ภูมิปัญญาท้องถิ่น กับการปฏิรูปการศึกษาไทย

จากที่ได้บันทึกเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในครั้งที่แล้ว  ก็ได้เปิดอ่านใน Internet หาข้อมูลเพิ่ม ก็เจออยู่เรื่องหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าอ่านมาก เพื่อนำมาปรับปรุงการศึกษากับสภาพท้องถิ่นของบ้านเรา ซึ่งจะคล้ายกับ รายการทีวีที่ดิฉันเคยดู เป็นของบริษัท ทีวีบูรพา ที่ถ่านทอดความรู้ของครูคนหนึ่งซึ่งเป็นครูในชนบท ใช้วิธีการสอนที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการศึกษาจากสภาวแวดล้อมจริง  หรือเรียกว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นมาปรับฃ่วยในการเรียนการสอน ได้เรียนรู้จากเรื่องจริง  สถานที่จริง ....และเรื่องที่จะให้อ่าน เป็นละครทีวีนะค่ะ (เป็นเรื่องที่ดิฉันชอบมากเลย.ติดงอมแงมเลยล่ะ)

แดจังกึม ละครสะท้อนการปฏิรูปการศึกษาไทย   

 ถ้าพูดถึงละครทีวีที่มีเรตติ้งสูงเรื่องหนึ่งในขณะนี้ คงไม่พ้นละครของเกาหลีเรื่อง แดจังกึม ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนแรกของเกาหลี ที่ทำหน้าที่เป็นแพทย์หลวงรักษาพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์ Joseon และเป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงขนบธรรมเนียมประเพณีภายในราชสำนักของเกาหลีที่สืบทอดกันมายาวนาน ผู้ชมแต่ละคนอาจเกิดแง่คิดจากละครเรื่องนี้แตกต่างกันออกไป สำหรับมุมมองของผมเห็นว่าละครเรื่องนี้สามารถสะท้อนให้เกิดแนวคิดในการปฏิรูปการศึกษาของบ้านเราได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะบทบาทของตัวละคร 3 ตัว   กล่าวคือ แดจังกึม ซึ่งเป็นนางเอกของเรื่อง นับเป็นผู้เรียนที่เพียบพร้อมทั้งความเก่ง ความดี และมีทักษะในการดำรงชีวิตที่เหมาะสม เป็นแบบอย่างของผู้ที่หมั่นฝึกฝนพัฒนาตนเองจนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ด้วยนิสัยที่ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ชอบอ่านหนังสือ ช่างสังเกต ช่างจดจำ ทั้งๆ ที่เธอมีโอกาสศึกษาด้อยกว่าคนอื่นๆ แต่เธอก็มีความมุ่งมั่นพยายาม สั่งสมประสบการณ์ สร้างองค์ความรู้ แสวงหาโอกาสการเรียนรู้ทั้งจากพ่อแม่ ครู ภูมิปัญญา และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในทุกแห่งที่เธออาศัยอยู่ ทั้งที่บ้านในชนบท ในวังหลวง แม้แต่ตอนถูกขับไปอยู่ในเขตทาเจที่ทุรกันดาร เธอก็มีความอดทนไม่ท้อแท้ หาโอกาสเรียนรู้วิชาแพทย์จาก ซองอุนแป แพทย์ฝีมือดีจากวังหลวง และสามารถคิดค้นปลูกสมุนไพรที่หายากและราคาแพงในเขตทาเจได้สำเร็จ เธอสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า การปรุงอาหารให้ดีเลิศนั้น ไม่ได้อาศัยความรู้เพียงแค่ในตำราอาหารอย่างเดียว แต่ต้องมีความรู้เรื่องสมุนไพร ด้านการแพทย์ และด้านอื่นๆ ด้วย จึงจะสามารถพลิกแพลงประยุกต์ใช้ความรู้ได้อย่างบูรณาการ แม้เธอจะถูกกลั่นแกล้งสารพัด