ในวันที่ 8 มีนาคม 2551 ดิฉันได้พาน้องๆที่ทำงานไปทัวร์วัฒนธรรมที่บ้านเชียง อุดร แล้วไปกินแหนมเนืองอร่อยและขึ้นชื่อเมืองหนองคาย แล้วไปไหว้พราะหลวงพ่อพระไสย และวัดแก้วกู่ พวกเรานัดกันแต่เช้า เดินทางจาก รพ ศรีนครินทร์ มข เวลา ต05.30 น. ไปแวะเขาสวนกวาง ซื้อผลไม้ ตักบาตรกันก่อน แล้วเรามุ่งหน้าไป.... บ้านเชียง ซึ่งเป็นมรดกโลกและถือเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีอายุราว 5,600 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียน มาตั้งแต่ ปี 2535 ตอนเช้า พวกเราไปที่แหล่งขุด มีหม้อไห และโครงกระดูก เจ้าหน้าที่...เปิดวิดิทัศน์ให้ชมที่ไปที่มาของบ้านเชียง ให้ดูด้วย สายๆ...พวกเราไปดูพิพิธภัณฑ์ ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ค่ะ ด้านหน้าระหว่างรอสมาชิกเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์พร้อมกัน เจ้าหน้าที่บอกว่า...ที่นี่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมประมาณเกือบปีละ 2 แสนคน เป็นอันดับที่ 3 หม้อไหเหล่านี้ ยังมีอีกมากมาย ถ้าจะขุดอยู่ตามใต้ถุนบ้านของชาวบ้านยังมีอีก น่าทึ่งมากค่ะ ที่เก็บกำไลโบราณ และสิ่งต่างๆที่แสดงให้ดู มีกำไลหลายแบบทั้ง กำไลสำริด ลูกปัดแก้ว กำไลหิน มีหม้อสวยงาม ส่วนมากหม้อที่ขุดได้มีหลายแบบ และพบอยู่กับศพผู้ใหญ่ เด็ก มีกำไลหลายแบบทั้ง กำไลสำริด ลูกปัดแก้ว กำไลหิน สิ่งต่างๆเหล่านี้ มีอายุหลายพันปี ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์.... มีร้านขายของโอทอป ทั้งหม้อ ไห ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ชาวบ้านที่ขายจะเขียนลายโอ่งแบบลายโบราณเอง ดิฉันก็อุดหนุนพอสมควรค่ะ หลังจากนั้น...พวกเรามุ่งหน้าสู่หนองคาย เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เราจะต้องไปกินแหนมเนืองกันก่อน ที่ร้านแดงแหนมเนือง กินไปชมวิวไป มองเห็นต่างประเทศด้วยค่ะ เมืองลาวยังอุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้ บ้านเมืองดูสงบร่มเย็น กินเสร็จ... พวกเราต้องอุดหนุนสินค้าเมืองหนองคายหน่อย ได้จ่ายเงินกันถ้วนหน้า จนกระเป๋าเบาแล้ว เราก็ไปไหว้พระกันที่วัดหลวงพ่อพระไสย ทำสังฆทาน เสร็จ เราก็ไปต่อที่ วัดแก้วกู่ น่าทึ่งมาก มีรูปปั้นพระพุทธรูปใหญ่ แสดงประวัติพระพุทธเจ้า ในแต่ละช่วงละตอนทำให้เราเรียนรู้เรื่องราวของพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี ที่เก็บศพหลวงปู่บุญเหลือผู้สร้างวัดนี้ค่ะ ราหูอมจันทร์ ทางเดินด้านใน มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ๆ แดดร่มลมตก พวกเรามุ่งสู่ขอนแก่น แวะทานอาหารเย็นที่ร้านโนเนม เขาสวนกวาง กินไก่ย่าง ส้มตำกัน ถึงบ้าน 18.00น ดิฉันก็กล่าว...ขอบคุณน้องๆ ที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน ขอบคุณ...ที่ทำงานร่วมกันมาทั้งปี วันนี้...เป็นรางวัลตอบแทนการทำงานมาทั้งปี เราหวังว่าเราจะมีกำลังใจเพื่อคนไข้มะเร็งต่อไปค่ะ
