมต่างๆที่อาจารย์ไปสอนทำให้ไปเที่ยวเล่าเรื่องKMให้คนอื่นฟังได้บ้างค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้ความรู้แก่พวกเราค่ะ