เรื่องของอาชญากรสองคนชื่อ โรเบิรต์ วิลลี และ โจเซฟ แวคคาโร ที่ข่มขืนแล้วฆ่าเฟธ แฮททาเวย์ เป็นคดีที่โด่งดังคดีหนึ่งของอเมริกา ทั้งสองคนถูกตัดสินประหารชีวิต เด็บบี้ คิวาส เด็กสาววัย ๑๖ ปี เป็นเหยื่อรายหนึ่งที่ถูกจับตัวไปพร้อมกับมาร์ค เธอถูกข่มขืน และรอดชีวิตมาได้ แต่มาร์คถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส
เด็บบี้ เขียนหนังสือโดยได้รับความช่วยเหลือจากเกร็ก ลูอิส เธอเล่าเรื่องราวตั้งแต่แรกที่เธอถูกจับไปพร้อมกับแฟนหนุ่ม เรื่องราวรายละเอียดที่เกิดขึ้นในรถระหว่างที่คนร้ายพาเธอตระเวนไปตามที่ต่างๆ ผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนเธอ ตลอดเวลาในเงื้อมมือฆาตกรเด็บบี้ใช้ความกล้าหาญควบคุมตัวเอง และสามารถพูดคุยกับคนร้าย พยายามจดจำรายละเอียดสถานที่และเส้นทางต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับตำรวจได้เป็นอย่างดี ไม่มีใครคาดเดาได้ถูกว่าเหตุใดเธอจึงถูกปล่อยตัวกลับบ้าน แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเหตุใดคนร้ายจึงปล่อยเธอ ทั้งที่เคยฆ่าเหยื่อรายก่อนหน้านี้มาแล้วอย่างโหดเหี้ยม เด็บบี้ใช้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ที่เธอจดจำไว้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการติดตามจับตัวคนร้าย เธอเป็นพยานสำคัญคนเดียวที่นำไปสู่การตัดสินประหารชีวิต
เด็บบี้โกรธแค้น และคิดว่า คนร้ายสมควรได้รับโทษประหารชีวิตจึงจะสาสมกับความเลวร้ายที่เขาก่อขึ้น
คดีนี้โด่งดัง และ นำไปสู่กระแสการสนับสนุนและคัดค้านการลงโทษประหารชีวิต โดยมีแม่ชีเฮเลน พริจีนเป็นผู้นำการคัดค้าน นั่นยิ่งทำให้ความโกรธแค้นของเด็บบี้ทวีมากขึ้น
๕ ปีผ่านมาคนร้ายถูกลงโทษประหารชีวิต เด็บบี้คิดว่าเธอน่าจะรู้สึกปลอดภัย คลายความหวาดกลัว ความโกรธแค้น แต่ก็เด็บบี้ยังคงไม่มีความสุข เธอตั้งคำถามตัวเองว่า เธอจะยอมให้มาตรกรสองคนตายไปพร้อมกับความอาฆาตพยาบาทหรือ และ เมื่อคนร้ายที่ทำกับเธอตายไปแล้ว ความรู้สึกเคียดแค้นจะหมดไปหรือไม่
เด็บบี้เคยคิดว่ามันควรจะเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ใช่ เธอไม่มีความสุขทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ที่กระตุ้นให้เธอคิดถึงเหตุร้าย ความรู้สึกโกรธแค้นชิงชังยังตามหลอกหลอนเธออยู่
เหตุการณ์สำคัญที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตคือ มีการนำหนังสือเรื่อง Dead Man Walking ที่เขียนโดยแม่ชีเฮเลน พริจีน ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ แม่ชีเฮเลนเขียนเรื่องจากเหตุการณ์จริง และจากข้อมูลที่ได้พูดคุยกับโรเบิร์ต วิลลี ในคุก แต่มีการสร้างตัวละครที่เป็นฆาตกรขึ้นใหม่จากบุคลิกของโรเบิร์ต วิลลี หนังเรื่องนี้ได้รับการกล่าวถึงอย่างมาก
เหตุการณ์นี้ทำเธอได้มีโอกาสพบสนทนากับแม่ชีเฮเลน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้พบหนทางที่จะปลดแอกความทุกข์ขมขื่นที่ติดแน่นในจิตใต้สำนึกนั่นก็คือ “การให้อภัย”
เนื้อเรื่องจริงๆ มีไม่มาก แต่ทุกรายละเอียดของตัวหนังสือบอกเล่าได้ถึงแก่นแกนแห่งอารมณ์ความรู้สึกของเหยื่อในระหว่างเส้นทางอันน่าหวาดกลัวขณะที่ถูกจับตัวไว้ในรถ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอหลังจากนั้นอีก ๑๒ ปี ที่ค่อยๆ ถ่ายทอดออกมา
