คำแนะนำสำหรับผู้จะเข้ารับอิสลาม


"อัสสะลามุอาลัยกุมค่ะ ดิฉันอยากจะเข้ารับศาสนาอิสลามค่ะ ดิฉันควรจะปฎิบัติตัวอย่างไร และต้องทำอะไรบ้างก่อนเข้ารับคือครอบครัวดิฉันไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามและกลัวว่าจะมีปัญหาตามมาทีหลังค่ะ อาจารย์โปรดให้คำแนะนำกับดิฉันด้วยค่ะ"

เมื่อเช้าของวันเสาร์ที่ผ่านมา (1 มีนาคม 2551) ผมได้รับ e-mail จากนักศึกษาไทยท่านหนึ่งซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในต่างประเทศ เธอเขียนมาดังนี้ครับ


 

"อัสสะลามุอาลัยกุมค่ะ ดิฉันอยากจะเข้ารับศาสนาอิสลามค่ะ ดิฉันควรจะปฎิบัติตัวอย่างไร และต้องทำอะไรบ้างก่อนเข้ารับคือครอบครัวดิฉันไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามและกลัวว่าจะมีปัญหาตามมาทีหลังค่ะ อาจารย์โปรดให้คำแนะนำกับดิฉันด้วยค่ะ"

 

อัลหัมดุลิลละฮฺ บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ เป็นที่สมจริงแล้วที่ท่านศาสดากล่าวไว้ความว่า "...ผู้ใดก็ดีที่อัลลอฮฺทรงนำทาง ก็ไม่มีผู้ใดทำให้เขาหลงได้ ส่วนผู้ใดก็ดีที่อัลลอฮฺทรงปล่อยให้ระหน ก็ไม่มีผู้นำทางเขาได้..."


ผมได้ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่นักศึกษาท่านนั้นไปแล้ว และคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ถ้าหากว่าผมจะได้เขียนคำแนะนำบางประการลงในบล็อกนี้สำหรับท่านอื่นๆที่สนใจ


จริงๆแล้วการเข้ารับอิสลามไม่มีขั้นตอนอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อน อิสลามเป็นศาสนาที่เรียบง่าย ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมสามารถเข้ารับอิสลามด้วยการปฏิบัติดังนี้ครับ


  • กล่าวคำปฏิญาณตน

 

        คำปฏิญาณตน หรือ "ชะฮาดะฮฺ" คือสิ่งแรกสุดที่ผู้เข้ารับอิสลามจะต้องกระทำครับ เพื่อเป็นการยืนยันว่า คุณพร้อมแล้วอย่างแท้จริงที่จะเป็นมุสลิม โดยการกล่าวว่า "อัชฮาดุอัลลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะอัชฮาดุอันนะมุหัมมะดัรรอซูลุลลอฮฺ" ซึ่งมีความหมายว่า "ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และฉันขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดคือศาสนทูตของพระองค์"


         คุณก็ได้เป็นมุสลิมแล้วครับ


  • เริ่มศึกษาอิสลาม

 

        ขั้นต่อมาสำหรับมุสลิมใหม่ (และรวมถึงมุสลิมทุกคนด้วย) นั่นคือ การศึกษาอิสลามครับ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เปรียบได้กับการศึกษาแบบแปลนบ้านหลังใหม่ของคุณ ความแตกต่างของมุสลิมแต่ละคนอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจในแบบแปลนนี่แหละครับ หากศึกษาและมีความรู้จนรู้และเข้าใจอย่างครอบคลุม เปรียบกับการได้ดูแบบแปลนที่สมบูรณ์ของบ้านครับ แต่หากไม่สนใจศึกษาอย่างจริงจัง ก็อาจจะรู้บางส่วน บางด้าน เป็นความรู้ที่เว้าแหว่ง ไม่ครบสมบูรณ์ รู้บางสิ่ง แต่ไม่รู้อีกหลายสิ่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบในขั้นตอนของการก่อสร้างบ้านครับ


        อย่างไรก็ตามในขั้นตอนของการศึกษา ควรเริ่มศึกษาในส่วนที่เกี่ยวกับ หลักความเชื่อ (อากีดะฮฺ) ที่ถูกต้องในอิสลามซึ่งเป็นส่วนสำคัญ เป็นหัวใจของอิสลาม และเป็นส่วนแรกของคำกล่าวปฏิญาณ นั่นคือ "ฉันขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ" ส่วนแรกนี้มีความสำคัญมากเป็นรากฐานสำคัญที่จะหนุนนำให้ท่านสามารถยืนหยัดในฐานะของ"มุสลิม"ได้ในทุกสถานการณ์ และยังเป็นแหล่งพลังสำคัญที่จะช่วยให้ท่านสามารถ"ปฏิบัติ"สิ่งต่างๆตามบทบัญญัติของอิสลาม


หลังจากนั้นจึงศึกษาในส่วนต่อมานั่นคือ หลักปฏิบัติ อันเป็นส่วนที่แปรส่วนแรก เป็นรูปธรรมในชีวิตจริง มีเรื่องที่จะขอทำความเข้าใจ ณ ตรงนี้ว่า ในอิสลามไม่มีระบบนักพรต นักบวช หรือ พระ ดังนั้นมุสลิมทุกคนทั้งชายและหญิงจะต้องปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวันพร้อมๆกับการมีชีวิตเยี่ยงปุถุชนทั่วไป และอิสลามเป็นศาสนาที่มีหลักธรรมคำสอนสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ มุสลิมจึงแต่งงาน สืบลูกออกหลาน ทำมาหาเลี้ยงชีพ โดยมีเงื่อนไขว่า การทำสิ่งต่างเหล่านั้น ต้องอยู่ในกรอบ หรือขอบเขตที่อิสลามอนุมัติ และต้องละเว้นและหลีกห่างจากขอบเขตที่อิสลามห้าม และในส่วนนี้ อัลลอฮฺได้ทรงส่งท่านศาสดามุหัมมัดมา "สาธิต" หรือ"แสดง" เป็นแบบมาตรฐาน หรือที่เรียกกันในภาษาอาหรับว่า "ซุนนะห์" อันเป็นส่วนที่สองของคำปฏิญาณคือ "ฉันขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดคือศาสนทูตของพระองค์"


        ในขั้นตอนของการศึกษาอิสลามนั้นไม่เฉพาะสำหรับมุสลิมใหม่เท่านั้นครับ แต่ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญสำหรับมุสลิมทุกคนและจะต้องทำอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตทีเดียว


  • ปรับเปลี่ยนสู่วิถีแห่งอิสลาม

 

        เมื่อท่านปฏิญาณตนเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามแล้ว ขั้นต่อมาคือ การปรับเปลี่ยนสู่อิสลามซึ่งในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสืบเนื่องจากขั้นของการศึกษาทำความเข้าใจอิสลาม เป็นการปรับเปลี่ยนความเชื่อ ความคิด ความรู้สึก โลกทัศน์ และรวมถึงพฤติกรรม ซึ่งจะแตกต่างจากก่อนหน้าที่ท่านจะมาเป็นมุสลิม ท่านจะพบกับกฏกติกาต่างๆที่กำหนดโดยบทบัญญัติของอิสลาม ในขั้นตอนนี้ท่านควรค่อยๆเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากง่ายก่อน การศึกษาอิสลามอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ท่านสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างถูกต้อง


        ในขั้นตอนนี้ขอให้มุสลิมใหม่ใจเย็นๆครับ ต้องอดทน ท่านอาจจะพบกับการทดสอบ ซึ่งการทดสอบนั้นจะพิสูจน์ยืนยันถึง"ความศรัทธา"ของท่านเองในฐานะที่เป็น"มุสลิมคนหนึ่ง" ทั้งการทดสอบจากภายในตัวของท่านเองและจากคนรอบข้าง จากครอบครัว จากคู่ครอง จากเพื่อสนิทมิตรสหาย เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกน้อง และสารพัด มีมุสลิมใหม่หลายคนที่ผ่านการทดสอบในขั้นตอนนี้ และสามารถยืนหยัดเป็นมุสลิมได้อย่างสง่างาม และมีมากที่ไม่ผ่านการทดสอบ (อันนี้รวมถึงมุสลิมดั้งเดิมบางคนด้วย) ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครองและปกป้องเราจากความอ่อนแอนี้


  • ท่านควรจะมีเพื่อนที่เป็นมุสลิมที่ดี

 

        ในขั้นตอนนี้สำคัญเช่นเดียวกับขั้นตอนอื่นๆที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ท่านควรจะมีเพื่อนมุสลิมที่ดี หรือท่านควรเข้าไปคลุกคลีกับชุมชนมุสลิมซึ่งมันจะทำให้ท่านไม่รู้สึกโดเดี่ยว เคว้งคว้าง ขอท่านจงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนมุสลิมที่ใกล้ที่สุด นอกเหนือจากการมีปฏิสัมพันธ์กับพระเจ้าแล้ว ท่านยังต้องมีปฏิสัมพันธ์กับมุสลิมอื่นๆ และรวมถึงมนุษย์ทั้งมวล


