วันๆหนึ่ง มองไปรอบตัวๆ โดยเฉพาะคนกรุงทั้งหลาย...ของมากกว่า 10 อย่าง (หรือจริงๆแล้วแทบจะทุกอย่าง) มีพลาสติกเป็นส่วนประกอบ
วันดี คืนดี ก็ตื่นมาพร้อมความคิดที่ว่า จะลองใช้ชีวิตแบบไม่มีพลาสติกมาเกี่ยวข้องดูซักที นอกเหนือจากการไม่ใช้ถุงพลาสติกซึ่งทำมานานแล้ว แล้วปฏิบัติการ Plactic-free ก็เกิดขึ้น
ตื่นเช้ามา ยังไม่ทันก้าวออกจากห้อง ก็เจอกับพลาสติกเต็มไปหมด แค่แปรงสีฟันก็ทำจากพลาสติกแล้ว...ขวดยาสระผม...หมวกคลุมผมอาบน้ำ...ฝักบัว...สายยาง...ขัน...และอีกมากมาย
แต่งตัวเสร็จ จะออกจากบ้าน มองไปรอบบ้าน โอ้โห...พลาสติกแทบทุกอย่าง...ขวดน้ำในตู้เย็น...แก้วน้ำ...ถุงขนม...ชั้นวางรองเท้า...และอื่นๆ
ไปถึงที่ทำงาน...ก็ไม่พลาด...ปากกา...แฟ้มใส...ชั้นวางเอกสาร...ถังขยะ...และอื่นๆ
คิดไปคิดมา...เราจะหนีรอดได้ยังไงเนี่ย...จริงๆพลาสติกนี้มันก็ช่างมีประโยชน์ ทำได้ทุกอย่าง เป็นได้ทุกอย่างจริงๆ
แต่พอคิดๆไปแล้ว ไอ้สิ่งต่างๆที่ทำจากพลาสติกรอบตัวเราในปัจจุบัน มันก็สามารถใช้สิ่งอื่นทดแทนได้เกือบทุกอย่างนิน่า เช่น ดินสอไม้ แทนปากกา/ ขันเงิน แทนขันพลาสติก/ ใบตอง แทนถุงขนม/ ซองกระดาษ แทนแฟ้มใส/ และอื่นๆ คล้ายๆกับการย้อนกลับไปใช้ทุกอย่างเหมือนแต่ก่อนที่จะมีพลาสติก
แต่ก็ไม่แน่ใจอีกว่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการใช้พลาสติก กับการใช้วัสดุธรรมชาติ อย่างไหนมันจะมากกว่ากันในบางกรณี เช่น แฟ้มใสจะมีอายุการใช้งานนานกว่าซองกระดาษ และ สามารถ recycle ได้หลายครั้งกว่า ทำให้เราไม่ต้องตัดต้นไม้ เอามาทำซองกระดาษมากๆ เป็นต้น
เพราะฉะนั้น บางกรณี บางสถานการณ์ พลาสติกก็อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า ตราบใดที่เรา Recycle Reuse พลาสติกเหล่านั้น
ตอนนี้ก็เลยยังทำตัวเป็นมนุษย์ Plactic-free ไม่ได้ เพราะเรื่องอย่างนี้คงจะต้องคิดหลายๆรอบ มองหลายๆมุมก่อน เพราะจุดประสงค์ที่ตอนแรกอยากจะหลีกเลี่ยงพลาสติกก็เพื่อให้ การใช้ชีวิตของเราส่งผลกระทบ หรือ เบียดเบียนสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด มันก็เลยต้องแอบชั่งน้ำหนักการกระทำแต่ละอย่างก่อนที่จะไปโทษพลาสติกอย่างเดียวมั้ง...เพราะหลายๆครั้ง ทุกอย่างมันก็มีข้อดี ข้อเสีย ของมัน แค่ถ้าเรารู้จักใช้มันอย่างเต็มประสิทธิภาพ ก็คงช่วยได้บ้างแล้วแหล่ะ
มีข้อแนะนำในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาฝากค่ะ (คิดเองจากประสบการณ์ค่ะ ใครแนะนำเพิ่มเติมอีกได้ ยิ่งดีค่ะ)
