วันนี้มีคณะเจ้าหน้าที่ติดตามงานการอบรมเศรษฐกิจพอเพียง จากสำนักนโยบายและแผนสำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเยี่ยม ตามสไตล์ของคนแซ่เฮ ก็ต้องถามไถ่ว่า..เจ้าเป็นไผ ต้องการมาดูอะไร?

ทราบว่ามาติดตามงาน มาดูความคืบหน้าของการอบรมของศูนย์เรียนรู้ ..ครูน้อย และท่านเลขาฯออต อาสาพาเดินดูกิจกรรมรอบหนึ่ง คณะจึงมานั่งสนทนาด้วย น้องออย เอากล้วยน้ำหว้ามาให้โด๊ปเอาแรง2หวี เป็นวิธีต้อนรับแขกแบบพอเพียงที่ประหยัดและมีประโยชน์

ผมเล่าว่า เรื่องการฝึกอบรมเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องยากที่สุด ยากระดับอุ้มช้างรอดรูเข็มนั่นแหละ เพราะมันเป็นกระบวนการภายในจิตใจ ในสำนึกพื้นฐาน เกี่ยวกับทุนทางจริยธรรมและวาสนาของแต่ละคน จึงมองเห็นยาก ที่ไปเดินดูกิจกรรมต่างๆ ปลูกอะไร ทำอะไร ดีด้อยยังไง ไอ้นั่นเป็นภาพกึ่งเดียว ไม่ใช่เรื่องของทั้งหมด คนที่จะมองเห็นต้องใช้ใจมอง และต้องมองเป็นมองออกเสียด้วย พวกตาส่อนใจสั่นมองไม่เห็นหร๊อก!

เมื่อเห็นครึ่งเดียว รู้ครึ่งเดียว เอาไปออกแบบเชิงนโยบายจึงทำได้ครึ่งเดียว ผลลัพธ์มันจะเป็นยังละ รถวิ่งไม่เต็มลูกสูบ ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง สุดท้ายก็งอแงขมวดหางสิงห์เอาดื้อๆ ว่ามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

การทำกิจกรรมอะไรที่สำคัญๆ ควรลงทุนลงแรงสติปัญญากันบ้าง ไม่ควรคิดว่าโครงการอะไรก็หวานหมูไปหมด ยิ่งหมูแพงๆอย่างนี้ด้วย พอนายกบอกว่า หมูแพง ก็หันไปกินไก่สิ พวกฟาร์มหมูก็ร้องจ๊ากส์สิขอรับท่าน

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เรื่องหมู จึงไม่หมูอย่างที่คิด ถ้ามานั่งพิจารณาและยอมรับความจริง ในขณะนี้เรายังทำในลักษณะตาบอดคลำช้าง หลักการนั้นถูกต้อง แต่วิธีการอยู่หลุมไหนก็ไม่รู้ เพราะคนที่มีความพร้อมก็ไม่ทำหรือทำไม่ถูก คนที่อยากจะทดลองทำหาคำตอบอย่างจริงจัง ก็ไม่มีปัจจัยอุดหนุนเท่าที่ควร มันเป็นอย่างนี้ซะยังงั้นแหละ

โครงการอบรมเศรษฐกิจพอเพียงที่ศูนย์เรียนรู้ดำเนินการ เป็นการชุบมือเปิ๊บทั้งนั้น กระทรวงเกษตรฯไม่ยอมลงทุนลงแรงปัจจัยพื้นฐานอะไรเลย บอกว่าจะให้งบประมาณอุดหนุนเรื่องทำสื่อ สนับสนุนการปรับปรุงสถานที่พัก เพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้มาอบรม เรื่องนี้ฟังเสียงอ้อมแอ้มเต็มที จะหลอกให้พวกเราตัดผม แล้วมาโทษทีหลังว่า หนูคอยาว!! เสียก็ไม่รู้ ทำงานกับคนใจโลเลนี่ลำบาก

ดีที่เราตระหนักว่า นี่คือการทำหน้าที่มนุษย์ เป็นการทำบุญทำทาน ทำถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา  ขอพระองค์ทรงพระเจริญ พระพุทธเจ้าข้า..  

ปัญหามันอยู่ที่ออกแบบนโยบายที่ทำแต่แรกให้เหมาะสมกับความเป็นจริงไม่ได้  ติดวัฒนธรรมอะไรบ้างนั้น พูดไปก็กระทบซางกันเปล่าๆ

บอกหน่อยเถอะ..

กระบวนการที่จะไปอบรมให้คนไทยอยากดำเนินวิถีเศรษฐกิจพอเพียงนั้น

วิธีการอยู่ตรงไหน?

แน่นอน อยาก กับ ยัด ไม่เหมือนกัน

อย่าบอกนะว่า3 ห่วง 5 เงื่อนไข  

เพราะนั่นเป็นวิธีอธิบายกันเองในหมู่นักวิชาการ

ไปถามชาวบ้าน..แม่ใหญ่บอกว่า..แม่รู้จักแต่ห่วงลูกห่าง

อ๋อ.!ห่วงอนามัยนั่นเอง

ผมตอแยต่อว่า.. นี่มันห่วงเศรษฐกิจพอเพียง นะแม่..

แม่แกยังโต้ว่า..ใส่ห่วงอันเดียวก็ประดักประเดิดพอแล้ว

จะมาให้ใส่ทีเดียวควบ3ห่วงมดลูกแม่ไม่พังหมดรึ ไอ้ทิด!!

..ฮะอิ ฮะอิๆๆ  หมอสุธี ว่าไง ครับ?