         การมีเพื่อนมุสลิมที่ดี มีความรู้ เป็นผู้เคร่งครัดในศาสนา จะช่วยท่านได้มากทีเดียว โดยเฉพาะเพื่อนเพศเดียวกันกับทาน เขาและเธอจะสามารถให้คำแนะนำ ช่วยไขข้อข้องใจบางอย่างให้ท่าน และรวมถึงแนะนำบริบทอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


         อย่างไรก็ตาม ท่านอาจจะพบว่า มุสลิมบางคนมีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้ ขอท่านจงหลีกห่างจากพวกเขาเถิด มันคือความจริง ด้วยเหตุนี้ในอิสลามจึงมีชะรีอะฮฺ (กฏหมายอิสลาม) ที่ด้านหนึ่งสำหรับปรามบุคคลเหล่านั้น และอีกด้านหนึ่งใช้ลงโทษบรรดาผู้ฝ่าฝืน และแม้ว่าในโลกนี้บุคคลเหล่านั้นอาจจะรอดพ้นจากโทษของการกระทำนั้น แต่ ณ วันที่มนุษย์กลับคืนไปหาพระผู้เป็นเจ้า พวกเขาทุกคนจะถูกลงโทษในทุกความผิดของพวกเขาอย่างแน่นอน


  • ขอแสดงความยินดีและขอต้อนรับสู่อิสลามครับ

 

หมายเลขบันทึก: 168594เขียนเมื่อ 2 มีนาคม 2008 10:25 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 กรกฎาคม 2014 14:23 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (97)

อ่านแล้ว..เข้าใจความเป็นอิสลาม..มากขึ้นเยอะเลยค่ะ..

ดีจังค่ะ..แม้จะต่างศาสนากัน..แต่ก็อยู่บนพื้นแผ่นดินเดียวกัน มีพ่อหลวงคนเดียวกัน..และเราเป็นพี่น้องกัน..

ขอบคุณค่ะอาจารย์..หวังว่าอาจารย์คงสบายดีนะคะ..

  • อัลหัมดุลิลละฮฺ (บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ) ด้วยความเมตตาของอัลลอฮฺผมสบายดีครับคุณครูแอ๊ว และหวังใจว่าคุณครูแอ๊วก็สบายดีนะครับ
  • อ่านที่คุณครูแอ๊วเขียนไว้ว่า "แม้จะต่างศาสนากัน..แต่ก็อยู่บนพื้นแผ่นดินเดียวกัน มีพ่อหลวงคนเดียวกัน..และเราเป็นพี่น้องกัน.." รู้สึกดีมากครับ
  • ดีใจครับที่คุณครูแอ๊วแวะมาเยี่ยมครับ
  • ขอบคุณมากครับ

ขอบคุณครับ ท่าน อ.อาลัม ผมรู้สึกดีใจมากครับกับข่าวการเข้ารับอิสลามของนักศึกษาคนนั้น  หวังว่า อัลลอฮฺทรงชี้นําเธอต่อไปครับ  ผมมีวิดีโอการเข้ารับอิสลามของเด็กหญิงคนหนึ่ง เธอได้อธิบายความรู้สึกลึกๆของเธอครับ ชมได้ที่นี้เลยครับ 

http://muslimthai.ning.com/video/video/show?id=1549062%3AVideo%3A25

 

  • ใช่ครับอุสตาซเป็นข่าวที่ดีที่สุด ผมดีใจและยินดีในความโปรดปรานที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานให้กับ "ผู้โชคดีที่สุดคนนั้นเสมอครับ"
  • หลายคนเป็นมุสลิมเพราะเกิดในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นมุสลิม
  • แต่มีบางคนแม้ไม่ได้เกิดในครอบครัวมุสลิม แต่เมื่อได้สัมผัสกับรัศมีอันอบอุ่นที่คอยดูแลมนุษย์ตลอดมา สัมผัสได้กับความเมตตาปรานีนั้น และเขาหรือเธอได้ตอบรับ และเป็นมุสลิม นับเป็นความน่าปิติยินดีอันมากมายมหาศาลเกินกว่าจะพรรณาได้ครบถ้วน
  • เป็นความสุขใจร่วมกับผู้โชคดีคนนั้น
  • ขออัลลอฮฺทรงยืนหยัดเท้าของเราร่วมกับผู้ยืนหยัดทั้งหลาย และขอทรงให้พวกเราได้รับความดีร่วมกับผู้ได้รับความดีทั้งหลาย อามีน

ถ้าเราสักเราต้องไปลบรอยสักก่อนถึงจะเข้าได้ใช่ใหม

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงยิ่งในความกรุณาปรานี ผู้ทรงยิ่งในความเมตตาเสมอ

ขอความสงบสันติจงมีแด่คุณsaijai suttivat

  • แม้ว่าการ"สัก"จะเป็นที่ห้ามในอิสลาม แต่ในกรณีที่คุณ saijai suttivat ได้สักมาก่อนหน้านี้แล้ว รอยสักนั้นหาได้เป็นเงื่อนไขในการยับยั้งคุณsaijai suttivat ในการจะเข้ารับอิสลามไม่
  • คุณsaijai suttivat สามารถเข้ารับอิสลามได้ทั้งๆที่มีรอยสักนั้น
  • และหลังจากเข้ารับอิสลามแล้วคุณsaijai suttivat สามารถใช้บริการทางการแพทย์ลบมันออกได้ครับ
  • ขออัลลอฮฺทรงนำทางคุณsaijai suttivat สู่แนวทางอันเที่ยงตรงของพระองค์ อามีน

ถ้าหากเป็นผู้หญิงพุทธ แต่ได้แฟนชาวตุรกีเป็นอิสลาม ก่อนจะแต่งงานจำเป็นต้องเข้ารับอิสลามก่อน ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้าง เพราะแฟนเป็นคนค่อนข้างเคร่งครัดมาก การที่ผู้หญิงเข้ารับอิสลามต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง และต้องทำอะไรกับร่างกายบ้างก่อนที่จะแต่งงานได้ และจะต้องปรับตัวมากหรือเปล่า รบกวนตอบด้วยนะคะ

สวัสดีครับคุณศุภลักษณ์ .K

อัลหัมดุลิลละฮฺ (บรรดาการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ) ผู้ทรงสร้างเรามาและทรงชี้นำเราสู่สัจจธรรมของพระองค์ ผู้ที่เราจะกลับคืนสู่พระองค์ในวันหนึ่ง ผู้ทรงรักและห่วงใยเหล่ามวลมนุษย์ ผู้ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่เรา ผู้ทรงยิ่งในความกรุณาปรานี ผู้ทรงยิ่งในความเมตตาเสมอ

