อะไร อะไร ก็....กรู

     วันนี้เริ่มต้นด้วยวิถีชีวิตแบบหญิงไทย

       ธรรมดาชายย่อมเลือกแม่บ้านที่ดีไว้เป็นแม่ศรีเรือน   แม่พระในใจ หรือแม่คุณทูนหัว หรือแม่ของลูก

     ผู้หญิงเราเกิดมาต่างก็มุ่งหวังในเรื่องไม่กี่ประเด็น ซึ่งก็มีเรื่อง อยากให้ครอบครัวสมบูรณ์มีสุข มีครบพร้อมสรรพ (เหมือนห้างสรรพสินค้า)  มีพ่อบ้านที่ดี (เหมือนเสี่ยงโชค หากถูกรางวัลที่ 1 ก็ดีไป) มีเงินมีทอง มีบ้าน มีลูกที่รัก และเป็นคนดี

       ยาก มาก ๆ เพราะดูสถิติสมัยนี้ เมืองไทยแต่งงานจดทะเบียนกัน ประมาณ พันกว่าคู่ สิ้นปีจดทะเบียนหย่าแปดร้อยคู่ ที่เหลือหักลบกลบหนี้กันดูนะค่ะ เกิดอะไรขึ้นหนอสังคม

      คุณยายบอกว่าสมัยนี้ "รักกันง่าย หน่ายกันเร็ว ไม่เหมือนรุ่นปู่รุ่นย่า"

ต่างคนต่างเก่ง ต่างคนต่างมีเงิน ไม่ยอมลดศักดิ์ศรีกันสักคน ใคร ๆ ก็ว่ากูแน่

      ชีวิตหญิงเกิดมาแสนลำบาก เพราะทางพุทธศาสนา ก็กล่าวบ้างว่า  หญิงต้องลำบากตั้งครรภ์ ต้องเจ็บปวดในการกำเนิดบุตร ต้องลำบากมีระดู ต้องลำบากปรนนิบัติสามี

      เมื่อครั้งข้าพเจ้าไปวิปัสสนา อยากค้านท่านพระครูเต็มที่ แต่อย่าพูดเชียวหนอ เพราะแค่ท่านมองแววตาก็ว่าใช่แล้ว

      บรรดาคุณแม่บ้านชีวิตนี้ไม่ต้องไปไหนคลุกกับบ้านตั้งแต่เช้ายังค่ำ

     ตื่นนอนก่อนสามี หุงหาอาหาร ข้าวปลาอาหาร ซักผ้า ทำงานบ้านต่าง ๆ สาระพัด ยิ่งกว่ามือขยันหรือสิบมือก็ไม่พอ  ยิ่งสมัยนี้ต้องรีบไปทำงาน ไหนจะแต่งตัวเขียนคิ้วหาปาก ก็แทบจะหาเวลาไม่ได้ บางครั้งผมก็กระเซิง หน้าไม่ต่างไปจากศพเดินได้ก็มี   กลับมาบ้านก็ต้องราวีกับลูกและสามีต่อ

     กว่าจะนอนก็คนอื่นหลับไปแล้ว  ยิ่งกว่านั้นบางท่านเอางานไปทำที่บ้านด้วย เมื่อทำงานเสร็จแล้วส่วนใหญ่หลับแทบตายเมื่อได้นอน ( อย่าหวังว่าจะได้ทำการบ้าน สุดท้ายสามีหาผู้ช่วยแม่บ้านคนใหม่ )    น่าสงสารชีวิตแม่บ้านสมัยนี้จริง ๆ

 หากได้สามีดี เหมือนถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล แต่หากซื้อผิด คิดจนสามีตายก็มีค่ะ ฮิ ฮิ  (ล้อเล่นค่ะ)

     เคยได้ยินไหมค่ะว่า     กวนๆ ขำๆ

 

                วันนี้คุณทำดีกับคุณแม่บ้านที่บ้านหรือยัง ?