...

เป็นที่ทราบกันดีว่า คนที่นอนกรนส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่า ตัวเองกรน... จนกระทั่งมีคนอื่นบอก วันนี้มีข่าวร้ายมาฝากพวกเราที่นอนกรนเสียงดังครับ

คณะนักวิจัยจากฮังการี ทำการศึกากลุ่มตัวอย่างมากกว่า 12,000 คน ผลการศึกษาพบว่า ผู้ชายนี่กรนมากกว่าผู้หญิง (40% เทียบกับ 24%)

...

ถ้ากรนอย่างเดียวก็คงไม่เป็นข่าวร้ายอะไร ทว่า... ผลการศึกษาพบว่า คนที่กรนดัง (ย้ำครับ.... "กรนดัง" ไม่ใช่กรนเบาๆ) มีความเสี่ยงต่อโรคต่อไปนี้เพิ่มขึ้นได้แก่

ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ร้อยละ (%)
โรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันกำเริบ (heart attack) 34%
โรคเส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต 67%

...

ธรรมชาติของข่าวร้ายย่อมมาคู่กับข่าวดี... ข่าวดีที่ว่านี้ได้แก่

  • ความเสี่ยงนี้พบในคนที่กรนดัง คนที่กรนเบาๆ (เช่น ผู้เขียน ฯลฯ) จึงรอดตัวไปแบบหวุดหวิด
  • คนสูงอายุมากกว่า 70 ปีมีแนวโน้มจะกรนน้อยลง นี่คงเป็นข่าวดีสำหรับคนสูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะมีข่าวดีเท่าไร

...

วิธีที่ช่วยลดการนอนกรนมีทั้งวิธีที่ง่ายๆ และยากๆ ได้แก่

  • นอนตะแคง > ท่านี้มักจะทำให้กรนน้อยกว่านอนหงาย
  • ถ้าควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้อ้วนได้ > มักจะทำให้กรนน้อยลง
  • การหลีกเลี่ยง งด-ลด-ละ-เลิกเหล้า เบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ > มีส่วนช่วยลดการกรน เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อรอบๆ ทางเดินหายใจส่วนบนหย่อนตัวลง ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง
  • การหลีกเลี่ยงยานอนหลับ หรือยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาแก้แพ้หลายชนิด ฯลฯ > มีส่วนช่วยลดการกรนได้ กลไกคล้ายๆ กับแอลกอฮอล์

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                 

  • Thank BBC > McGrath > Snoring 'linked to heart disease' > [ Click ] > March 2, 2008. / J Sleep.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT ศูนย์มะเร็งลำปาง > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 2 มีนาคม 2551.