  • การเข้ารับอิสลามนั้นไม่แตกต่างสำหรับชายหรือหญิงครับ มีวิธีปฏิบัติที่เหมือนกันคือการกล่าวคำปฏิญาณตนว่า " "อัชฮาดุอัลลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะอัชฮาดุอันนะมุหัมมะดัรรอซูลุลลอฮฺ" ซึ่งมีความหมายว่า "ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และฉันขอปฏิญาณว่า มุหัมมัดคือศาสนทูตของพระองค์"
  • แต่สำหรับชายนั้นมีการปฏิบัติอีกอย่างหนึ่งนั้นคือการ "ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวัเพศ" ซึ่งแม้แต่มุสลิมดั้งเดิมก็ต้องขลิบเช่นเดียวกัน แต่ไม่ปรากฏหลักฐานที่ใช้ให้หญิงต้องทำเช่นนั้นครับ
  • สำหรับการปรับตัวนั้นแน่นอนมากครับคือสิ่งที่ ผู้เข้ารับอิสลามใหม่ทุกคนต้องเผชิญ เพราะวิถีชีวิตในฐานะมุสลิมนั้นจะมีหลายๆสิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ตามคุณศุภลักษณ์ .K ควรเริ่มจากการเริ่มเรียนรู้ทำความเข้าใจอิสลาม และเริ่มปฏิบัติตนในฐานะมุสลีมะฮฺ (สตรีมุสลิม) ทีละนิด ค่อยๆปรับอย่างช้าๆ จากง่ายก่อน
  • นั่นคือสำหรับมุสลิมใหม่ (รวมถึงมุสลิมทุกคนด้วย) คือเริ่มด้วยการ "รู้" เพราะอิสลามเป็นศาสนาแห่งความรู้ จำเป็นมากครับสำหรับการเป็นมุสลิมที่ดีที่เขาหรือเธอต้องมีความรู้ความเข้าใจในอิสลามที่ถูกต้องและเป็นความรู้ความเข้าใจที่มีที่มาจากอัลกุรอานและซุนนะห์(แบบอย่าง)ของท่านศาสดามุหัมมัด (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) และความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องนี่จะหนุนนำและเสริม "ศรัทธา" ที่เข้มแข็ง เป็น"ศรัทธา" ที่หาใช่"ศรัทธาอย่างมืดบอด" หรือ"ศรัทธาอย่างอวิชชา" "ศรัทธา" ในอิสลาม คือศรัทธาที่เกิดมีขึ้นจาก "ความรู้ที่ชัดแจ้ง" เพราะด้วยความรู้เช่นนี้เองที่จะช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นศรัทธาที่หนักแน่นไม่คลอนแคลน แม้จะมีปัญหาและอุปสรรค และการ"ทดสอบ" ต่างๆนานา เราก็จะผ่านพ้นมันไปได้ และสิ่งสุดท้ายคือ"การปฏิบัติ" ข้อสุดท้ายนี้คือ ผลอันสุกปลั่งของ ๒ ประการแรก หากว่า ความรู้+ศรัทธา ของเราถูกต้อง มันจะนำไปสู่ = การปฏิบัติ ที่งดงาม ในการเป็นมุสลิมเราจะต้องตระหนักและบำรุง ๓ ส่วนนี้ คือ รู้ ศรัทธา และปฏิบัติ หากมีความรู้ แต่ความรู้นั้นไม่นำไปสู่ความศรัทธาและรวมถึงการปฏิบัติก็น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะมันได้ทำให้สิ่งเรารู้นั่นไม่เกิดคุณค่าแก่ตัวเราเองและเพื่อนร่วมโลก แต่หากมีแต่ศรัทธาโดยขาดความรู้และการปฏิบัติ ความศรัทธานั้นก็จะขับดันเราไปสู่การปฏิบัติหรือเชื่อในสิ่งที่เหลวไหล ความเชื่อที่ผิดๆ และหากมีแต่การปฏิบัติ โดยปราศจากความรู้และการศรัทธา แน่นอนว่า การปฏิบัตินั้นของเราจะสูญเปล่า ณ พระผู้เป็นเจ้า เพราะเงื่อนไขสำคัญของการปฏิบัติในอิสลามนั่นต้องมี ความรู้และความศรัทธาด้วยเสมอจึงจะทำให้การปฏิบัตินั่นเป็นที่ยอมรับ ณ พระผู้เป็นเจ้า
  • ผมขอแนะนำเว็บไซต์ที่คิดว่าน่าสนใจสำหรับมุสลิมใหม่ ดังลิงค์ข้างล่างนี่ครับ
  • http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=narok&month=10-09-2008&group=5&gblog=30
  • http://www.annisaa.com/
  • http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

http://www.islamhouse.com/p/75814

     ท้ายที่สุดนี้ ขออัลลอฮฺ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าแห่งมวลมนุษยชาติได้ทรงนำทางคุณศุภลักษณ์ .K
สู่แนวทางอันเที่ยงตรงของพระองค์ และปกป้องคุมครองคุณศุภลักษณ์ .K และประทานความดีแห่งเดือนรอมฎอนนี้แก่คุณศุภลักษณ์ .K อามีน

 

หลังจากฝ่ายหญิง ได้ปฎิญานตนเข้ารับอิสลามแล้ว จะมีหลักฐานอะไรเป็นข้อบ่งชี้ค่ะว่าเธอเป็นจริง เช่น มีเอกสารอะไรมอบให้ไว้หรือไม่ค่ะ และจากนั้น ต้องไปแก้ไขศาสนาในทะเบียนบ้านให้เป็นอิสลามด้วยใช้ไหม๋ค่ะ

  • ไม่แน่ใจว่าในการปฏิบัติทั่วไปในขณะนี้นั้นจะมีการมอบหลักฐานเอกสารที่เป็นข้อบ่งชี้หรือไม่ อย่างไรจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด แต่ในกรณีที่จะไปทำหัจญ์นั้นมีปฏิบัติครับว่าต้องไปขอหนังสือรับรองการเป็นมุสลิมจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
  • แต่ โดยหลักการแล้วพฤติกรรมของผู้เข้ารับอิสลามคือ ตัวบ่งชี้ที่แท้จริง ณ พระผู้เป็นเจ้าครับ เพราะพระองค์ทรงรู้ดีที่สุดว่าปวงบ่าวของพระองค์เป็นเช่นใด
  • เห็นด้วยครับที่ควรจะไปแจ้งแก้ไขศาสนาในทะเบียนบ้านภายหลังจากที่เข้ารับนับถือศาสนาอิสลามแล้ว
  • ขอบคุณมากครับคุณทรรศ์พร

อยากได้หนังสือรับรองว่าเราเป็นอิสลามครับ ต้องทำอย่างไงครับ เพื่อเอาไปรับรองครับ

ไปติดต่อที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดที่คุณณัฐนันทน์อยู่ หรือถ้าจังหวัดที่ที่คุณอยู่ไม่มีคณะกรรมการอิสลามก็ให้ไปที่จังหวัดใกล้เคียงที่มี หรือไม่ก็ไปที่คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ที่กรุงเทพฯลองดูนะครับ

สวัสดีค่ะอาจารย์

จะรบกวนสอบถามเรื่องการเปลี่ยนศาสนาเป็นมุสลิมค่ะ เพราะว่าจะแต่งงานกับแฟนที่เป็นมุสลิมที่ประเทศอียิปธ์ ขั้นตอนแรกเราต้องเป็นเรียนที่ไหนค่ะดิฉันอยู่ที่กรุงเทพแถวรัชดา และต้องมีใบรับรองที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษหรือภาษาอาหรับหรือเปล่าค่ะเพราะว่าอยากเปลี่ยนที่เมืองไทยน่าจะง่ายกว่าที่อียิปธ์

ขอบคุณมากนะค่ะ

สวัสดีครับคุณชยิสรา

  • สำหรับการเข้ารับอิสลามนั้นขอแนะนำให้ไปที่มัสยิดใกล้บ้านคุณที่สุด จะดีกว่า เพราะเข้าใจว่าในช่วงแรกๆนี้คุณอาจจะต้องการ "ความช่วยเหลือและคำแนะนำ"ต่างๆมากมาย และมัสยิดใกล้บ้านน่าจะเป็นแหล่งเรียนรู้ (อิสลาม) แรกเริ่มที่สะดวกที่สุดครับ อินชาอัลลอฮฺ อย่างเช่นมัสยิดดารุลมูฮาญิรีน หรือมัสยิดรัชดา มัสยิดรัชดา/ดารุลมูฮาญีรีน

ภาพจาก http://gallery.muslimthai.com/index.php?cid=19&id=101

มัสยิดรัชดา/ดารุลมูฮาญีรีน ซอยชานเมือง 12

ภาพจาก http://gallery.muslimthai.com/index.php?cid=19&id=102

Large_masjidrachdabkk

ตำแหน่งที่ตั้งมัสยิด (ใกล้ห้างจัสโก้รัชดา

 

 

  • แต่สำหรับความต้องการ "หนังสือรับรองการเป็นมุสลิม" นั้นขอแนะนำให้ไปที่สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ที่นั่นจะออกหนังสือรับรองให้คุณได้ครับ อินชาอัลลอฮฺ
  • อย่างไรก็ตาม ในยุคเทคโนโลยีเช่นปัจจุบันเว็บไซต์ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่มีความเป็น Social Network ที่ซึ่งคุณจะได้รับคำแนะนำและความช่วยเหลือต่างๆมากมาย อินชาอัลลอฮฺ อย่างเช่น http://www.annisaa.com/   http://www.muslimthai.com/main/1428/index.php   http://www.islamhouse.com/p/196298

ขอบคุณมากนะค่ะอาจารย์ ที่นี่อยู่หน้าซอยเดียวกันเลยค่ะเดินผ่านทุกวัน นู๋อยู่ซอยชานเมือง 4 ทำงานที่ศรีวราค่ะ ขอบคุณมากนะค่ะ แต่ไม่รู้จักใครเลยจะเริ่มอย่างไรดีค่ะ

อยากถามว่า "วานิต้า" เป็นชื่ออาหรับไหม เพราะตั้งชื่อนี้ให้ลูกไปแล้วแต่ยังไม่ทราบความหมาย เพราะน้าเอาชื่อนี้จาก รร.สอนศาสนาด้วย

คำว่า "วานิต้า" น่าจะเป็นภาษามลายูครับ ในภาษามาเลย์ที่ใช้อักษรโรมัน หรือที่เรียกว่า ภาษารูมีเขียนว่า "wanita" อ่านว่า "วานีตา" แต่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกเสียงเป็น "วานีตอ" แปลว่า ผู้หญิง หรือ สตรี ครับ วัลลอฮฺฮูอะอฺลัม