ฉันซื้อและอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ เอากลับมาอ่านอีกครั้งเป็นหนที่สาม หนังสือหนา ๒๗๐ หน้า แต่อ่านไม่เบื่อ วางไม่ลง ไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้ง บีบคั้นอารมณ์ เศร้า สะเทือนใจ ไปกับชะตากรรมของเธอ และมีความสุขเมื่อพบว่าเธอสามารถก้าวพ้นความทุกข์ที่เกาะติดเธอมาอย่างยาวนานได้ในที่สุด
ได้ดูหนัง Dead Man Walking ก่อนอ่านหนังสือ และดูซ้ำอีกครั้งก่อนเขียนบันทึกนี้ หนังเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างแม่ชีเฮเลน ที่พยายามทำ “หน้าที่” ของเธอเพื่อปลดปล่อยพันธนาการความเกลียดชัง และการไม่สำนึกในความผิดบาปของของแมททิว นักโทษที่รอการประหาร
เป็นหนังที่หนักอึ้ง ทว่าค่อยๆ คลี่คลายลงในซีนสุดท้ายที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ ความเกลียดชัง การสำนึกผิด ความรัก และ การหลุดพ้นจากความเกลียดชัง ออกมาได้อย่างละเมียดละไม ให้อารมณ์ความรู้สึกอิ่มใจสุขใจจากการ “ให้อภัย” ที่ไร้เงื่อนไข ไร้ขอบเขต ไร้กาลเวลา
ไม่เคยได้ยินว่า หนังสือเรื่อง Dead Man Walking ถูกแปลเป็นภาษาไทยหรือไม่ แต่คิดว่าน่าจะยังไม่มีการแปล เพราะหนังสือเรื่องนี้ไม่ได้รับความนิยมนักในอเมริกา
สุดท้ายที่ได้เรียนรู้จากหนังสือ Forgiving Dead Man Walking และ จากหนังเรื่อง Dead Man Walking คือ “การให้อภัย” อันเป็น สาระสำคัญที่หนังสือและหนังต้องการสื่อสารนั้น เป็น “ความดีงาม” ที่เป็น “สากล” และทำได้ยากยิ่ง.
๕ มีนาคม ๒๕๕๑
เพิ่มเติม
“การให้อภัย” นอกจากจะปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ในคริสตศาสนา แล้ว การให้อภัย ยังเป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนชาวพุทธ อยู่ในกลุ่มของ “ทาน” คือการให้ “อภัยทาน” เป็นทานที่ปฏิบัติได้ยาก และให้อานิสงค์ที่สูงมาก
การให้อภัยในพุทธศาสนา นับได้ว่า เป็นบุญ (ความดี) ระดับต้นๆ อยู่ในกลุ่มของ “ทาน” ในระดับเกือบสูงสุด (ต่ำกว่าการให้ “ธรรมทาน”) พระพุทธเจ้าสอนเราว่าการทำบุญนั้นอาจแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม คือ ทาน ศีล และ ภาวนา
หนังสือ Dead Man Walking เขียนโดยแม่ชี Helen Prejean เมื่อปี ๑๙๙๓ บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแมททิว พอนเซเลท (ชื่อตัวละครของโรเบิร์ต วิลลี่ ไม่มีการพูดถึงเด็บบี้ในหนังสือ) ชื่อหนังสือได้มาจากธรรมเนียมปฏิบัติของผู้คุมขณะนำตัวนักโทษเดินเข้าสู่แดนประหารจะต้องประกาศว่า "walking, dead man walking here!" แม่ชีเฮเลนมีบทบาทนำในการคัดค้านโทษประหารชีวิตมาตั้งแต่ปี ๑๙๘๒
หนังเรื่อง Dead Man Walking (คนตายเดินดิน) สร้างเมื่อปี ๑๙๙๕ นักแสดงชื่อดัง ทิม รอบบินส์ เป็นผู้กำกับการแสดง ภรรยาของเขา ซูซาน ซาแรนดอน แสดงเป็นแม่ชีเฮเลน ฌอน เพนน์ แสดงเป็น แมททิว พอนเซเลท (ตัวละครแทนตัวโรเบิร์ต วิลลี) หนังได้รับการเสนอชิงและได้รับรางวัลมากมายจากหลายสถาบัน เวทีสำคัญคือ Academy Award (ออสก้า) ทิม เข้าชิง ผู้กำกับยอดเยี่ยม ฌอน เพนน์ ชิง ดารานำชาย ซูซาน ชิง นำหญิง ผลคือ ซูซาน ได้รับรางวัลดารานำหญิงในปีนั้นค่ะ
การให้อภัย เป็นความคิดที่ทำให้หลุดพ้น จากความทุกข์ อันยั่งยืน จงเป็นสุขๆๆๆๆๆๆ เถิด
Ok ............ 100%
มองกัน..คนละมุม..แต่ไม่มีความแตกต่าง.".วิธีปลดทุกข์...คือ..การ..ให้อภัย"..อภัยได้..หลุดจากทุกข์ที่แบกไว้..ทันที..เหมือน..วางกระสอบ..อ้ะะๆๆๆ...