ไปเยี่ยมวิทยานิพนธ์ 

 
   วันนี้...ผมมีภารกิจไปค้นคว้าข้อมูล...ที่หอสมุดกลางมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์....ในฐานะศิษย์เก่า...แต่ตอนนี้เป็นบุคคลภายนอก...จึงต้องเอาบัตรประจำตัว...พร้อมเงิน..๒๐ บาทไปแลกบัตรเข้าหอสมุด

    พอเข้าผ่านหอสมุดผมก็ก้าวขึ้นบันไดไปชั้นสองแล้วเลี้ยวขวาเพื่อไปยังห้องวิทยานิพนธ์ ....จุดประสงค์นอกจะค้นคว้าข้อมูลแล้ว..ยังต้องการจะไปเยี่ยมวิทยานิพนธ์ของผมเองที่ทำไว้เมื่อปีการศึกษา ๒๕๓๐ อีกด้วย ผมเรียนจบปริญญาโท สาขาจารึกภาษาไทย ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี ซึ่งอยู่ที่วังท่าพระ ติดกับกำแพงพระบรมมหาราชวังเข้าเรียนปี ๒๕๒๕ เรียนรายวิชาต่างๆจบภายใน ๒ ปี....หาหัวข้อ..วิทยานิพนธ์...อยู่..๒..ปี..พอได้หัวข้อ..มีเวลาทำวิทยานิพนธ์..๑  ปี เกือบไม่จบ

    โชคยังดี....ชะตาชีวิต..ลิขิต...ให้ไปพบใบลานอักษรลาวหรืออักษรไทยน้อย....เป็นสมบัติของชุมชนลาวครั่ง ที่วัดโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครปฐม ๑ ผูก ราวๆ ๒๐๐ กว่าลาน อ่านแล้ว...ผมก็ตะโกนดังๆในใจว่า..ผมจบแน่.....ใบลานนี้เป็นวรรณกรรมพื้นบ้านที่ไม่เคยพบมาก่อนในวรรณกรรมลาวหรือวรรณกรรมอีสาน เท่าที่ผมเคยอ่านประวัติวรรณคดี...ในเมืองไทยมา " ชื่อเรื่องว่าข้องคอกุ้น"

    ตัวเอกของเรื่องเป็นชายยากจน มีอาชีพตกปลา เครื่องมือหากินคือเบ็ดทองเหลือง กับข้องใส่ปลา ที่คอของข้องสั้นกุดกุ้น ชายคนนี้หาปลาได้มากก็ใส่ไหหมักทำปลาร้า วันหนึ่งนายสำเภาไปค้าต่างแดนมาหาสินค้าไปขาย ชายยากจนจึงฝากปลาร้าไปขาย เผอิญพระเจ้ากรุงจีนป่วยหนัก(ประชวร)มานานรักษาด้วยอะไรก็ไม่หาย ปรากฏว่าพอได้กินปลาร้าเข้าไป อาการประชวรก็หายเป็นปลิดทิ้ง(พระเจ้ากรุงจีนคงขาดแคลเซี่ยม)จึงคิดแทนคุณ เจ้าของปลาร้า จึงนำลูกสาว(พระธิดา)ใส่กลอง พร้อมเครื่องยังชีพ ให้นายสำเภานำไปให้ชายยากจน ชายยากจนก็ไม่รู้ประโยชน์ของกลอง เอามาตีเล่นแล้วก็เบื่อ ไม่รู้จะวางที่ไหน ก็วางเป็นที่เหยียบที่โคนบันได....จนในที่สุดพระธิดาก็ออกจากกลองมาทำอาหารให้...แล้วก็หลบเข้าซ่อนตัวในกลอง ทำอย่างเรื่องสังข์ทอง....เหตุการณ์ต่อไปมีอะไรๆสนุกอีกมากมาย...ถ้าต้องการทราบรายละเอียด ไปหาอ่านได้ที่บ้านครูพิสูจน์ และมหาวิทยาลัยศิลปากรทุกวิทยาเขต

    ผมจึงนำมาวิเคราะห์ วิจารณ์ ทั้งในด้านอักขรวิธี ด้านสังคมและด้านวรรณศิลป์ จนทำให้จบการศึกษาในที่สุด

    ผมดีใจ...ที่เห็นวิทยานิพนธ์ของผมมีร่องรอยของการถูกค้นคว้าจากนักศึกษารุ่นน้องๆ....ทำให้เกิดความภาคภูมิใจ.....ว่าผลงานของเราก็เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและวัฒนธรรมของชาติอยู่เหมือนกัน