ดิฉันนับถือพุทธและดิฉันก็มีรอยสักค่ะดิฉันอยากเข้าเป็นมุสลิมจะได้ไหมค้ะ

รบกวนช่วยตอบด้วยนะค้ะ ขอบคุณมากค่ะ

อย่างที่ได้ตอบมาก่อนหน้านี้@#751677  รอยสักไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเข้ารับอิสลามครับ ขออัลลอฮฺทรงตอบรับความตั้งใจของคุณ อามีน

สวัสดีค่ะ..อาจารย์

คือหนูมีแฟนเป็นอิสลามค่ะ แล้วเราจะแต่งงานกันค่ะ อยากจะทราบวิธีการปฏิบัติในการเข้ารับอิสลามทุกอย่างอ่ะค่ะ

สวัสดีครับคุณelamora

คลิ๊กไปอ่านที่#845125  ผมได้เคยตอบมาก่อนหน้านี้ครับ พร้อมลิงค์ของเว็บอันนิสาอฺ ซึ่งจะมีรายละเอียดระดับหนึ่งครับ ขออัลลอฮฺทรงนำทางครับ อามีน

หนูนับถือศาสนาพุทธ แต่ได้แฟนเป็นอิสลาม หนูก็ยอมรับที่จะเปลี่ยนศาสนาแต่หนูไม่เข้าใจว่า ทำไมการเข้ารับอิสลามที่บ้านแฟนหนู ผู้หญิงต้องเข้าพิธีกลิบเหมือนผู้ชายด้วย ที่หนูศึกษามาหรือที่อ่านมาข้างต้นไม่เห็นว่าเป็นข้อบังคับหรือจำเป็นต้องปฏิบัติเลย หนูกลัวหนูเลยบอกแฟนว่าไม่ต้องทำไม่ได้หรือ แฟนบอกว่าต้องทำ

สรุปคืออย่างอื่นหนูรับได้และทำได้ แต่จะไม่เข้าพิธีคลิบ หนูอยากให้ อ.อาลัม แนะนำด้วยค่ะ หนูเครียดมากเลยค่ะ

สวัสดีครับคุณ "หญิง"

ผมได้สอบถามผู้รู้เกี่ยวกับ "ทัศนะ" ของสำนักคิดทางศาสนาอิสลาม ที่ให้ผู้หญิงขลิบเช่นเดียวกับผู้ชายนั้น ได้ความดังนี้ครับ มีทัศนะนี้จาก สำนักคิด หรือมัซฮับ อัชชาฟีอีย์เพียงสำนักคิดเดียวที่มีทัศนะว่า ผู้หญิงก็ควรทำ   แต่วิธีทำนั้นไม่เหมือนกับผู้ชายครับ เพราะสภาพของอวัยวะเพศชายกับหญิงนั้นแตกต่างกัน เท่าที่ทราบ วิธีทำก็คือ การใช้เข็มสะกิดคลิสอตริส

 

เข้าใจว่าคุณ "หญิง" ก็ได้สอบถามผู้รู้ท่านอื่นแล้วใน http://www.annisaa.com/forum/index.php?topic=1831.0

 

ในส่วนของหลักการนั้น คุณ"หญิง" เข้าใจถูกต้องแล้วครับว่า ผู้หญิงนั้นไม่ได้เป็นภาคบังคับต้องทำ แต่...ในแง่ของ "ความเข้าใจ หรือ ธรรมเนียมปฏิบัติ" ของมุสลิมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งแตกต่างกันไป อันนี้เป็น "ประเด็นที่ละเอียดอ่อนครับ และผมยอมรับว่า "ยาก" ที่จะ "เปลี่ยน ทัศนะ ตรงนี้

สำหรับมุสลิมใหม่ (สตรี) ไม่จำเป็นต้องทำคิตาน(สุนัต)ค่ะ

เป็นแค่ความสมัครใจ ถ้าจะทำก็ต้องทำก่อนช่วงวัยที่มีประจำเดือน

http://www.annisaa.com/forum/index.php?topic=1831.0

ขอบคุณครับคุณ kindnessที่ร่วมเสริมเติมเต็ม

ผมเกิดในครอบครัวอิสลามที่ไม่เดร่งนักโดยกำเนิด เเต่ไปหลงรักหญิงพุทธคนหนึ่ง เราเเต่งงานกันเธอไม่ยอมรับอิสลาม เธอให้ผมเปลี่ยนมาเข้าพุทธ ปกติผมก็ไม่ค่อยละหมาดอยู่เเล้ว ถ้าผมไปเข้าพุทธผมจะบาปมากไหมเพราะผมหลงรักสาวพุทธคนนี้มากผมไม่ต้องการพรากจากกันเพราะเรื่องศาสนา ถ้าให้ผมเลือกผมพร้อมที่จะไปเข้าพุทธไปอยู่หญิงสาวที่ผมรัก ช่วยเเนะนำด้วย คนกำล้งมีทุก

ซุบฮานัลลอฮฺ

เรียนคุณ Bang ความรักเป็นเช่นนี้เอง ณ ช่วงที่ "ความรักเชี่ยวกราก" เป็นเช่น "น้ำเชี่ยว" ยากจะขวาง "เรือ" แม้กระนั้น เมื่อพิจารณาถึงเหตุที่คุณได้ "ทิ้งคำถามไว้" ในบล็อกนี้ของผม คงมี "ความหมาย" อยู่เบื้องหลังการกระทำนี้ ซึ่งบางที่คุณเองอาจจะไม่เฉลียวใจ

หากคุณคือผู้ที่ความเมตตาของพระผู้ทรงให้ชีวิตคุณยังไม่ได้ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง บันทึกนี้ อาจจะนำ "คุณและผู้ที่คุณรัก" กลับมาสู่ทางอันเที่ยงตรงนั้น อินชาอัลลอฮฺ

คุณหาได้รักเธอคนที่คุณ (คิดว่า) รักนั้นอย่างแท้จริงไม่ หากว่า คุณได้ยินยอมปฏิบัติตามเธอ เพราะการยืนหยัดใน "ศรัทธา" ของคุณนั้นใกล้กว่าที่ทั้ง "คุณและเธอที่คุณรัก" จะได้รับความดีงามอันนิรันดร์ และหากคุณด้วยตัวคุณเองได้ตัดสินใจเช่นที่คุณเขียนข้างต้นนั้น เท่ากับคุณได้ทำให้ "ความสุข" ของคุณสั้นลงอย่างน้อยที่สุด ก็เท่ากับ "อายุขัย" บนโลกนี้ของคุณและเธอคนนั้น

มีคนต่างศาสนิกมากมายในแต่ละวัน ที่ได้รับคำชี้นำจากพระผู้เป็นเจ้า ได้เข้ารับอิสลามทั่วทุกมุมโลก จะน่าเสียได้ที่ "คุณ" และรวมถึง "เธอ" คนนั้น จะปล่อยโอกาสนี้ให้ผ่านไปโดยไม่พิจารณาอย่างถ่องแท้เสียก่อน

ขออัลลอฮฺทรงชี้นำคุณและผผู้ที่คุณรัก อามีน

ศาสนาสากลจักรวาล

ศาสนาในอนาคต จะเป็นศาสนาสากลจักวาล ซึ่งข้ามพ้นเรื่องพระเจ้าที่มีตัวตน และไม่มีเรื่องความเชื่อคำสั่งสอนแบบฝังหัวและเทววิทยา ศาสนานั้นจะครอบคุลมเรื่องธรรมชาตอและจิตวิญญาณ ตั้งอยู่บนฐานความรู้สึกทางศาสนา ที่เกิดจากประสบการณ์แห่งศรรพสิ่ง ทั้งเรื่องธรรมชาติและจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นเอกภาพรวมอย่างมีความหมาย พระพุทธศาสนาสามารถตอบสนองสิ่งที่พรรณามานี้... ถ้าจะมีศาสนาใดๆ ที่เข้ากันได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ศาสนานั้น ก็คือพระพุทธศาสนา

อัลเบิร์ต ไอสไตน์

นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

ไม่มีศาสนาใดเหนือกว่าพระพุทธศาสนา

ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธศาสนา หรือมิใช่พระพุทธศาสนา ข้าพเจ้าได้ตรวจสอบระบบศาสนาใหญ่ๆ แห่งโลกทั้งหมด ในระบบศาสนาโลกดังกล่าวทั้งหมดนั้น ข้าพเจ้าไม่พบคำสอนของศาสนาใด จะล้ำเลิศกว่าอริยมรรคมีองค์ 8 และอริสัจ 4 ของพระพุทธเจ้าเลย ไม่ว่าในแง่ความงดงาม และความสมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงพึงพอใจที่จะประคับประคองชีวิตของตนเองไปตามทางนั้น

