การทำงานภายใต้ความเคยชิน ยังไงก็ได้ หยวนๆกันไป จะเอาอะไรนักหนา ไทยๆก็แบบนี้แหละ ไม่มีปัญหาหรอก อยู่ได้อยู่รอดเชื่อเถอะ เดี๋ยวมันก็ดิ้นไปหาจุดพอดี ..ความคิดแบบโชคอัพเป็นเรื่องที่ดีและสำคัญ แต่ถ้าวางความคิดลอยฟ่องอยู่เหนือปัญหา โดยที่ตอบตัวเองไม่ได้ว่าจะมีวิธีจัดการอย่างไร ก็คงจะไม่ต่างกับการลอยแพปัญหา
คืนนี้สนทนาภาษาแซ่เฮ กับท่านเล่าฮู โดนถามความในใจ ..ที่ผมกำลังฝึกอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในขณะนี้ เราต้องทำภายใต้ระบบราชการ ที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนเต็มไปด้วยกฎระเบียบ ผมตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสถานการณ์ที่พูดแล้วเหมือนคนปากพล่อย เขาให้ทำอะไรก็ควรก้มหน้าดำน้ำทำไป
เมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้ มันต้องทำยังงี้แหละ แผนงานมันออกมาแล้ว มันไม่สามารถทำอะไรให้ เพราะทุกเรื่องมีเบื้องหลัง ถ้าเข้าใจเรื่องเบื้องหลังถึงจะคุยกันต่อได้ ไม่อย่างนั้นคนที่พูดงอแง ก็จะเป็นเบบี้ในสายตาของเบื้องบน ขอให้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เราต้องทำงานในสภาพและสถานการณ์ผิดปกติ ถ้าร้อนวิชา อยากแสวงหาความรู้ความจริง ก็ดีนะ แต่หน้าตักก็มีให้อย่างนี้แหละ จะร้อนวิชาจนควันออกหู ก็ขอเชิญแสดงให้ออกแสงเฮ้ากวงตามสบาย
มาถึงขั้นปฏิบัติ มันยากและเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก ผู้ประสานงานในพื้นที่ ทำงานภายใต้ความความชินของเขา คือเต็มที่แบบเรื่อยๆมาเรียงๆ ในกลุ่มของชาวบ้านที่คัดเลือกแล้ว อยากได้ตัวจริง พ่อใหญ่สังข์สะท้อนว่า..ผมไม่รู้ว่าตัวจริงเป็นยังไง ที่ชวนกันมาได้ก็มีเท่าที่เห็นนี่แหละ ถึงจะอบรมหมดหมู่บ้าน มันก็แค่เห็นๆ อย่างที่เอามาให้เห็น ..หมายความว่ามาให้เห็นนี่ มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาเท่าไหร่หรอก เพียงแต่ผู้ประสานงานยอมหวานอมขมขื่นไว้เอง
คำถามแรกที่เราได้รับ..ครูบา ชาวบ้านเขาอยากต่อรองว่า ..อบรมแค่2วันได้ไหม หลายคนมีภาระยุ่งยาก ทิ้งวัวควาย ผักหญ้าไม่คนรดน้ำ แม่ใหญ่เลี้ยงหม่อนไหม ขาดคนดูแล นี่คือโจทย์จากชุมชนสดๆ ที่กล้าบอกตรงๆเพราะเราสนิทพอที่เปิดเผยปัญหาโดยตรงได้ ทุกคำร้องขอมีเหตุผลและความหมายในตัวมันเอง ที่เราต้องเอามาตีบทให้แตก เพราะนี่คือบทที่1 ที่เราจะต้องทำการบ้าน และสอบให้ผ่าน
1. วิธีการอบรมของเราน่าสนใจ ให้ประโยชน์เขาได้มากน้อยแค่ไหน
2. เนื้อหาโดนใจ ตรงกับที่เขาอยากได้อยากทำรึเปล่า
3. การออกแบบการเรียนรู้แต่ละช่วงวัน เด็ด มันส์ ฮา แค่ไหน
4. ภาคทฤษฎี เป็นแผ่นเสียงตกร่องรึเปล่า น่านอน กว่าน่าฟัง รึเปล่า
5. ภาคปฏิบัติ เป็นแง่มุมใหม่ ชุดความรู้ใหม่ เหมาะสมที่จะเอาไปประยุกต์ใช้รึเปล่า
6. จะสต๊าทส์เครื่อง เพื่อโยงสำนึกให้ไต่ระดับขึ้นไปแต่ละวันอย่างไร
7. วิทยากรมืออาชีพ และตัวช่วยต่างๆจะหามาจากไหน
8. วันสุดท้าย ประมวลได้ไหมว่า ที่ชวนเขามา คุ้มค่ากับเวลาชาวบ้านรึเปล่า
9. อะไรบ้างที่ได้เรียนรู้ใหม่ อะไรบ้างที่ไม่รู้ ต้องส่งต่อ
วันที่1 ทุกคนเดินทางมาอบรมด้วยความครุ่นคิดคำนึงไปต่างๆนาๆ ตัวอยู่ที่นี่ แต่ใจไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ วิชาใจอยู่กับตัวศาสตร์ ต้องงัดออกมาบอกว่า..จะกลับบ้านก็ได้ ถ้าตอบผมได้ว่า ตนเองมีความรู้เพียงพอแล้ว แก้ไขปัญหาตนเองได้แล้ว จะขับรถส่งกลับบ้านบัดเดี๋ยวนี้ โธ่!ยกแรก นี่ก็น้ำลายเหนียวแล้วละครับ ยังไม่ขลังพอที่จะสะกดผีบ้านผีเรือน
วันที่2หลังจากที่กลางวันพาไปดูนักสู้ตัวจริง และฟังวิทยากรพิเศษระดับจอมยุทธ มาช่วยกันตีบทชะลอหลังยาวโหมระทึก กลางคืนให้ตัวแทนสรุปความในใจ ฟังแล้วดูมีหางเสียงดีขึ้น
วันที่3วันนี้ลงกิจกรรมปฏิบัติ ช่วยกันปลูกต้นผักหวานป่า ในแปลงธนาคารATM.แซ่เฮ บางกลุ่มไปปลูกไผ่กิมซุง ศึกษาระบบน้ำ ต่อท่อหน้าหยด ทุกคนเหนื่อยล้า แต่การเรียนรู้เคล็ดลับวิธีใหม่ การยอมรับที่จะเป็นผู้เรียนจึงมีมากขึ้น
สวัสดีครับพ่อครูบา
นี่ถ้าผมไปจะช่วยบรรยายวิชาอะไรละครับ ปลูกต้นกฎหมาย ก็ไม่มี อิอิ เลี้ยงตัวกฎหมายก็ ไม่มี อิอิ สงสัยจะได้ไปเที่ยวซะเฉยๆละมั๊ง แฮ่....
ทีละขั้นแต่ต่อเนื่องและจริงจังครับ
สวัสดีครับท่านครูบา
ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น(ยืมภาพของคุณ. Conductor มาแปลงเอาครับ...
"เราจะปีนให้ได้...คอยดู้"....คิคิ
สวัสดีครับ