โลกไม่ละไม่ ใจไม่มีสุข เพราะใจเราไม่สุข

แม่ชีศันสนีย์  เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน กล่าวว่า ทุกข์มีให้เห็น แต่ไม่มีไว้ให้เป็น

โอ...ได้โปรด...อยากได้พระเมตตาแห่งคำสอนมาทำให้ใจ ณ ขณะนี้เบิกบานขึ้นจัง 

เพระตอนนี้ โลกของฉันไม่ละไม ใจของฉันไม่มีสุข 

ทุกข์อยู่หรือเปล่า? ไม่แน่ใจ

ทุกอย่างรอบตัวไม่หนาว ไม่ร้อน เรื่อยๆ เอื่อยๆ จนน่าเบื่อ วันนี้ผ่านมา เกิดซ้ำ และก็ผ่านไป 

  • เพราะทุกอย่างเกิดขึ้น จากความเป็นสังคมมนุษย์ขี้เหม็น
  • ไม่ว่าจะความซับซ้อนหนอ  ธรรมชาติของสัตว์สังคมหนอ  ความเห็นแก่ตัวหนอ  การเปรียบเทียบหนอ เศรษฐกิจหนอ  สังขารหนอ...
  • ทำให้มีบางสิ่งบางอย่างมากระทบจิตใจ จะว่าไม่ทุกข์จะได้อย่างไร

ทุกข์มีให้เห็น แต่ไม่มีไว้ให้เป็น เป็นคำที่แม่ชีท่านว่า  แต่เรากลับเป็นเห็นทุกข์และเป็นทุกข์ เพราะ ประสบพบเจอกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน และยังรับกับมันไม่ได้ เช่น

  • การขาดความรับผิดชอบแม้จะมีบทบาทหน้าที่กำกับไว้
  • ชอบพูดและไม่ทำ ไม่ใช่พูดแล้วให้คนอื่นทำ (ยกเว้นจะมีบารมีพอที่จะพูดอย่างเดียว) มองว่าผู้ที่พูดเป็นชนชั้นสติปัญญา ผู้ที่ทำคือระดับปฏิบัติการ
  • ขาดจริยธรรมในการดำเนินชีวิต อาจจะหวานบ้าง แต่อย่าใจคด  เพราะว่าบางที่ความจริงใจกับมรรยาททางสังคมก็กั้นด้วยเส้นแบ่งบางๆ เท่านั้น
  • การมองไม่เห็นความสำคัญของผู้อื่น ประเภทกูเยี่ยมคนอื่นแย่ แม้ว่าตอนเป็นเด็กจะฟังนิทานเรื่องนิ้วทั้งห้านิ้วมาหลายรอบแล้วก็ตาม แต่ยังเห็นว่านิ้วบางนิ้วมีความสำคัญมากกว่านิ้วอื่นเสมอ
  • การมองเห็นเงินเป็นพระเจ้า โดยเฉพาะช่วงพิจารณาความดีความชอบ บางคนเรียกร้องหา 2 ขั้น ชอบว่าหลวงไม่ให้อะไร ต้องมองย้อนกลับว่าเราหล่ะให้อะไรหลวงบ้าง เพื่อตอบแทนเงินที่กินอยู่ในปัจจุบันนี้
  • การยอมให้ผู้มีอิทธิพลหรือเสียงดัง เช่น พ่อแม่มักจะใช้ลูกหลานที่บอกง่ายๆ ใครดื้อๆ เถียงเก่งๆ มักไม่ค่อยเรียกใช้ ในงานก็เช่นเดียวกัน นายใช้ใครได้ก็มักเป็นคนนั้นตลอด เฮ้อ
  • หลายๆ คนอยากสังสรรค์ แต่ไม่กล้าจ่าย เช่น ไปกินข้าวนอก Office แต่ไม่อยากเอารถตัวเองไป ชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวแต่เขียมเรื่องจ่าย จะสนุกอะไร อย่าลืม ความสุข (สนุก) บางอย่างได้มาเพราะการจ่าย
  • ชืนชมและยอมรับผู้มีชื่อเสียง คนใหญ่คนโตเกินไป  ทั้งที่ไม่ใช่เหตุผลที่ถูกต้องที่ทำงานบางแห่งเด็ก เสนอความคิดเห็นอะไรก็ไม่คิดที่จะฟัง

เอาหล่ะ เริ่มเพ้อเจ้อแหล่ว...

  • นอกจากนั้นสังขารที่ร่วงโรย ทำให้ไม่ฮึดสู้กับชีวิต...อะไรๆ ก็เลยแย่ไปหมด...เฮ้อ...อีกรอบ

ตกลงเรื่องที่กล่าวมาไม่ใช่เรื่องใหญ่สักกะติ้ด...แต่มันเป็นภาวการณ์ที่ยังปรับตัวไม่ได้

ขอเป็นกำลังใจให้ตัวเองหรือผู้คนที่อาจประสบปัญหาที่คล้ายกัน...วันหนึ่งทุกอย่างก็คงจะผ่านไปด้วยดีถ้าจิตใจเราเบิกบาน ไม่เป็นทุกข์เพราะเมื่อ "สติมา ปัญหาหาย"

ที่สำคัญเตือนใจตนเอง อย่ากระทำตัวที่น่ารังเกียจ-เป็นมลพิษกับเพื่อนร่วมสังคม...จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

และอย่าลืมสร้างกำลังใจให้ตนเอง เพราะแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้รับกำลังใจจากใคร..แต่อย่างน้อยก็มีเราหล่ะหนึ่งคน