ศาสตราจารย์ รัส เดวิด

ผู้ก่อตั้ง - นายกสมาคมบาลีปกรณ์

พระพุทศาสนาทำสิ่งที่วิทยาศาสตร์ทำไม่ได้

พระพุทธศาสนา เป็นการผสมผสานเข้ากันระหว่างปรัชญาแบบกาคาดการณ์และปรัชญาแบบวิทยาศาสตร์ พระพุทธศาสนาสนับสนุนวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และดำเนินตามวิธีนั้นไปสู่เป้าหมายสุดท้าย ซึ่งอาจจะเรียกว่า วิธีการแบบเหตุผล... พระพุทธศาสนา ได้ลงมือทำในที่ที่วิทยาศาตร์ไม่อาจทำได้ เพราะว่าความจำกัดของสมรรถนะทางเครื่องมือแสดงหาความจริงของวิทยาศาสตร์ ชัยชนะสำคัญของพระพุทธศาสนา คือ การชนะใจตนเอง... ไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะตั้ง ข้อสมมติฐานว่า โลกนี้มีการเริ่มต้น แนวความคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องมีการเริ่มต้น เกิดขึ้นจากความด้อยทางจินตนาการของพวกเราเอง

เบอร์ทรันด์ รัสเซลล์

นักปรัชญาอังกฤษยุคปัจจุบัน

สูงส่งกว่าศาสนาอื่น

ในฐานะนักศึกษาวิชาศาสนาเปรียบเทียบ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่สมบูรณ์ที่สุดที่โลกเคยเห็นมา หลักปรัชญา หลักวิวัฒนาการและกฏแห่งกรรมของพระพุทธองค์ช่างสูงส่งกว่าลัทธิศาสนาใดๆ

ศาสตราจารย์ คาร์ล กุสต๊าฟ จุง

นักจิตวิทยาแห่งซูริค

ศาสนาที่ยอดเยี่ยม

ถ้าข้าพเจ้าจะถือเอาเนื้อหาปรัชญาของตัวเองเป็นปทัฏฐานแล้ว ข้าพเจ้าก็ต้องประกาศยอมรับว่า พระพุทธศาสนายิดเยี่ยมกว่าศาสนาที่เหลือทั้งหมด

โชเปนเอาเออร์

นักปรัชญาชาวเยอรมัน

ไม่แสวงหาสมาชิกด้วยการบังคับ

ไม่เคยเป็นวิธีการของชาวพุทธในเรื่องการเปลี่ยนศาสนา ซึ่งเป็นการยัดเยียดความคิด และความเชื่อแก่ผู้ไม่ประสงค์จะเชื่อ ในการเผยแผ่แบบพุทธนั้น มีน้อยที่สุดที่จะใช้วิธีการบีบคั้น หรือการพูดยกยิปอปั้น หลอกลวง คะยั้ยคะยอ เพื่อให้เขายอมรับนับถือทัศนะของตน เพราะพระธรรมทูตของพุทธศาสนา ไม่เคยแข่งขันกันเปลี่ยนศาสนาของคนอื่นมาเป็นของตนเลย

ดร.จี. พี. มาลลาเสกระ

ปราชญ์พุทธชาวศรีลังกา

มิได้สอนเผื่อใปลี่ยนศาสนาแต่สอนเพื่อรู้แจ้ง

พระพุทธศาสนา คือแผนสำหรับการดำรงชีวิตในลักษณะที่จะเก็บเกี่ยวเอาประโยชน์สูงสุดจากชีวิต พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งปัญญา ที่ความรู้และความฉลาด มีความสำคัญสูงสุด พระพุทธเจ้ามิได้ทรงสั่สอนเพื่อชักชวนให้เปลี่ยนศาสนา แต่สั่งสอนเพื่ให้ผู้ฟังรู้แจ้งตาม

นักเขียนชาวตะวันตก

การประหารประหัต

เมื่อพิจารณาประวัติความเป็นศาสนาสำคัญๆทั้งหลาย ข้าพเจ้าเลื่อมใสพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะรูปแบบของพุทธยุคต้นๆ เพราะมีการประหัตประหารทางศาสนาน้อยที่สุด

เบร์ทรันด์ รัสเซลล์

ไม่มีการประหัตประหาร

เท่าที่ข้าพเจ้าเคยทราบมา ม่มีการบันทึกตลอดประวัติศาสตร์ที่ยาวนานหลายศรตวรรษของพระพุทธศานิกชนเมื่อได้ครองความเป็นใหญ่ในช่วงเวลายาวนานเพียงนั้น ได้ทำการประหัตประหารศาสนิกชนของลักทธิศาสนาอื่นใดเลย

ศาตราจารย์ รีส เดวิดส์

ท้าทายศาสนาอื่น

พระพุทธศาสนาตามที่พวกเราพบ เป็นการบันทึกไว้อย่างถูกต้อง มิใช่เป้นระบบความเชื่อดึกดำบรรพ์อย่างไร้เหตุผล ซึ่งยังคงจะสร้างความท้าทายต่อศาสนาอื่นๆ อยู่

บิชอพ กอร์

ใน "พระพุทธเจ้าและพระเยซู"

สันติมรรค

บรรดาศาสนาสากลที่สำคัญทั้งหลายนั้น มีเพียงแต่พระพุทธศาสนาเท่านั้น ได้ยึดถือแนวทางของตน โดยไม่มีการประหัตประหาร การตรวจสอบ หรืการไต่สวนความเชื่อเลย

อัลเดาส์ ฮุกซเลย์

พระพุทธศาสนา กับ ศาสนาอื่นๆ

พระพุทธศาสนาเปรียเสมือนฝ่ามือในขณะที่ศาสนาอื่นๆ เปรียบเสมือนนิ้วมือ

ข่าน มองกา

ปัญหาสมัยใหม่

เมื่อศึกษาพระพุทธศาสนาเพียงเล็กน้อย ก็จะเห็นได้ว่า เมื่อ 2500 ปีมาแล้วชาวพุทธได้รับทราบถึงปัญหาทางจิตวิทยาสมัยใหม่ได้ดีมาก มากว่าที่พวกเราให้เครดิตด้วยซ้ำ พวกเขาได้ศึกษาปัญหาเหล่านี้มานานแล้ว และได้พบคำตอบของการแก้ปัญหาเหล่านั้นด้วย

ดร.กราฮัม โฮว์

ชีวิตด้วยหลักการ

พระพุทธศานาสอนว่า ชีวิตมิได้อยู่ด้วยกฏข้อบังคับ แต่ชีวิตที่ดีงามอยู่ด้วยหลักการ และด้วยเหตุนี้ พระพุทธศาสนจึงเป้นศาสนาแห่งความมีใจกว้าง นับเป็นระบบที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มากที่สุดภายใต้ดวงอาทิตย์นี้

คุณพ่อโจเซฟ เวน

มนุษย์อาจถูกหลุดบีบคั้นได้

มนุษย์ยิ่งใหญ่กว่าพลังมืดบอดของธรรมชาติเพราะว่า ถึงแม้มนุษย์จะถูกธรรมชาติบีบคั้น มนุษย์ก็ยังคงความประเสริฐของตนไว้ด้วยคุณสมบัติคือ มีความเข้าใจใจธรรมชาติของตน อนึ่งพระพุทธศาสนายังชูความจริงยิ่งขึ้นไปกว่านั้น นั่นคือการเข้าใจในธรรมชาติซึ่งจะช่วยให้มนุษย์สามารถควบคุมสภาวการณ์ของตนไว้ได้ด้วย เขาสามารถหยุดการถูกธรรมชาติบีบคั้น และใช้กฏเกณฑ์ของธรรมชาตินั้น เลื่อนชั้นตัวเองให้สูงขึ้นได้

พาสคาล

เหตุและผลมาแทนการให้รางวัลและการลงโทษ

ตามหลักการของพระพุทธเจ้าแล้ว โลกนี้มิได้ประกอบขึ้นมาอย่างมั่นคงนัก ชาวพุทธเชื่อในความมีเหตุมีผลแห่งกรรม ซึ่งปฏิบัติการได้อย่างอัตโนมัติ และพูดถึงแต่เรื่องของเหตุและผล แทนการให้รางวัลและการลงโทษ

นักเขียนนิรนาม

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

สวัสดีครับคุณ arun

                บรรดาการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งสากลจักรวาล ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่ง ผู้ทรงสร้างมนุษย์ ผู้ทรงประทานสติปัญญา และปัจจัยยังชีพแก่มนุษย์ และยังพระองค์ที่เราจะกลับคืนไปเพื่อรับการพิจารณาและพิพากษา ผู้ศรัทธาและประกอบการดีย่อมได้รับ “การพิจารณา” อย่างยุติธรรม ผู้อธรรม ละเมิด และก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน ทั้งแก่ตนเอง เพื่อนมนุษย์ และแก่สิ่งถูกสร้างอื่นๆ ย่อมได้รับ “การพิจารณา” อย่างยุติธรรม ไม่มีความดีใดๆ แม้หนักเท่าผงธุลีถูกมองข้าม ไม่มีความชั่วใดๆแม้เท่าอะตอมที่ถูกยกเว้นโทษของมัน