แต่สามารถใช้ความเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้แก้ปัญหาในสถานการณ์ที่คับขันได้ทุกเรื่อง เช่น การเอาถ่านไม้ใส่ในไหซีอิ๊ว ใช้น้ำส้มสายชูดับกลิ่นเปรี้ยวฉุนของซีอิ้วให้หายไปและทำให้มีรสกลมกล่อมยิ่งขึ้น การใช้ผักกาดห่อหมั่นโถแทนแป้งบะหมี่ที่เธอทำหาย โดยสามารถให้เหตุผลได้ว่า ผักกาดช่วยการย่อยอาหาร สร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยในการขับถ่าย เธอสามารถชิมรสการผัดเนื้อและบอกได้ว่า ไม่ได้ใช้น้ำตาลทราย แต่ใช้ลูกพลับ โดยให้เหตุผลว่า ลูกพลับมีรสหวานกลมกล่อมกว่าน้ำตาล มีสรรพคุณป้องกันโรค และช่วยให้สร่างเมาได้ด้วย นอกจากนี้เธอยังสามารถค้นหาสาเหตุอาการประชวรขององค์ชายที่หมอหลวงก็ยังไม่ทราบสาเหตุ โดยไปขอหนังสือจากมินจุงโฮ (พระเอก) เกี่ยวกับตำราสมุนไพรมาอ่าน จนพบว่าองค์ชายเสวยน้ำมันชนิดหนึ่งเข้าไป ถ้าร่างกายรับน้ำมันนี้เข้าไปมากจะทำให้ร่างกายหมดสติ และยังเสวยน้ำโสมเข้าไปเป็นตัวเร่งทำให้แสดงอาการประชวรมากขึ้น เป็นต้น ยังมีตัวอย่างที่แสดงความเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ของแดจังกึมให้เห็นอีกมากมาย ท่านที่ติดตามดูละครคงได้เห็นแล้ว นอกจากความเก่ง ความฉลาดแล้ว เธอยังเป็นผู้ที่มีน้ำใจที่ดีงามชอบช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความทุกข์ความเดือดร้อน จนบ่อยครั้งที่เธอต้องรับความเดือดร้อนไปเสียเอง ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้อุปการะเลี้ยงดู และครูอาจารย์เธอก็มีเพียบพร้อม เห็นได้จากการเชื่อฟังคำสั่งสอนของผู้มีบุญคุณต่อเธอทุกคนด้วยความจริงใจ เธอนำบทเรียนในอดีตที่ตนเองทำให้พ่อแม่เดือดร้อนมาเป็นข้อเตือนใจไม่ให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เป็นต้น ฮันซังกุง เป็นอีกตัวละครหนึ่งที่ผมยอมรับว่าเป็นครูมืออาชีพ เธอเป็นหัวหน้าแม่ครัวในวังหลวงที่มีฝีมือยอดเยี่ยมในการปรุงอาหารคนหนึ่ง เธอมีวิธีอบรมสั่งสอนศิษย์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีความสามารถในการสังเกตและวิเคราะห์พื้นฐานของผู้เรียนเป็นรายบุคคล เช่น การทดสอบความอดทนของแดจังกึมด้วยการให้รินน้ำให้ดื่มอยู่หลายวันโดยไม่บอกเหตุผล แล้วจึงสอนและฝึกทักษะตามพื้นฐานของผู้เรียน เธอจะสอนให้ผู้เรียนแน่นและแม่นในองค์ความรู้ก่อนที่สอนการปรุงอาหาร เช่น การให้แดจังกึมไปเก็บผักที่ภูเขามาให้ครบ 100 ชนิด และให้บอกประโยชน์ของผักแต่ละชนิดด้วย ระหว่างสอนก็มีวิธีเสริมแรงให้ผู้เรียนมุ่งมั่นเอาใจใส่ เธอจะมีบุคลิกที่เคร่งขรึม ไม่พูดมาก วางตนเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาระเบียบวินัยของวังหลวง จนเป็นที่เกรงใจของศิษย์ แต่โดยส่วนลึกของจิตใจเธอเต็มเปี่ยมด้วยความรักความเมตตาต่อศิษย์ มีจิตใจที่ดีงามกับทุกคน เธอเป็นครูที่มีความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ช่างสังเกต เช่น เมื่อเห็นคนขายปลาตาบอดสามารถบอกรายละเอียดของปลาได้อย่างแม่นยำโดยใช้มือจับ และดมกลิ่น