แนวทางการจัดการสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม
ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยจะเริ่มลดลง ตามความรุนแรงของภาวะสมองเสื่อมประกอบกับการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และการเคลื่อนไหวที่ไม่คล่องแคล่ว ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ เช่น
การรับประทานอาหาร โดยประมาณปริมาณอาหารและสัดส่วนสารอาหารให้เหมาะสม แบ่งอาหารให้สะดวกที่จะเอาเข้าปาก ช้อน ส้อม มีด จับถือสะดวก ด้ามใหญ่ ดูเรื่องอุณหภูมิอาหารและปรับเวลาอาหารให้เหมาะสมกับการหลับตื่น
การทําความสะอาดร่างกาย ควรช่วยจัดเตรียมอุปกรณ์ตามลําดับ ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน จัดอุปกรณ์ให้มองเห็นได้ชัดเจน มีกําหนดเวลาให้สอดคล้องกับชีวิตประจําวัน
การแต่งตัว ให้ผู้ป่วยมีโอกาสเลือกเครื่องแต่งกายเองจนกว่าผู้ป่วยจะทําไม่ได้ ให้แนวทางในการจัดเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับกาลเทศะ แต่ต้องมีความยืดหยุ่นร่วมด้วย จัดเตรียมเสื้อผ้าที่สะดวกในการใส่ ถอด และทําความสะอาดได้ง่าย
การควบคุมระบบการขับถ่ายและการใช้ห้องนํ้า จัดเวลาให้สอดคล้องกับกิจวัตรประจําวันและมื้ออาหาร ปรับห้องน้ำให้สามารถมองหาและไปถึงสะดวก ปรับอาหารและนํ้าดื่มให้เข้ากับกิจวัตรประจําวันของผู้ป่วย ถ้ากลั้นปัสสาวะไม่ได้อาจกําหนดเวลาไปห้องนํ้าเป็นระยะ
การเคลื่อนที่และเคลื่อนย้าย ไม่ควรจำกัดการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย จัดทางเดินให้ปลอดภัย ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินที่ไม่สลับซับซ้อน ให้การช่วยเหลือด้านวาจาและทางร่างกายอย่างง่ายๆ และเป็นขั้นตอน
วิธีการส่งเสริมในการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อมให้ประสบความสำเร็จ
1. ทำกิจกรรมร่วมกับผู้ป่วยในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง คงความเคารพ และให้เกียรติ เนื่องจากผู้ป่วยสมองเสื่อมยังคงรู้ตัวดีว่าตนเองได้รับการปฏิบัติอย่างไรจากคนรอบข้าง
2. รักษาสภาพแวดล้อมให้โล่งสะอาดตา ยิ่งมีสิ่งของน้อยเท่าไรก็จะทำให้ผู้ป่วยสับสน ไขว้เขวน้อยลง
3. สนับสนุนให้ผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองตามความสามารถ และเป็นทางหนึ่งที่จะรักษาคุณค่าในตนเองให้กับผู้ป่วย
4. จัดตารางเวลาทำกิจกรรม เนื่องจากรูปแบบพฤติกรรมยังอยู่ในความจำ แม้ว่าผู้ป่วยจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นกิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละวัน
5. ผู้ป่วยสมองเสื่อมจะอ่อนไหวมากเมื่อถูกเร่ง และความสามารถของผู้ป่วยเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้นผู้ดูแลต้องมีความยืดหยุ่นและอดทน
@ นอกจากกิจกรรมการดูแล/รักษาผู้ป่วยสมองเสิ่อมข้างต้นแล้วยังมีการรักษาด้วยกิจกรรมนันทนาการ เช่น การเล่นเกมส์ การทํางานฝีมือและศิลปบําบัด เช่น ดนตรี เต้นรํา วาดรูป ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวทำให้ผู้ป่วยมีอารมณ์ดีขึ้น นอกจากนี้การพาผู้ป่วยไปในสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมทางด้านจิตใจและมีคนดูแลที่ผู้ป่วยคุ้นเคยในครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกัน จะช่วยลดภาวะการวิตกกังวล การหวาดระแวง และทำให้ผู้ป่วยมั่นใจมากขึ้น
ขอบคุณบทความดีๆเช่นนี้ จะนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยค่ะ.........
ยินดีคะ
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อกลับมาได้นะคะ
อาจารย์ณิชาภัทร ศรีนฤวรรณ