                ดีใจครับที่คุณ arun ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

                สำหรับบรรดาผู้ศรัทธาในอิสลามแล้ว อิสลามคือ ศาสนาแรกของโลกและเป็นศาสนาของมวลมนุษย์ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติจวบจนวันสิ้นโลก เป็นศาสนาที่อัลลอฮฺ ผู้ทรงสร้างมนุษย์และจักรวาลได้ทรงประทานลงมาเสมือนหนึ่ง “คำแนะนำ” หรือ “ทางนำ” แก่มวลมนุษย์ 

เปรียบได้ดัง เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆที่แนบ “คู่มือการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์” จากโรงงานผู้ผลิต

ผู้ทรงสร้างย่อมรู้ดีกว่าในสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ทั้งตัว “มนุษย์” เอง และสิ่งถูกสร้างอื่นๆ” ที่มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์และเกี่ยวข้อง

คำแนะนำนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้นำมนุษย์สู่ทางที่ถูกต้องเที่ยงตรงตามเจตนารมณ์ที่มนุษย์ถูกสร้างขึ้นมา

มนุษย์สามารถ “คิด” ได้ต่างๆนานา ตามกำลังสติปัญญาที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่เขา และพระองค์ทรงให้มนุษย์ “มีเสรีภาพ” ในการ “ตัดสินใจ” โดยมี “สติปัญญาเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพ” เพียงพอที่จะพิจารณาและทำความเข้าใจคำแนะนำของพระองค์ที่ปรากฏในคัมภีร์ของพระองค์ และเมื่อเขาตัดสินใจแล้วที่จะ “ศรัทธา” หรือ “ปฏิเสธ” คำแนะนำของพระองค์แล้ว ด้วยตัวของเขาเองเขาจะต้องรับผิดชอบมันทั้งหมด ณ เบื้องพระพักตร์ของพระองค์ในวันพิพากษาตอบแทน วัลลอฮฺฮูอะอฺลัม

เรื่องจะจริงหรือไม่จริงไม่ใด้อยู่ที่ความสวยแก๋ไก๋ของคำพูดจากหนังสือเล่มใดหรือจากตำแหน่งที่สูงส่งของผู้ใด แต่จากหลักฐานและเหตุผลที่แน่นอนลงตัวตามธรรมชาติมากกว่าไม่จำเป็นต้องพล้ำสองสามหน้า..ถ้ามีสมองแล้วไม่ใช้ก็สมควรแล้วหละที่จะต้องมีพระเจ้า พระเจ้าสร้างโลกงั้นหรือ? ผมว่าไม่นะ ผมเชื่อวิทยาศาสย์มากกว่า ผมศรัทธาในทุกคำสอนของทุกศาสนา แต่เรื่องลวงโลกในทางโลกที่กล่าวปาวๆแบบนี้ ตลก สิ้นดี

ไดโนเสา โดนพระเจ้าพิพากษาใหม เพราะอะไรถึงถูกพิพากษา ตลกใหม? เพราะสัตว์เหล่านั้นไม่มีพระเจ้าในใจงั้นหรือ ยิ่งตลก!

อ้างว่าพระเจ้าสามารถล่วงรู้ถึงภัยพิบัติตามคำภีร์เล่นนั้น บทนี้ แต่รู้หรือไม่ว่า แม้เด็กปัญญาอ่อน อายุไม่ถึง10 ขวบ ก็ยังคิดเป็นว่าสักวันมันต้องมีวันนั้นโดยไม่ต้องเดาทำนายเลยสักนิด

แม้คำอธิฐานก่อนกินข้าว"ขอบคุณพระเจ้าสำหรับอาหารมื้อนี้" เพื่ออะไร ทั้งๆที่เราปลูก-หุง-กระทำเองกับมือ ทั้งเหนื่อยร้อน ฝนไม่ตกก็อด ข้าวตายเป็นแถบ เราขอบคุณพระเจ้าทำใม? ตลกใหม ?

พระเจ้า คำๆนี้คือ จิตใต้สำนึกที่สร้างขึ้นมาเอง พระเจ้ามีจริงใหม ? หากมีจริง ถามหน่อย พระเจ้ากินอะไร พูดภาษาอะไร กินถั่วใหม โมโหใหม พระเจ้าพูดได้ทุกภาษา

แค่เป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจพอแล้ว อย่างมงาย แค่นี้แหละ สิ่งใดมีคว่าเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับเป็นธรรมดา จะเชื่อหรือไม่จะเถียงกันไปทำไม เพราะถึงรู้ก็ดับทุกข์ไม่ได้ ไม่เกิดประโยชน์ แม้นแต่จักรวาล ก็อยู่ในกฎ อนิจัง ไม่เที่ยง ไม่ใช่เรา เขา ไม่มีตัวตน เป็นเพียงธาตุ4 ดิน น้ำ ลม ไฟ เท่านั้น มาประชุมกันแล้วสมติว่า นั้น เรา เขา เธอ ผู้หญิง ผู้ชาย คน พระเจ้า สัตว์ จึงยึตติดว่าเป็น เรา เขา เธอ ผู้หญิง ผู้ชาย คน พระเจ้า สัตว์ แล้วพาคิดสร้างโลก สวรรค นรก พาแบ่งชั้นวรรณะ สูง ต่ำ ตกอยู่ในสังขารวัตความโง่เข้าครอบงำ หลงติดในสิ่งสมติ จะหลุดพ้นได้ ตอ้งไม่ยึดติดในสิ่งเหล่านี้ ตานหลัก อริยสัจ4 เท่านั้น สุดท้ายชาวตะวันตก ก็ยกให้ พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลก แล้วยังจะเชื่อพระเจ้าสร้างโลกอีกหรือ สาธุชนผู้เจริญ ตื่นเถิดอย่ามัวหลับไหล อย่าให้ใครครอบงำจิต ขอเชิญปัญญาชนคนรุ่นใหม่ทั้งหลาย ศึกษาพุทธศาสนาดั้งเดิมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้

อันเป็นหลักคำสอนที่แท้จริงของพระพุทธเจ้า ที่ยังไม่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ผิดเพี้ยนมาก่อน

ซึ่งเป็นหลักวิทยาศาสตร์ มีเหตุผล พิสูจน์ได้ ไม่มีความงมงาย และไม่มีใครจะโต้แย้งด้วยเหตุผลได้

ที่ทุกคนสามารถจะ "เข้าใจ" และ "เห็นแจ้ง" ได้ หรือ ศึกษาแล้วเกิด "ดวงตาเห็นธรรม"

ที่เว็บ "ฉันคืออะไร?" www.whatami.net - เว็บไซต์สำหรับบุคคลอัจฉริยะ

คนอย่างเราไม่เชื่อพระเจ้าหรอก เราจึงไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของใดร ความเชื่อเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์ถ้าไม่เชื่อสิ่งใดก็จะไม่กระทำสิ่งนั้น เพราะฉะนั้น ถ้าเชื่อผิด ก็เป็นเหตุให้คิดผิด ทำผิด ความเชื่อในสิ่งที่ผิด เป็นเหตุให้ได้รับความทุกข์ ความเสื่อม ความเดือดร้อน เป็นผลร้าย เป็นความพินาศ ตลอดจนทำให้เสียชีวิตได้ เป็นต้นว่า พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้แก่ชาว "กาลามะ" ที่แคว้นโกศล ถึงความเชื่อที่อาจจะทำให้ผิดพลาดได้ ๑๐ ประการ ดังนี้ "ดูก่อนกาลามะทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย พึง..

