เสน่ห์ของการจัดการองค์กรในอนาคต

ผมได้อ่านบทความ  เสน่ห์ของการจัดการองค์กรในอนาคต

จาก The Irresistible Future of Organizing  เขียนโดย มากาเร็ต เจ วีทลีย์ และ ไมรอน เคลเนอร์-รอเจอร์ส กรกฏาคม/สิงหาคม 1996

http://berkana.org/resources/irresistiblefuture.html

แปลและขัดเกลาสำนวนโดย การะเกด แห่ง Thai Friend Forum

            เห็นว่าน่าสนใจดี  เลยขอสรุปนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการพัฒนาองค์กร

 

ชื่อนวัตกรรมการบริหาร 

            การจัดการตนเอง ( Self – organization)

นิยาม 

            หมายถึง  ระบบของการจัดการตนเอง เป็นระบบที่ปรับตัวได้ ยืดหยุ่นได้ ฟื้นฟูตัวเองได้ กลับสู่สภาพเดิมได้ง่าย รู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง และมีปัญญาเป็นของตัวเอง เมื่อใดก็ตามที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ก็สามารถปรับตัวและจัดการตนเองเสียใหม่จนพัฒนาเป็นระบบที่ซับซ้อนขึ้นได้เอง โดยไม่ต้องมีการบังคับทิศทางหรือรูปแบบจากภายนอก

ลักษณะ

-         โครงสร้างขององค์กรชั่วคราว 

-         ไม่มีผู้นำที่ถาวร

-         ไม่มีแบ่งชั้นการบริหารเป็นหลายชั้น

-         การทดลองเป็นเรืองปกติ

-         เน้นวิธีการแก้ปัญหามาจากเบื้องล่าง

-         หลีกเลี่ยงการใช้วิธีแบบสูตรสำเร็จ

-         มีความร่วมมือสูง

-    รูปแบบขององค์กร มิได้เป็นผลลัพธ์ที่ถาวร หากแต่เป็นกระบวนการของความเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่องอยู่เสมอ

 

หลักการสำคัญ   3  ประการ

           1. ตัวตน  : ความเข้าใจร่วมกันขององค์กร

  ตัวตน คือความเชื่อร่วมกันของกลุ่มว่าอะไรจริง อะไรเท็จ อะไรเป็นไปได้ อะไรเป็นไปไม่ได้    ด้วยการตั้งคำถามว่า ทำไมเราจึงต้องจัดการ อะไรคือผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ จุดมุ่งหมายของกลุ่มมีความสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายส่วนตนอย่างไร และสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของส่วนรวมอย่างไร

           ตัวตนขององค์กรควรเป็นสิ่งที่มีเสถียรภาพที่สุด ส่วนโครงสร้าง และโครงการ อาจเกิดขึ้นแล้วหายไป แต่แก่นสำคัญขององค์กร คือตัวตน นั้นจะเป็นตัวนำพาองค์กรให้ผ่านมรสุมไปได้ นอกจากนี้ความชัดเจนของตัวตนจะนำไปสู่การขยายตัวขององค์กร เพราะจะสามารถดึงดูดผู้อื่นที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันให้เข้ามามีส่วนร่วม องค์กรที่ไม่มีตัวตนที่ชัดเจนนั้นมักจะเสียเปรียบในแง่นี้

 

2) ข้อมูล (Information) : สื่อขององค์กร

ข้อมูล คือ หัวใจของการดำเนินชีวิต ระบบที่ซับซ้อนของสิ่งมีชีวิตจะต้องรับข้อมูลใหม่ๆ และมีกระบวนการประเมินข้อมูลอยู่เสมอ ข้อมูลใหม่ที่ระบบรับเข้ามาอาจดูไร้ระเบียบ แต่ความไร้ระเบียบนั่นเองที่เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ระบบอยู่รอด เพราะระบบที่มีระเบียบมากเกินไปนั้นมักเกิดอาการแคระแก็นและในที่สุดก็ต้องสลายไป  ดังนั้น ข้อมูลจึงควรมีคุณสมบัติดังนี้ คือ มีพร้อมอยู่เสมอ เข้าถึงได้ง่าย ไม่ถูกคุม และไม่ถูกวางแผน

 