ปีหน้าน้องบอกว่า อยากไปเที่ยวทะเลกัน
เราก็คิดว่าเราจะไปทะเลที่ไหนดีนะ ถึงจะใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน ได้
เพราะปีนี้กว่าจะไปเที่ยวได้ครบคน ต้องแบ่งเป็น 3 กลุ่ม เพราะพวกเราต้องสลับกันขึ้นเวรดูแลคนไข้กันค่ะ
แล้วพบกันค่ะ
การไปท่องเที่ยว ก็ถือ ว่าดีสำหรับพยาบาล ที่ดูแลผู้ป่วย หัวหน้าพาน้องไปยิ่งประทับใจ โครงการแบบนี้ต้องทำต่อเนื่อง สำหรับที่เออี เขาก้จะไปทะเลกัน จะช่วยให้เย็นๆๆใจ เป็นรางวัลประจำปี จะได้มีแรงทำความดีเพื่อผู้ป่วยต่อไป สังเกตว่าทุกคนหน้าตาสดใส สวยงามกันหมดเลย
สวัสดีค่ะคุณพนอ
ไปเที่ยวทะเล แล้วอย่าลืมมาเล่าให้ฟังด้วยนะคะ
พี่จะได้พาน้องท่องไปในทะเลในปีหน้าค่ะ
ภาพที่แก้วกู่
คติเตือนใจข้าราชการ
คติเตือนใจ ของพวกเราค่ะจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
แต่เราก็ต้องกลับมาทำงาน ดูแลคนไข้ของเราต่อไปค่ะ
สวัสดีครับพี่
ภาพนี้ถูกใจจังครับ
พระท่านว่าตายแล้วสิ่งที่ติดตัวไปก็มีแต่บาปกับบุญที่ทำ กรรมดีกรรมชั่วที่ทำก็จะติดจิตวิญญาณไป เป็นสมบัติหนึ่งแค่นั้น ส่วนบ้านเรือนอาราม ลาภยศเงินทองนั้น ก็ไม่มีอันใดติดไปได้
ขอบคุณพี่มากๆ นะครับ
ขอบคุณค่ะ พี่แก้ว ..... เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยแหล่ะ
อิอิ !
อิ่มบุญไปด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.อุบล
สวัสดีค่ะเม้ง
คติเตือนใจนี้ดีมากค่ะ ทำให้ลดความอยากได้ อยากเป็นอยากมี
น้องๆมีความสุขจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมค่ะ
สุดท้ายได้แถมคติเตือนใจด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาบรรยายบรรยากาศ ที่เกินบรรยายค่ะ
เป็นรางวัลตอบแทนน้องๆ 1 ปี ที่ขึ้นเวรยามทั้งปี หยุดเดือนละ1-5 วัน
สวัสดีค่ะน้องไก่
อารยธรรมอิสานยังน่าติดตาม วันหลังหัวหน้าตึกทั้งหลายน่าจะจัดไปทัวร์แบบนี้ เพื่อผ่อนคลายบ้าง หลังจากเคร่งกับความเครียดตลอดทั้งปีนะ
สวัสดีค่ะป้าแดง
ไปถึงหนองคายคิดถึงป้าแดงตลอดค่ะ
เหมือนมีญาติอยู่ที่นี่ ก็คือป้าแดง
ประทับใจทุกครั้ง ที่ไปหนองคายค่ะ
ในศาลานี้ มีพระยกด้วย
เราไปอธิษฐานและถามเรื่องที่เราอยากได้คำตอบ
ถ้าป็นอย่างที่เราได้คำตอบ จะบอกทีหลังนะคะ
ก่อนเข้าไปดูพุทธประวัติ พวกเราต้องลอดผ่านถ้ำนี้ค่ะ
ไม่มีประวัติของวัดเลย
สวัสดีค่ะ คุณatitaya
ลองช่วยค้นประวัติวัดแล้วมา แชร์ไว้ให้จะขอบพระคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอแผนที่ไปวัดหลวงพ่อพระไสย