- ซื้อของที่มี Packaging น้อยๆ เพราะของข้างในตังหากที่เป็นประเด็น Package แกะเสร็จก็ทิ้ง เช่น อยากได้กางเกงในซักตัว ก็ซื้อแต่กางเกงใน ไม่จำเป็นต้องเอากางเกงในที่พับสวยงามอยู่ในกล่อง...เพราะเราจะใช้กางเกงใน ไม่ได้ใช้กล่อง
- ใช้ของที่สามารถ Recycle / Reuse ได้บ่อยๆ ดีกว่า ของที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น ง่ายๆเลย ถุงผ้า ดีกว่า ถุงพลาสติกทุกประเภทอยู่แล้ว(รวมถึงถุงพลาสติกที่ย่อยสลายได้) เพราะใช้แล้ว ใช้ได้อีก สกปรกก็ซักได้ ขาดก็เย็บได้ เบื่อก็ให้เพื่อนต่อได้
- ปลูกต้นไม้กันเยอะๆ เพราะบางที เราใช้ชีวิตที่สร้างมลภาวะต่างๆขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ก็ปลูกต้นไม้กันเยอะๆ จะได้มาช่วยดูดมลพิษต่างๆที่เราก่อขึ้นมา จะได้ช่วยเจ๊าๆกันไป
- เดินเยอะๆ ก็เข้าใจอ่ะค่ะ ว่ากรุงเทพมันร้อน เกินจะเดินไปไหนไกลๆได้ แต่บางที ถ้าไม่ไกลเกินไป ก็ค่อยๆเดินไปก็ได้ค่ะ บางทีเร็วกว่านั่งอยู่ในรถติดๆอีกด้วย และเป็นการออกกำลังกายไปในตัว (แต่คุณผู้หญิง ก็เลือกที่เดินนิดนึงนะคะ เดี๋ยวจะเป็นอันตรายกันไป)
- กินข้าวให้หมดจาน อันนี้อาจจะฟังดูไม่เกี่ยว แต่จริงๆเกี่ยวค่ะ เพราะการที่เรากินเหลือ กลายเป็นขยะ พลังงานและขั้นตอนในการกำจัดขยะ มันก็ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมพอสมควรนะคะ สู้เรากินหมด แล้วปล่อยให้ของที่กินเข้าไปถูกกำจัดตามกระบวนการธรรมชาติจะดีกว่า (ไม่ต้องกลัวอ้วนค่ะ เพราะยังไงเรามีข้อ 4 ด้านบนอยู่)
- เลิกเคี้ยวหมากฝรั่ง เพราะหมากฝรั่งนี้แหล่ะ ตัวดี ใช้เวลาย่อยสลายนานมาก แถมเป็นขยะที่กำจัดได้ยากมากๆ เพราะฉะนั้น ก็ไม่ต้องเคี้ยว เพราะไม่จำเป็นขนาดนั้น
ตอนนี้คิดออกประมาณนี้ค่ะ ไว้คิดออกเพิ่มเติมแล้วจะมาเขียนต่อค่ะ
อยากให้ทุกคนรักสิ่งแวดล้อม และ ช่วยๆกันนะคะ เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ง่ายๆนี้แหล่ะค่ะ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่แน่ซักวันอาจจะมีใครหักดิบกลายเป็น Plactic-free ได้ ก็จะเริ่ดทีเดียว
ป.ล. พึ่งจะอ่านเจอเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งในอังกฤษที่พยายามจะทำตัวเป็น Plactic-free เช่นกัน อ่านได้ที่ http://www.independent.co.uk/environment/green-living/plastic-no-thanks-793143.html
สวัสดีครับ
อยากแนะนำให้ปลูกต้นไม้เยอะๆ
ที่บ้านผมก็มีต้นไม้เยอะ ไม่ได้ช่วยปลูก แต่ช่วยรดน้ำ ;)
วันก่อนซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เขาบุด้วยกระดาษคล้ายที่ใส่ไข่ไก่ ก็เข้าทีเหมือนกันครัย