ก็ทำให้เธอเกิดแนวคิดนำมาฝึกแดจังกึมที่สูญเสียประสาทลิ้น ให้สามารถปรุงอาหารโดยใช้ประสาทสมผัสอื่นแทนการชิมรสได้สำเร็จ เป็นต้น ซองซังกุง เป็นตัวละครที่อยากจะฟันธงว่าเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เพราะเธอเป็นผู้ที่เจริญก้าวหน้าจนขึ้นมาเป็นซังกุงสูงสุด       โดยอาศัยการพัฒนาความรู้ความสามารถด้วยตนเองมาเป็นลำดับ เมื่อเป็นซังกุงสูงสุดก็บริหารโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่บริหารงานโดยการ "เห็นชอบมอบผู้ช่วย" เหมือนกับผู้บริหารหลายคน งานใดที่เธอเห็นว่ามีความสำคัญก็จะลงมือทำด้วยตนเอง เช่น การจัดทำของเสวยสำหรับพระมหากษัตริย์ เป็นต้น เธอจึงเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าจุงจง แต่เธอก็ไม่ได้ใช้ความพอพระทัยของเบื้องสูงมาเป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจ หรือความก้าวหน้า ให้แก่ตนเองเครือญาติ และพวกพ้อง เธอเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล รักษาเกียรติศักดิ์ศรีของผู้บริหาร เมื่อรู้ว่าตนเองเจ็บป่วยหย่อนสมรรถภาพ ก็แสดงความจำนงขอลาออกจากตำแหน่งโดยไม่ต้องให้ใครมาปลด นอกจากนี้ยังมีความกล้าทางจริยธรรม เมื่อเห็นประเพณีใดไม่เหมาะไม่ควร ก็กล้าที่จะคัดค้านอย่างมีสติ โดยใช้ความชาญฉลาดและความโปรดปรานของพระมหากษัตริย์เป็นแนวทางในการเสนอให้มีการคัดเลือกซังกุงสูงสุดจากการใช้ศักยภาพที่แท้จริง เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในอิทธิพลของระบบเส้นสายจากซังกุงปกครองเพียงผู้เดียว ตัวละครอื่นๆ แม้จะแสดงบทร้าย แต่ก็ให้แนวคิดแก่เราได้ไม่น้อย เช่น คนอย่างซังกุงปกครอง ที่ลุแกอำนาจ เล่นพรรคเล่นพวก เห็นแก่สินบน ควรต้องหาทางป้องกันและขจัดให้พ้นจากการเป็นผู้บริหาร คนที่มาเป็นครูก็ต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นครู ไม่มีอคติต่อศิษย์ไม่มุ่งสร้างความก้าวหน้าในตำแหน่งและวิทยฐานะด้วยวิชามาร และการประจบสอพลออย่างแซซังกุง และการจัดการศึกษาก็ต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เจริญงออกงามทั้งด้านความเก่ง ความดีมีคุณธรรมน้ำใจ มีทักษะในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ทำอย่างไร สถานศึกษาจึงจะทำให้ผู้เรียนที่มีสติปัญญาเป็นเลิศ มีฐานะชาติตระกูลที่ดีอย่างแซกิมยอง ได้รับการกล่อมเกลาในด้านคุณธรรมน้ำใจให้สูงขึ้น เพื่อจะทำให้เธอเติบโตเป็นพลเมืองดีมีคุณภาพที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติสืบไป ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ที่มีทั้งความเก่งและความดีอย่าง แดจังกึม ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถสรรหาและพัฒนาครูให้เป็นครูมืออาชีพได้อย่าง ฮันซังกุง และทำอย่างไรเราจึงจะสามารถคัดเลือกคนมาเป็นผู้บริหารที่เป็นมืออาชีพได้อย่าง ซองซังกุง ...นี่คือโจทย์สำคัญในการปฏิรูปการศึกษาของไทยให้บรรลุผลสำเร็จ

บทความนี้ได้มาจาก  คุณธเนศ ขำเกิด