ไม่นึกว่าจะผูกพันถึงเพียงนี้

    จากเพื่อนถึงเพื่อน

              " ถ้าเธอเหนื่อยนัก  หยุดพักเสียก่อน        ล้มตัวลงนอนแนบตักฉันนี่

                จะหนาว  จะร้อน  จะคอยพัดวี              หลับฝันถึงสิ่งดี  หลีกหนีสิ่งเลว "

                  บทเพลงบางตอนข้างต้นถ้าจำไม่ผิดเป็นของศิลปินเพื่อชีวิต  พงษ์สิทธิ์   คำภีร์  ซึ่งมีความหมายซาบซึ้งกินใจ   ขอมอบให้แด่ อ.ทวิช พี่ป.บัณฑิตของน้องๆรุ่น 2/50 ทุกคน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุจนต้องผ่าตัดกระดูกบริเวณข้อมือข้างซ้าย  หลังจากเรื่องราวเศร้าโศกแห่งการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตยังไม่ทันจางหาย  เรื่องร้ายก็เข้ามาแบบไม่ให้ตั้งตัว เหมือนคำโบราณว่า "ความวัวไม่ทันหาย  ความควายเข้ามาแทรก " 

                  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ราว 10 โมงเช้าช่างภาพประจำโรงเรียนขุนยวมวิทยา ต้องไปบันทึกภาพกิจกรรมครูและนักเรียนเดินรณรงค์ให้ไปเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลขุนยวมในวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2551  ขณะที่รถจักรยานยนต์ของ อ.ทวิชแล่นไปตามถนนก็มีรถยนต์พุ่งเข้ามาชนโครมอย่างจัง (ทราบทีหลังว่าเป็นมือใหม่หัดขับ อายุยังเยาว์ไม่มีใบขับขี่ น่าจะไปลองขับในที่ที่มันไกลผู้ไกลคนสักหน่อย) ภาพที่เห็นเกินบรรยาย ยิ่งกว่าในหนัง  ไม่มีสแตนอิน เจ็บมาก ครูเกือบหมดโรงเรียนไปรวมกันอยู่ที่โรงพยาบาลขุนยวม (ถ้ามาหมดนักเรียนจะตามมาด้วย เดี๋ยวโรงพยาบาลจะกลายเป็นโรงเรียน) คุณหมอตรวจซักพักใหญ่ขั้นตอนคล้ายๆในหนังไทย แล้วเห็นท่าไม่ดีก็เลยส่งต่อไปจังหวัด พยาบาลสาวสวยว่าโชคดีที่เป็นมือซ้าย ถ้ามือขวาแย่เลย   แต่หารู้ไม่ว่าโชคร้ายสิเพราะคนไข้ถนัดซ้ายซะนี่    หมอบอกว่ากระดูกแตกละเอียด  ใส่เฝือกแข็ง 2 วัน แล้วผ่าตัดเลย  แกก็ยังมีอารมณ์ขันนะ   เล่าให้ใครๆฟังว่าหมอหล่อมากถึงมากที่สุด  สมาร์ทซะไม่มี อัธยาศัยดีเยี่ยม และนี่คือเหตุผลสำคัญที่พวกเราพร้อมใจกันไปเยี่ยมเพราะอยากเห็นหน้าหมอหล่อแถมใจดีมีคุณธรรมแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เห็นซะทีเพราะหมอตรวจเช้าแต่เราไปค่ำ...เฮ้อ...เสียดายจังนะพวกเราเนาะ..

                    พอพี่ๆน้องๆป.บัณฑิตที่แม่ฮ่องสอนรู้ข่าวก็พากันไปเยี่ยมให้กำลังใจที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์กันอย่างเนืองแน่นทุกวัน ( จริงๆ เพราะพยาบาลแอบมามาดูหน้าห้องหลายรอบนึกว่าเปิดคอนเสิร์ตในห้องคนไข้ เพราะนานๆได้มาเจอกันบรรยากาศอบอุ่นเลยคุยซะ..)คนไข้ผ่าตัดใหม่ก็ไม่นอนคงปลาบปลื้มใจที่เห็นเพื่อนเยอะ ลืมเจ็บ  ของเยี่ยมก็อร่อย คนเยี่ยมเลยอยู่นาน ต้องขอขอบคุณน้ำใจไมตรีพี่ๆน้องๆ ทุกคนที่มาปลอบขวัญและให้กำลังใจเพื่อนในยามป่วยไข้ แม้ผู้ที่อยู่ไกลรู้ข่าวมาไม่ได้ก็ยังโทรศัพท์มาถามข่าวคราวให้กำลังใจ  