๑.อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินแล้ว

๒.อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่สืบ ๆ กันมา

๓.อย่าได้ยึดถือโดยตื่นข่าวว่า "ได้ยินว่าอย่างนี้"

๔.อย่าได้ยึดถือโดยอ้างตำรา

๕.อย่าได้ยึดถือโดยนึกเดาเอาเอง

๖.อย่าได้ยึดถือโดยคาดคะเน (อนุมาน)

๗.อย่าได้ยึดถือโดยตรึกตามอาการ

๘.อย่าได้ยึดถือโดยชอบใจว่า ต้องกับทิฏฐิของตน

๙.อย่าได้ยึดถือโดยเชื่อว่าผู้พูดเป็นผู้สมควรเชื่อถือได้ (เพราะอาจผิดทั้งคู่ก็ได้)

๑๐.อย่าได้ยึดถือโดยความนับถือว่าสมณะนั้นเป็นครูของเรา (ครูอาจารย์ก็อาจคิดผิดได้)

ความเห็นถูก-ผิด ในทางพระพุทธศาสนา

จะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าเริ่มการสอนไม่ใช่ยัดเยียดให้เขาเชื่อ ยัดเยียดให้เขานับถือ แต่เป็นการสอนให้เห็นข้อเท็จจริงและรู้ประจักษ์พิจารณาด้วยปัญญาของตนเอง ไม่มีการชักจูงแต่อย่างใด เพียงแต่แนะแนวทางให้คนนำไปสู่ในการประพฤติในทางที่ถูกต้องถ้าหากใดรต้องการเสรีภาพทางความคิดทางศาสนา พึงหันมานับถือศาสนาพุทธเถิด ท่านจะหลุดพ้นจากกาครอบงำ มีอิสระภาพเสรภาพทางศาสนาอย่างมีเกรียรติในสังคม

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

สวัสดีครับคุณ arun

ซุบหานัลลอฮฺ

การมีอยู่ของจักรวาล โลกและสรรพสิ่ง รวมถึงมนุษย์เรานั้นเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์เกินกว่าที่ใครจะทึกทักและคาดเดาเอาเองว่า สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น “เกิดขึ้นด้วยตัวมันเอง” แล้วทั้งมวลนั้นได้จัดระบบอันน่าทึ้งให้กับตัวมันเองและสิ่งที่มันเกี่ยวข้องในบริบทต่างๆอย่างกลมกลืน สอดคล้อง และเชื่อมโยงเป็นระบบโครงข่ายครอบคลุมทั่วทั้งจักรวาล เช่นนั้นหรือ????

ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้พาเหรดเปิดเผยความลับอันน่าอัศจรรย์ของการสร้างสรรค์นี้มาอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางประวัติศาสตร์การค้นคว้าวิจัยอันไม่หยุดนิ่งของมนุษยชาติ

เป็นไปหรือที่สิ่งต่างๆเหล่านั้น เกิด มีขึ้นและเป็นไปด้วยเจตนารมณ์ของตัวมันเอง โดยไม่มีผู้สร้าง ผู้วางระบบ กฎ และสัมพันธภาพของสิ่งต่างๆ ทั้งมวล

ที่คุณกล่าวว่าคุณเชื่อวิทยาศาสตร์มากกว่าพระเจ้า ที่พระเจ้าบอกว่า พระองค์ทรงเป็นผู้สร้างมนุษย์ ในขณะที่วิทยาศาสตร์โดยทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วินกล่าวว่า มนุษย์มาจากลิง คุณยินดีกระนั้นหรือที่จะยอมรับทฤษฎีนี้ และยอมรับว่า คุณและบรรพบุรุษของคุณมีรากเหง้ามาจากสัตว์เดรัจฉานอย่างลิง

.

มนุษย์มาจากลิงจริงหรือไม่ ถ้าหากเป็นความจริง คุณและบรรพบุรุษของคุณมีรากเหง้ามาจากสัตว์เดรัจฉานอย่างลิงเช่นเราเหมือนกัน เพราะเคุณก็เป็นมนุษย์เหมือนเรา เพียงเเต่ความคิดเราเเตกต่างกัน โลกนี้ไม่มีใครสร้าง นี่คือความจริงไม่ใช่ความเชื่อ

ทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับที่สุด เชื่อว่า โลกเกิดขึ้นพร้อมกับระบบสุริยะจักรวาล เมื่อราว ๆ 4,560 ล้านปีที่แล้ว

ระบบสุริยะจักรวาล เกิดจากกลุ่มก๊าซและธุลีที่เรียกว่าเนบิวลา (nebula) ภายในเนบิวลานั้น ๆ กลุ่มสสารได้จับกลุ่มกันตรงกลาง จากแรงโน้มถ่วง เกิดเป็น protostar หรือดาวดวงแรก ความร้อนจากกระบวนการดังกล่าว ทำให้เนบิวลาเปลี่ยนสภาพเป็นแผ่นแบน ๆ ที่หมุนได้เหมือนแผ่นเสียง สสารจำนวนมากไปกระจุกตัวอยู่ตรงกลางของแผ่นแบน ๆ นั้น ต่อมาเกิดระเบิดอย่างรุนแรง ดวงอาทิตย์ถือกำเนิดขี้นตรงใจกลางนั้น พร้อมกับปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวส์ชั่น (nuclear fusion) ที่ปลดปล่อยพลังงานมหาศาล ก๊าซและอนุภาคของฝุ่นธุลีต่าง ๆ หมุนเป็นวงรอบ ๆ ดวงอาทิตย์ และเกิดเป็นดาวเคราะห์ต่าง ๆ ส่วนที่ล้อมรอบอยู่ด้านนอก ของระบบสุริยะจักรวาล ประกอบไปด้วยกลุ่มของก้อนหินและก้อนน้ำแข็ง ซึ่งเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนเป็นดาวหาง (comets) โดยที่ดาวหางจะโคจรรอบดวงอาทิตย์ในองศาที่ต่างกันไป ในระหว่างวงโคจรระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี มีวงของแนวกลุ่มหิน ที่เรียกว่า กลุ่มดาวเคราะห์น้อย (asteroids) โคจรอยู่ ซึ่งบางครั้งชิ้นส่วนของดาวเคราะห์น้อยหลุดจากวงโคจร พุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ของโลกเหมือนลูกไฟตกลงมาจากท้องฟ้า ดังที่เรียกกันว่าดาวตกหรือผีพุ่งไต้ ส่วนที่เหลือจากการเผาไหม้ใน ชั้นบรรยากาศที่ตกลงมาถึงเปลือกโลกจะเรียกว่า อุกกาบาต หรือ อุกาบาต (meteorites)

เมื่อโลกเกิดขึ้นมาใหม่ ๆ นั้น โลกมีขนาดเล็กกว่าปัจจุบันมาก แต่ด้วยชิ้นส่วนของดาวเคราะห์และดาวหางจำนวนมหาศาลที่ตกลงสู่โลก ในช่วง 2-3 ล้านปีแรก ทำให้โลกมีขนาดเท่ากับปัจจุบัน

หลังจากนั้นประมาณ 100 ล้านปี โลกได้มีการแบ่งเป็นชั้น ๆ เนื่องจากแรงโน้มถ่วง โดยที่ส่วนที่หนักที่สุด (เหล็ก-นิเกิล) เป็นแกนกลาง (core) ส่วนที่เบากว่าเช่นเหล็ก แมกนีเซียม ซิลิเกต อลูมิเนียม และแคลเซียมเป็นผิวโลกในชั้นแมนเทิล (mantle) และเปลือกโลก (crust) ส่วนที่เบาที่สุดได้แก่พวกก๊าซต่าง ๆ ห่อหุ้มโลกไว้

เมื่อโลกค่อย ๆ เย็นตัวลง ไอน้ำเริ่มจับตัวกันเกิดเป็นเมฆ และฝนตกลงมาสู่พื้นโลก เกิดเป็นทะเล แม่น้ำ และ มหาสมุทร

โลกเมื่อ 4,000 ล้านปีที่ผ่านมา มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซเด่น มีก๊าซออกซิเจนเพียงเล็กน้อย สิ่งมีชีวิตในยุคแรกมีองค์ประกอบทางเคมีที่หลากหลาย แต่องค์ประกอบที่สำคัญคือ น้ำ คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน และ ไนโตรเจน

นับถือศาสนาไหนๆก็ดีทั้ังนั้น เเต่ถ้านับถือศาสนาพุทธตายเเล้วได้ขึ้นวรรค์ทุกคน ขณะที่มีชีวิติก็อยู่อย่างมีความสุข เพราะไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของใครมาครอบงำจิต มีชีวิตที่อิสระภาพที่มนุษย์จะพึงได้ ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาให้คุณหรือโทษ

ลองอ่านตามลิงค์นี้นี้ดูซิครับ

http://www.azizstan.ac.th/th/index.php?option=com_content&view=article&id=179:2008-09-17-13-14-56&catid=58:2009-10-09-11-50-50&Itemid=116

http://www.azizstan.ac.th/th/index.php?option=com_content&view=article&id=114:2008-09-17-12-59-16&catid=58:2009-10-09-11-50-50&Itemid=116

http://www.azizstan.ac.th/th/index.php?option=com_content&view=article&id=138&catid=58:2009-10-09-11-50-50&Itemid=116

 

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

อัลหัมดุลิลละฮฺ  งานที่ค่อนข้างยุ่งเริ่มคลี่คลายพอหายใจหายคอได้ก็ขอกลับมาทำหน้าที่ บ่าวของอัลลอฮฺในการชี้แจงทำความเข้าใจในกรณีที่ บ่าวบางคนที่ได้พูดถึงพระองค์อย่างไม่เหมาะสม

