ที่ทำงานของผู้เขียน มีการรณรงค์ให้พนักงานใส่หมวกกันน๊อค มาประมาณ 2 ปี จนเดี๋ยวนี้ กลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรไปแล้ว

ที่ทำงานของผู้เขียน มีการรณรงค์ให้พนักงานใส่หมวกกันน๊อค มาประมาณ 2 ปี จนเดี๋ยวนี้ กลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรไปแล้ว

หัวหน้างาน/หัวหน้าแผนกต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง โดยทุกครั้งที่ขับขี่มอเตอร์ไซด์ต้องใส่หมวกกันน๊อค บางคนเลยต้องไปซื้อจักรยานมาขี่ บางคนหันไปใช้การเดิน บางคนถึงกับลงทุนขับรถยนต์แทนเพราะไม่อยากใส่หมวกกันน๊อค โดยเฉพาะเวลาที่ต้องไปงานเลี้ยงหลังไปทำผมบังเกอมา

 

ทำไมต้องทำกันขนาดนั้น ก็เพราะผู้บริหารให้นโยบายว่า ใครที่ไม่ใส่ ให้หัวหน้างานหรือยามที่พบเห็น จดชื่อมาส่ง ใครที่ไม่ใส่ ไม่พิจารณาความดีความชอบ ดูจะได้ผลเพราะทุกคนทำจนติดเป็นนิสัย แต่ก็ยังมีบางคนที่พอจะเข้าเขตที่ทำงานถึงหยิบมาใส่ นี่คงเพราะกลัวจดชื่อมากกว่าเพราะกลัวไม่มีหมวกกันหัวเวลาเกิดอุบัติเหตุ

หลายคนไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องใส่หมวกกันน๊อค มันมีประโยชน์อย่างไร เวลาซื้อก็ซื้อแบบราคาถูก บางๆ เวลาใส่ก็ใส่ไม่ถูกต้อง หรือใส่แค่กันตำรวจกันยามกันหัวหน้างาน เพราะไม่ได้ใส่เพราะเห็นประโยชน์ในการกันหัวจริงๆ

หลายครั้งที่เห็นหลายคนไม่ใส่หมวกกันน๊อค โดยเฉพาะพนักงานใหม่ ไม่ได้คิดจะจดชื่อพวกเขาส่งผู้บริหารหรอก แต่กลับคิดไปว่า วัฒนธรรมองค์กรในเรื่องนี้มีจริงหรือ การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ต้องลงรายละเอียดอะไรบ้าง การที่เราประกาศไปทั่วว่า เป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชนในเรื่องการระมัดระวัง การลดอุบัติเหตุ และการป้องกันอุบัติเหตุ มันเท็จจริงแค่ไหน เราต้องทำอย่างไรให้พนักงานทำด้วยใจโดยไม่มีการบังคับหรือใช้ความดีความชอบมาล่อ เพื่อให้พนักงานเป็นแบบอย่างของคนทั้งภายในและภายนอกองค์กร