คืนนี้นอนไม่หลับ คงเพราะอ่านหนังสือเพลินไปหน่อย เลยเวลานอน ตาค้างไปเสียอย่างนั้น  นั่งท่องเน็ตยามดึกเสียหน่อย ประสาเน็ตฟรีราคาถูก (๓ บาท ต่อ ๒ ชม. ต่อ ๓๖-๔๐ kbps) ดึกๆ จะค่อนข้างเร็วครับ  เข้าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาอ่านระเบียบและกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็ตะลึงเมื่อไปเห็นระเบียบและข้อกำหนดของคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ (ก.ส.ค.) ๒ ฉบับ ระบุที่หัวกระดาษว่า

เล่ม ๑๒๔ ตอนพิเศษ ๕๗ ง  ราชกิจจานุเบกษา  ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

เฮ้ย !!!  มีข้อกำหนดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเงียบเชียบเหลือเกิน
๑๐ เดือนผ่านไป ผมเพิ่งรู้หรือเนี่ย

ตะลึงเพราะดีใจครับ
ตะลึงเพราะเพิ่งรู้ เพิ่งเห็น
ผมเข้าใจว่าผมไม่พลาดนะ ถ้าจะมีหนังสือแจ้งเวียนมาถึงหน่วยงาน (เพราะอย่างน้อยที่สุดก็น่าจะมีการพูดคุยกันต่างหน่วยงานบ้าง)
ผมว่าผมก็เข้าเว็บไซต์ของกระทรวงและในส่วนของ ก.ส.ค. อยู่บ่อยๆ ก็ไม่ปรากฏว่าจะผ่านตาแต่อย่างใด

ถ้าเราเชื่อและยอมรับว่า สมศ. มีอยู่เพื่อพัฒนาระบบมาตรฐานการศึกษาไทยทุกระดับของไทย
ถ้าเราเชื่อและยอมรับว่า พรพ. ก็มีบทบาทไม่แตกต่างกันในการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลทั่วไทย
มาตรฐานฉบับนี้ของ ก.ส.ค. ก็มิได้แตกต่างไปจากนั้นหรอกครับ
ไม่ได้แตกต่างในความหมายว่า มีฐานคิดที่ไม่แตกต่างกัน
กำหนดมาตรฐาน/ตัวชี้วัด ติดตามตรวจประเมินผลการดำเนินการงาน (กองเอกสารท่วมหัว)


ผมขออนุญาตตัดตอนเนื้อหาบางส่วนมาเผยแพร่ซ้ำอีกรอบครับ
เผยแพร่ซ้ำโดยเฉพาะเผื่อจะมีคนที่ยังไม่รู้ ไม่เห็น เช่นผม
เชิญทัศนา...


------------------------------------------------------------------------------------------------------


ข้อกำหนดคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ
ว่าด้วยมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคม
พ.ศ. ๒๕๕๐

ด้วยพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๔๖ มีเจตนารมณ์ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์การสวัสดิการสังคม นักสังคมสงเคราะห์และอาสาสมัครมีความสามารถในการจัดบริการทางสังคมให้แก่ผู้รับบริการสวัสดิการสังคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้รับการพัฒนามาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสามารถช่วยเหลือผู้รับบริการสวัสดิการสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งตนเองได้อย่างทั่วถึง เหมาะสมและเป็นธรรม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ (๖) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมพ.ศ. ๒๕๔๖ คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ จึงออกข้อกำหนดคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติว่าด้วยมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ในข้อกำหนดนี้ท่านนิยามความหมายไว้หลายคำแต่ที่เห็นว่าแตกต่างจากฉบับอื่นน่าจะได้แก่

"องค์การสวัสดิการสังคม" หมายความว่า หน่วยงานของรัฐที่ดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมและองค์กรสาธารณประโยชน์

"องค์กรสาธารณประโยชน์" หมายความว่า องค์กรภาคเอกชนที่ได้รับการรับรองให้ดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๔๖

“อาสาสมัคร” หมายความว่า ผู้ซึ่งอาสาช่วยปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมในองค์การสวัสดิการสังคม


หมวด ๑
มาตรฐานการจัดบริการสวัสดิการสังคม

ข้อ ๕ การจัดบริการสวัสดิการสังคมต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ซึ่งบัญญัติไว้ในกฎหมายปฏิญญา อนุสัญญา และข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งไม่ขัดนโยบาย แผน และมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ ๖ การจัดบริการสวัสดิการสังคมต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้รับบริการสวัสดิการสังคม การให้ผู้รับบริการสวัสดิการสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งตนเองได้อย่างทั่วถึงเหมาะสม และเป็นธรรม โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การรักษาความลับของผู้รับบริการสวัสดิการสังคม สิทธิที่ประชาชนจะต้องได้รับ และการมีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคมทุกระดับ

ข้อ ๗ การจัดบริการสวัสดิการสังคมต้องคำนึงถึงสาขาของการจัดสวัสดิการสังคมได้แก่ การบริการทางสังคม การศึกษา สุขภาพอนามัย ที่อยู่อาศัย การฝึกอาชีพ การประกอบอาชีพ นันทนาการ และกระบวนการยุติธรรม

