หมู่บ้านแม่ต้อคี การมีชีวิตแบบพอมี พอกิน ไม่ดิ้นรนสรรหาเกินกำลังของตัวเอง
    ได้พูดคุยกับ *มื้อหง่า พะตี้  ที่เก็บใบตอง เพื่อมุงหลังคาบ้าน และพักจนหายเหนื่อย สตาร์ท เครื่องออกเดินทางต่อ ขึ้นดอยลงดอย ขณะที่ขึ้นดอยลูกหนึ่งชันมาก ใช้เกียร์ 2 คู่ชีพไม่มีแรงจะขึ้นต่อ จะสับเปลี่ยนเกียร์ก็ไม่ทัน ตัดสินใจ เบรกหน้า และเหยียบเบรก หลัง ปล่อยให้ค่อยลงมา แต่ด้วยเนินตรงนั้นมันชัน มันจึงถอยลงเร็วเกินจนควบคุมไม่ทัน ในวินาทีนั้น  มอตอร์ไซด์ ล้มกระแทกกับพื้นถนน ตัวเองก็กระเด็นเกือบตกดอย แต่เดชะบุญ ไม่เป็น อะไร ไม่ได้รับบาดเจ็บ เป็นเพราะ ตัวเล็กจึงล้มไม่เจ็บ เมื่อได้สติ จึงไปลุกขึ้นดู ปรากฏว่า มอไซด์ มีรอยนิดหน่อย ตรงกระจก และแฮน ส่วนมือเบรก หน้า งอดีที่ไม่หักครับ 
     เมื่อทุกอย่างเรียบรอ้ยจึงเดินทางต่อ ในที่สุด ความฝันก็จะเป็นจริงแล้ว ถึงทางแยก และมีป้ายบอกทาง ว่า บ้านแม่ต้อคี 2 กม. ระหว่างที่ถ่ายรูปป้ายบอกทาง หันไปเห็น *พี พี่ กำลังคุยกัน และแบก อะไรมาสักอย่าง ท่าทางคงหนักน่าดู ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงเข้าไปทักทาย และขอดู ว่า มันเป็นอะไร เมื่อเห็นแล้ว แปลกใจมาก มีผัก ที่หามาจากป่า และ ที่แปลกใจคือก้อนหิน 2-3 ก้อน อยู่ในนั้นจึง ต้องถามให้รู้ว่า เขา เอาไปทำอะไร เมื่อถามก็ได้ความ ว่า ก้อนหิน นี้ จะนำไปเผา เป็นปูนขาว เอาไว้กินกับหมาก พี พี มื้อหง่า พะตี้ พี่น้องปากาญอ เขาชอบกินหมากกัน ครับ ถึงบางอ้อ!  เลยครับ นึกถึงตอนเด็กๆ ไปวิ่งเล่นในวัด พื้นกุฏิ หลวงตา มีดินสีขาวๆ ถามแม่ว่า มันคืออะไร แม่บอกว่า มันเป็นปูนขาว ที่ได้มาจากการเผาก้อนหิน นี่เอง ใช้ทา กำแพงวัด แทนสี สมัยก่อน ไม่มีสี และไอ้ปูนขาวนี่แหละ ที่ กินกับหมากได้

 

   ได้คุยกับ พี พี สักพัก ก็ขอตัวเดินทางต่อครับ เพราะตอนนี้ ใจมันอยู่ที่บ้าน แม่ต้อคีแล้ว และยิ่งเห็นป้ายบอกทาง อีก 2 กม. ก็ยิ่งกระหาย อยากไปให้ถึงเร็ว ควบมอไซด์คู่ชีพ สตาร์ทเครื่องไปต่อ ขึ้นดอย ลงดอย ข้ามลำห้วย สักพัก ก็ถึงซะที เชิญผู้อ่านมาสัมผัสบรรยากาศ หมู่บ้าน แม่ต้อคี พร้อมกันเลยนะครับ

ก่อนอื่นต้องจอดคู่ชีพให้ได้พักก่อนครับ เดินทางแบบหฤโหดเหลือเกิน

 

บ้านเรือนที่อยู่แบบเรียนบง่าย ตามประสาชาวป่า ชาวดอย

   

วิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน 

   

   เจาะท่อนไม้ ทำครก เอาไว้ตำข้าว                         ลองเจาะดูบ้าง ไม่ไหวครับ เจ็บมือ

   

                   ภาพนี้ หาดูยากมาก                      รูปขวา สัญลักษณ์ลูกผู้ชายปากาญอ ต้องสักท่อนล่าง จนถึงหัวเข่า
อิ่มอุ่นในอ้อมกอดแม่
จะเห็นว่า บ้านนี้ต้นมะพร้าวเยอะมาก ขอถ่ายรูปไว้หน่อยครับ

 

รูปโรงเรียนแม่ฟ้าหลวง สังกัดการศึกษานอกโรงเรียน มีครู 3 คน นักเรียน  ร้อยกว่าคนครับ
     เดินจนทั่ว และพอต่อความต้องการของกิเลส ตัวเองแล้ว จนเหนื่อยหอบแล้ว จึงออกเดินทางต่อ ไปบ้านตะพิโจ คือจุดหมายปลายทางต่อไป อย่าพึ่ง หนีไปไหนนะครับ เดี๋ยวมีต่อ ตอนหน้าครับ โปรดติดตามตอนต่อไป
* หมายเหตุ พี พี  แปลว่า ยาย ,  มื้อหง่า  แปลว่า ป้า , พะตี้ แปลว่า ลุง