ตัวอย่าง “ใจใฝ่รู้”

  นี่คือตัวอย่าง “ใจใฝ่รู้” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Curious Mind” ผมอยากเห็นคนไทยมีใจอย่างนี้มากๆ เพราะนี่คืออาวุธทางปัญญาที่จะนำพาประเทศเราฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้รอดปลอดภัย  

บันทึกนี้จะขอชมคนกันเองครับ แต่ไม่ได้เจตนาจะยอกันเองนะครับ เพราะผมเชื่อว่าคนเรา “มีดีก็ต้องชม มีไม่ดีก็ต้องเตือน” และสำหรับการชมนั้น ถ้าชมแล้วได้เปิดโอกาสแบ่งปันมุมที่เราเห็นว่าน่าชมนั้นให้คนอื่นๆ ได้ทราบด้วย ก็ย่อมเป็นสิ่งดีที่แท้แน่นอน

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันเสาร์ที่แล้วผมไปเป็นเพื่อน ดร.จันทวรรณ เพื่อซื้อของที่ Central Mighty Midnight Grand Sale (ชื่ออะไรประมาณนี้ละครับที่ห้างเซ็นทรัล) ปรากฎว่า ดร.จันทวรรณ ไม่ได้เสื้อผ้าสักชิ้น เธอติว่า “ราคายังลดไม่พอ แพงไป รอให้ลดกว่านี้ค่อยซื้อ”

แต่ของที่ ดร.จันทวรรณ ได้กลับเป็นหนังสือหนึ่งเล่มจาก B2S ชื่อ “The Leader's Guide to Storytelling: Mastering the Art and Discipline of Business Narrative” ราคา 999 บาท ทั้งๆ ที่ผมบอกเธอว่า รอไปสั่งซื้อจาก Amazon.com เถอะ ราคาน่าจะถูกกว่า เพราะผมมีประสบการณ์ว่า B2S ขายหนังสือแพง แม้ซื้อจาก Amazon.com จะต้องจ่ายค่าส่งด้วย แต่รวมแล้วยังถูกกว่า B2S อยู่หลายร้อย แต่ ดร.จันทวรรณ กลับบอกว่า “แพงกว่าไม่เท่าไหร่หรอก ซื้อเลยได้อ่านเลย ถ้าซื้อจาก Amazon.com ต้องรออีกตั้ง 2 อาทิตย์กว่าจะได้อ่าน” ว่าแล้วเธอก็เดินไปจ่ายเงิน

นี่คือตัวอย่าง “ใจใฝ่รู้” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Curious Mind” ผมอยากเห็นคนไทยมีใจอย่างนี้มากๆ เพราะนี่คืออาวุธทางปัญญาที่จะนำพาประเทศเราฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้รอดปลอดภัย

หมายเหตุ ดร.จันทวรรณ ห้ามถ่อมตัวครับ ผมขออนุญาตใช้เรื่องของอาจารย์เป็นตัวอย่างเพื่อเป็นวิทยาทาน อ้อ... และห้ามชมผมกลับด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พอไหว พอดี

คำสำคัญ (Tags)#การศึกษา#การเรียนรู้#การอ่าน

หมายเลขบันทึก: 1695, เขียน: 27 Jul 2005 @ 16:27, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 13:54, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (4)

mangpor
IP: xxx.113.70.73
เขียนเมื่อ 27 Jul 2005 @ 16:40

สวัสดีครับ....

            ได้อ่านเรื่องของคุณทำให้ผมนึกถึงตัวเอง... บ่อยครั้งที่ผมใช้เงินเพื่อการซื้อหนังสืออย่างไม่คิดเสียดาย  ในขณะที่สิ่งของบางอย่างผมจะตัดสินใจแล้วตัดสินใจอีกอยู่หลายรอบ (บางครั้งก็จากมันไปเฉยๆ โดยที่ไม่สนใจจะซื้อ) ตรงกันข้ามกับหนังสือ  แม้ว่าราคาจะแพง แต่ถ้ารู้สึกว่าอยากอ่านเล่มนี้ ก็เป็นอันว่าต้องซื้อเดี๋ยวนั้นเลย ..คล้ายๆ ที่คุณเล่ามา...

             ผมเป็นคนชอบอ่าน... ชอบคิด คิดผิดหรือถูกไม่รู้ ก็ดีใจที่มีคนชอบคิด ถึงแม้จะคิดผิด แต่บางครั้งก็คิดถูกจนน่าแปลกใจ... ผมสนใจตรงนี้  ว่างๆ คุณก็ลองเล่าเรื่อง "คิดถูกอย่างน่าแปลกใจ" ให้อ่านกันอีกนะครับ....

                                                   อำนวย  สุดสวาสดิ์

                                                     27 กรกฎาคม 2548

ธวัชชัย
IP: xxx.147.0.48
เขียนเมื่อ 28 Jul 2005 @ 01:34

ผมดีใจที่เรามีคนไทยที่มี "ใจใฝ่รู้" เพิ่มขึ้นอีกคนครับ ถ้าเรามีกันอย่างนี้เยอะๆ ประเทศเราจะมีกองทัพทางปัญญาที่พร้อมจะสู้กับทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นทีเดียว

ผมเองเชื่อว่าการลงทุนกับความรู้ โดยเฉพาะการซื้อหนังสือนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีวันขาดทุนครับ

bact'
IP: xxx.82.199.42
เขียนเมื่อ 29 Jul 2005 @ 14:26

กำลังจนเพราะซื้อหนังสืออยู่ T-T

 นี่ถึงขนาดนั่งนับวันสิ้นเดือนเลยนะเนี่ย ... วันนี้จะไปกดดูว่าเงินเข้ายัง -_-"

ธวัชชัย
IP: xxx.147.0.48
เขียนเมื่อ 30 Jul 2005 @ 10:15

คุณ bact' ครับ ผมเชื่อว่าการซื้อหนังสือถือว่าเป็นการลงทุนที่มี return of investment มากที่สุด ดังนั้นการจนเพราะซื้อหนังสือในวันนี้เป็นการรับประกันว่าจะรวยแน่ในวันหน้าครับ

สถิติอย่างไม่เป็นทางการ (เพราะนึกประมาณเอาสดๆ) ของผมก็คือ "ซื้อหนังสือหนึ่งเล่ม ความรู้จากหนังสือเล่มนั้นจะสร้างรายได้ให้เราไปซื้อหนังสือได้อีก (อย่างน้อย) สองเล่ม" (ฮา... หน่อยนะ)