ข้อ ๘ การจัดบริการสวัสดิการสังคมต้องคำนึงถึงลักษณะหรือรูปแบบและวิธีการในการดำเนินการตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและประเด็นปัญหาที่ควรได้รับการป้องกันแก้ไขทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว เช่น การส่งเสริม การพัฒนา การพิทักษ์ ปกป้อง คุ้มครอง การป้องกัน การแก้ไข การสงเคราะห์ และบำบัดฟื้นฟู เป็นต้น


หมวด ๒
มาตรฐานองค์การสวัสดิการสังคม

ข้อ ๙ ให้องค์การสวัสดิการสังคมดำเนินการจัดสวัสดิการสังคมให้เป็นไปตามหลักคุณธรรมความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า

ข้อ ๑๐ ให้องค์การสวัสดิการสังคมดำเนินการจัดองค์กร และการบริหาร การให้บริการ และคุณภาพการให้บริการ ดังต่อไปนี้

(๑) การจัดองค์การและการบริหาร ต้องมีการกำ หนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย วัตถุประสงค์ ขอบเขต เป้าหมาย สาขาการจัดสวัสดิการสังคม โครงสร้างและกระบวนการบริหารจัดการ แผนงาน โครงการ ระบบการพัฒนาบุคลากร ระบบบัญชีและการเงิน ระบบข้อมูลสารสนเทศและการประชาสัมพันธ์ ระบบการติดตามประเมินผล อาคารสถานที่ เครื่องมืออุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิบัติงาน โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

(๒) การให้บริการ ต้องมีการกำหนดรูปแบบและวิธีการในการให้บริการ มีกระบวนการให้บริการที่ชัดเจน และมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรและสถาบันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเต็มที่

(๓) คุณภาพการให้บริการ ต้องมีการให้บริการที่มีคุณภาพ รวดเร็ว ต่อเนื่องและทันสถานการณ์ ตอบสนองต่อความจำเป็นของผู้รับบริการ รวมทั้งเกิดความพึงพอใจของผู้รับบริการหรือมีประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม


หมวด ๓
มาตรฐานนักสังคมสงเคราะห์

ข้อ ๑๑ ให้นักสังคมสงเคราะห์ดำเนินการจัดสวัสดิการสังคมให้เป็นไปตามหลักวิชาการและจรรยาบรรณทางวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ยึดมั่นในปรัชญา หลักการ วิธีการ กระบวนการ และเทคนิคทางสังคมสงเคราะห์

ข้อ ๑๒ ให้นักสังคมสงเคราะห์มีการพัฒนา เพิ่มพูนความรู้ ทักษะในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพและคุณธรรม สอดคล้องกับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงของสังคม


หมวด ๔
มาตรฐานอาสาสมัคร

ข้อ ๑๓ ให้อาสาสมัครบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่สังคมทั้งในด้านการสงเคราะห์ผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน การป้องกัน แก้ไขปัญหา การพัฒนาสังคมและส่งเสริมความมั่นคงของชาติทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

ข้อ ๑๔ ให้อาสาสมัครปฏิบัติงานด้วยความสมัครใจเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน สังคมและประเทศชาติโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนและเป็นผู้มีอุดมการณ์โดยถือประโยชน์ส่วนรวมเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน ทำงานด้วยความเสียสละ กระตือรือร้น เอื้ออาทร บริสุทธิ์ใจ และมีศรัทธาที่จะทำงานอาสาสมัคร

ข้อ ๑๕ ให้อาสาสมัครมีการพัฒนาความรู้ ความสามารถ อุดมการณ์และคุณธรรมเพื่อจะได้เป็นพลังสำคัญในการสงเคราะห์ ผู้มีปัญหา การป้องกัน แก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคม พัฒนาองค์การและการส่งเสริมความมั่นคงของชาติภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนและดูแลโดยองค์การสวัสดิการสังคม


หมวด ๖
การพัฒนามาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคม

ข้อ ๑๖ ให้มีคณะอนุกรรมการคณะหนึ่งหรือหลายคณะซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้ง เพื่อทำหน้าที่กำหนดเกณฑ์ชี้วัดมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมตามข้อกำหนดนี้ในแต่ละเรื่องให้เหมาะสมกับระดับการพัฒนาขององค์การสวัสดิการสังคม นักสังคมสงเคราะห์หรืออาสาสมัคร และปรับปรุงเกณฑ์ชี้วัดให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมต่อไป

ข้อ ๑๗ ให้สำนักงาน และหน่วยงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายรวมทั้งหน่วยงานซึ่งได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนให้องค์การสวัสดิการสังคมได้มีการพัฒนามาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมทั้งในส่วนองค์การสวัสดิการสังคม นักสังคมสงเคราะห์หรืออาสาสมัครอยู่เสมอ


ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐

 

ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม

รองนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ

------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ผู้สนใจฉบับสมบูรณ์สามารถสืบค้นได้ที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาครับ
อนึ่ง ต้นฉบับไม่มีหมวด ๕ ครับ  ๑-๒-๓-๔-๖   ไม่มี หมวด ๕ 
เข้าใจว่าน่าจะเกิดความผิดพลาดจากการพิมพ์

 

ยังไม่จบนะครับ เพราะมีระเบียบ ก.ส.ค. ที่สืบเนื่องกับข้อกำหนดฉบับนี้อีก ๑ ฉบับ
เอาไว้บันทึกหน้าค่อยว่ากันต่อ