3) ความสัมพันธ์ (relationships) : ทางเชื่อมภายในองค์กร

ความสัมพันธ์ คือเส้นทางสู่ปัญญาของระบบ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลทำให้เกิดการสร้างและวิเคราะห์ข้อมูล เกิดการขยายความเป็นตัวตนขององค์กรเพื่อเพิ่มจำนวนบุคคลที่มามีส่วนร่วมมากขึ้น และทำให้กิจกรรมทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างชาญฉลาด

หากไร้ซึ่งความสัมพันธ์แล้ว งานคงไม่เกิดขึ้น องค์กรใดๆ ที่ออกแบบไว้อย่างแข็งทื่อมักจะถึงจุดจบในที่สุด ในทางตรงข้าม ระบบที่จัดการตัวเองนั้นจะเปิดให้บุคคลสามารถเข้าถึงตัวกันเพื่อปฏิสัมพันธ์กับกันและกัน สามารถตอบสนองความต้องการของกันและกันได้อย่างฉับพลัน โดยมิต้องผ่านคณะกรรมการหรือการวางแผนใดๆ ยิ่งบุคคลได้เชื่อมสัมพันธ์กันมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งเกิดทางเลือกมากขึ้นในการจัดการอันจะนำไปสู่ปัญญาของระบบโดยรวม

นอกจากนี้แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลทำให้องค์กรขยายตัว เปิดโอกาสให้ผู้คนที่หลากหลายได้มีส่วนร่วมมากขึ้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าคนเราเมื่อมีความสัมพันธ์กันฉันท์เพื่อนแล้ว การทำงานร่วมกันก็ง่ายขึ้น

 

บทบาทของผู้นำในองค์กรที่จัดการตนเอง

 

เมื่อองค์กรก้าวไปสู่การจัดการตนเองมากขึ้น ผู้นำจะมีบทบาทเหลืออยู่หรือไม่    คำตอบก็คือ แน่นอน บทบาทของผู้นำยังมีอยู่และสำคัญอย่างยิ่งในการนำพาองค์กรไปสู่การจัดการตนเอง

ผู้นำเป็นผู้เดียวที่จะปลดปล่อยองค์กรจากโครงสร้างแบ่งชั้นขององค์กรที่เป็นอยู่ได้ แต่ผู้นำจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่

           เส้นทางสู่การจัดการตนเองนั้น ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า และไม่มีแบบแปลนใดๆที่ร่างไว้แล้ว ดังนั้น ผู้นำจะต้องเริ่มด้วยการมีความตั้งใจอย่างแรงกล้า ไม่ใช่เริ่มด้วยการวางแผน (แผนการจะปรากฏขึ้นเองเพื่อตอบสนองความต้องการ)    

  นอกจากนี้ผู้นำยังต้องมีความมั่นใจในปัญญาขององค์กร แม้ว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่พวกเขาก็ต้องมั่นใจว่าองค์กรนั้นมีศักยภาพเพียงพอที่จะจัดการตนเองในรูปแบบที่ตอบสนองกับสภาพการณ์ในอนาคต

               เนื่องจากว่าในโครงสร้างองค์กรทั่วไปนั้น มักมีความพึ่งพิงอยู่สูง จึงควรสนับสนุนผู้ปฏิบัติให้ริเริ่มอะไรใหม่ๆ และเรียนรู้ความเชี่ยวชาญแบบใหม่ ในกระบวนการนี้ ผู้นำควรปล่อยให้ผู้ปฏิบัติหาวิธีของเขาเอง ด้วยการให้กำลังใจและสนับสนุนให้ทำต่อไป นอกจากนี้ ผู้นำไม่ควรเป็นคนเอาหน้า หากผู้ปฏิบัติทำงานได้ดี

 

        ครับทั้งหมดนั่นก็คือสาระสำคัญจากการสรุปนวัตกรรมใหม่ที่เป็นทางเลือกในการบริหาร

             เป็นนวัตกรรมที่ท้าทายผู้บริหาร ในประเด็นของการบริหารที่ไม่มีระบบ  ระเบียบ   รูปแบบ  และ โครงสร้าง  ที่ชัดเจนแน่นอน    แต่สิ่งที่ได้แน่นอน คือ

              อัตลักษณ์  และ พลวัตขององค์กรที่นำไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้

                                     ขอบคุณครับ