                  ขอบพระคุณอ.กิตตินันท์ อ.ศันทนีย์ ที่ส่งเสียงให้กำลังใจมาจากเชียงใหม่  อ.หฤษฏ์พระเอกเสื้อสีม่วงกับดอกกุหลาบสีชมพูช่อใหญ่มาด้วยตัวเองหลังสอนป.โทที่วิทยาลัยแม่ฮ่องสอนเสร็จ

                  ดูท่านมีความสุขสันต์หรรษาดีที่ได้เจอลูกศิษย์โข่งจอมกวนทั้งหลายที่มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ เพราะหัวเราะเริงร่ากับอ.ทวิชและพวกเราดี (สงสัยมีคนแอบจักจี้เอว  หรือไม่ก็เอาอาวุธมีคมคอยจี้) แต่ถามถึงคะแนนท่านไม่เผลอบอกเลย  ทั้งพวงทอง  จิตติมา  จันทร์กวี  เอกรัฐ เพิ่มพูน จี้แล้ว  จี้เล่าก็ทำใจแข็ง  ถ้าทิวากับคุณเฉินไม่กลับไปซะก่อน อาจจะใจอ่อนกับคารมท่านหัวหน้าของเราก็เป็นได้

                  วันนั้นกว่าจะกลับกันก็ดึกโข แต่คนไข้ดูมีกำลังใจ หายเจ็บขึ้นเยอะที่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วและช่วยกันรับประทานของเยี่ยมกันอย่างเอร็ดอร่อย  ท่าจะลืมเจ็บแผลที่เพิ่งผ่าตัดไปเลย  นี่แหละหนาอานุภาพของความเป็นเพื่อน ถึงแม้จะเพิ่งรู้จักกันตอนเรียนไม่นาน แต่บรรยากาศอันอบอุ่นของเสาร์อาทิตย์ที่ได้เจอกับครูกับเพื่อนๆก็เป็นความทรงจำที่น่าประทับใจจนกลายเป็นความผูกพันอย่างไม่น่าเชื่อ  วันหยุดสุดสัปดาห์หลังสอบปลายภาคเสร็จก็เลยเหงาๆ  คิดถึงอาจารย์และเพื่อนๆพี่ๆ น้องๆ ทุกคน

                   แต่เราตกลงกันแล้วใช่ไหมว่า 16  กุมภาพันธ์  วันวาเลนไทน์  (ของป.บัณฑิตรุ่น2/50)

จะเป็นวันนัดพบกันอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อระลึกถึงความทรงจำดีๆที่ไม่ใช่เพียงแค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านเลยไป  จบแล้วหาย  ที่นี่ยังมีความผูกพันเกินบรรยาย

                   วันนี้อ.ทวิชท่านประธานในการจัดสัมมนากลับมาอยู่บ้านแล้ว หมอให้พักการใช้มือที่ผ่าตัด 3 เดือน ใส่เหล็กดามไว้ 1 ปี อนิจจา ! พี่เรากลายเป็นคนเหล็ก แต่ไม่ต้องกลัวนะ...พี่ยังมีเพื่อน..ห่วงใย...  ไม่มีใครทิ้งพี่หรอก...สัญญา...ไว้พี่หายดีเมื่อไรค่อยต่อล้อต่อเถียงกันอย่างเคยนะ...ช่วงนี้ถือซะว่าอยู่ในช่วงพักรบ ..และบางทีพี่อาจจะพบ..รัก..ก็ได้

                   " ถ้าเธอปวดร้าว ก็ขอทนสู้               ฉันยังยืนอยู่คู่เธอมิแหนงหน่าย

                     หากเธออยากถามว่าฉันคือใคร        ฉันคือหัวใจศรัทธาของผองชน"

                     พักผ่อนมากๆ นะพี่ทวิช  ทุกคนเป็นกำลังใจให้พี่หายวันหายคืน  ...หัวใจพี่ยังแข็งแกร่ง

มีมืดก็ย่อมมีสว่าง  เมื่อฝนซาฟ้าก็ใส   ชีวิตคนก็เหมือนฤดูที่แตกต่างเพลงของ บอย  โกสิยพงษ์ ละนะ

                     อยากบอกผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้กรุณาระมัดระวังด้วย  พลาดพลั้งขึ้นมาเสียเวลาและเป็นอันตรายทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเพราะความประมาทของตน

                     ไว้ถ้ามีข่าวอะไรคืบหน้าจะมาเล่าให้ฟังเป็นอุทาหรณ์อีกนะคะ....