ผู้ใช้นามว่า “Arun” ได้กล่าวพาดพิงถึง อัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าหลายตอนว่า

เรื่องจะจริงหรือไม่จริงไม่ใด้อยู่ที่ความสวยแก๋ไก๋ของคำพูดจากหนังสือเล่ม ใดหรือจากตำแหน่งที่สูงส่งของผู้ใด แต่จากหลักฐานและเหตุผลที่แน่นอนลงตัวตามธรรมชาติมากกว่าไม่จำเป็นต้องพล้ำ สองสามหน้า..ถ้ามีสมองแล้วไม่ใช้ก็สมควรแล้วหละที่จะต้องมีพระเจ้า พระเจ้าสร้างโลกงั้นหรือ? ผมว่าไม่นะ ผมเชื่อวิทยาศาสย์มากกว่า ผมศรัทธาในทุกคำสอนของทุกศาสนา แต่เรื่องลวงโลกในทางโลกที่กล่าวปาวๆแบบนี้ ตลก สิ้นดี

                ซุบหานัลลอฮฺ  มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ ผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงปรีชาญาณ

                อิสลามนั้นเป็นศาสนาสายกลางระหว่าง  2  ความสุดโต่ง  คือความสุดโต่งจากความไม่รู้หรือมีความรู้จำกัด และความสุดโต่งจากความรู้

                ความสุดโต่งแรกคือ เพราะความไม่รู้ หรือ รู้อย่างจำกัด เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ หรือปรากฏการณ์ต่างๆก็เกิดความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ หรือปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น ก็เลยสมมติเอาสิ่งต่างๆตามแต่จะจินตนาการว่าเป็นผู้มีอำนาจหรือมีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ หรือปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ก่อเกิดเป็นความเชื่อ พิธีกรรมต่างๆ เช่น ความเชื่อในภูตผี ปีศาจ สิ่งศักดิ์สิทธิต่างๆ มีการกราบไหว้บูชาดิน หิน ต้นไม้ แม่น้ำ ลำคลอง ดวงตะวัน ดวงจันทร์ ดวงดาว หรือแม้แต่อวัยวะเพศของมนุษย์เอง ฯลฯ

                อีกความสุดโต่งคือความรู้และการค้นพบต่างๆ ทั้งทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มนี้จะรู้ว่าเหตุการณ์และปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากเหตุและผลของความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆในจักรวาลที่เป็นระบบ มีกฎ ระเบียบ และปัจจัยทั้งภายในตัวของมันและปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่มันเกาะเกี่ยวสัมพันธ์กัน ผู้ที่มีความรู้เหล่านี้ จะปฏิเสธที่จะเชื่อในสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ดังเช่นกลุ่มแรก จำนวนมากของผู้มีความรู้จากกลุ่มหลังได้ยึดเอาวิทยาศาสตร์เป็น ศาสนาและยึดเอานักวิทยาศาสตร์บางคนเป็น ศาสดาและกลายเป็น ผู้ปฏิเสธการมีอยู่ของพระเจ้าที่แท้จริง ผู้ทรงสร้างจักรวาลและตัวมนุษย์เอง

                ในขณะที่ศาสนาอิสลามและมุสลิมผู้นับถือศาสนาอิสลามนั้นดำเนินบนทางสายกลางที่ด้านหนึ่งไม่เชื่องมงายอย่างกลุ่มแรก และอีกด้านหนึ่งก็ยอมรับและศึกษาหาความรู้สมัยใหม่ต่างๆเช่นกลุ่มที่ที่สอง

แต่พร้อมกันนั้นมุสลิมก็ได้ศึกษาคำแนะนำหรือ ทางนำของพระผู้เป็นเจ้าที่ประทานลงมาแก่มวลมนุษยชาติควบคู่ไปด้วย

ซึ่งสำหรับมุสลิมแล้ว การศึกษาศาสตร์สาขาต่างๆ โดยเฉพาะศาสตร์ทุกแขนงด้านวิทยาศาสตร์ ก็ยิ่งเพิ่ม ความเชื่อมั่นศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้ามากยิ่งขึ้น และยิ่งตระหนักในความรอบรู้และปรีชาญาณของพระองค์ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่ง

ในขณะที่ชาวอาหรับในยุคงมงายกำลังกราบไหว้บูชารูปปั้น ก้อนหิน ไม้แกะสลัก ดวงดาว หรือสิ่งต่างๆอยู่นั้น อัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้าได้ประทาน โองการของพระองค์ลงมาแก่ท่านนบีมุหัมมัดความว่า

จงอ่านด้วยพระนามของพระผู้อภิบาลของเจ้าผู้ทรงสร้าง

ผู้ทรงสร้างมนุษย์จากก้อนเลือด

จงอ่านและพระเจ้าของเจ้านั้นเป็นผู้ทรงใจบุญยิ่ง

ผู้ทรงสอนการใช้ปากกา

ผู้ทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้

ชาวอาหรับในสมัยงมงายกราบไหว้ก้อนหิน ไม้ที่แกะสลักเมื่อได้ฟัง โองการอัลกุรอานข้างต้นบางคนก็ได้คิดเปรียบเทียบระหว่าง สิ่งที่พวกเขากำลังกราบไหว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหิน และไม้  กับพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงบอกพวกเขาในอัลกุรอานว่าพระองค์คือผู้สร้างสิ่งต่างๆ รวมถึงตัวมนุษย์เอง เมื่อได้ฟังโอกางดังกล่าวชาวอาหรับก็เริ่มคิด เริ่มใช้ปัญญาไตร่ตรอง เริ่มเฝ้าสังเกตก็พบว่า บางครั้ง เมื่อมีอาหรับบางคนนำอาหารมาถวายให้กับก้อนหินที่พวกเขากราบไหว้และมีแมลง หรือสัตว์มากินอาหารเหล่านั้น ก้อนหินเหล่านั้นก็ไม่สามารถปกป้องอาหารเหล่านั้นจากแมลงและสัตว์ที่มากินได้

และเมื่อเปรียบเทียบกับอัลกุรอานที่เขาได้ฟัง อัลกุรอานบอกว่า พระเจ้าที่แท้จริงคือผู้ทรงสร้างทุกสิ่งในขณะที่ก้อนหินที่พวกเขา (ชาวอาหรับยุคงมงาย) กำลังกราบไหว้นั้น ก้อนหินเหล่านั้นพวกเขาเป็นผู้นำมันมาตั้งวางไว้ ณ สถานที่กราบไหว้นั้น บางก้อนพวกเขาก็แกะสลักเป็นรูปร่าง ยามฝนตกพวกมันก็ไม่สามารถหนีไปหลบฝนได้ ยามแดดร้อนก็ไม่สามารถหลบแดดได้ หลังจากคิดใคร่ครวญด้วยปัญญาแล้ว ชาวอาหรับหลายคนก็ได้เข้ารับอิสลาม กลายเป็นมุสลิม ไม่ได้เข้ารับอิสลามโดยไม่ใช้สมอง หาใช่ผู้ไร้ปัญญาไม่ ตรงกันข้ามชาวอาหรับในยุคงมงายต่างหากที่ไม่ได้คิด และยังคงกราบไหว้หินที่ไร้ชีวิต พูด ฟังไม่ได้ ต่างหาก

คุณ arun ลองพิจารณาดูเถิด

กราบไหว้ก้อนหินรูปสลักยังได้เห็นตัวตนลูบคลำสัมผัสดังใจปรารถนา เเต่กราบไหว้อย่างอื่นไม่ได้เห็นตัวตนเเล้ว ยังไม่ได้ดมเเม้ กระทั่งกลิ่นตด ชาวอาหรับที่อ้างว่าปัญญาไตร่ตรอง จึงถูกสาปอยู่ในทะเลทรายนับพันปีจนถึงทุกวันนี้ พวกชาวจีน พวกผรั่งพวกเขาก็มีรูปปั้นรูปสลักกันทั้งนั้น พวกเขาจึงกันพากันมั่งคั่งร่ำรวย ไม่สุดโต่งเหมือนคนบาวกลุ่มบางพวก พวกเขาจึงสร้างทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นในโลกนี้ได้ด้วยสติปัญญา ไม่ใช่สิ่งอื่นหรือผู้อื่นสร้างขึ้นโดยไม่มีใครู้ไม่มีใครเห็น มันเป็นเพียงความเชื่อเท่าน้ัน ผู้มีปัญญาลองพิจารณาดูเถิด

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

สวัสดีครับคุณ arun

            ซุบหานัลลอฮฺ

            ตามที่คุณเขียนไว้ว่า “อ้าง ว่าพระเจ้าสามารถล่วงรู้ถึงภัยพิบัติตามคัมภีร์เล่มนั้น บทนี้ แต่รู้หรือไม่ว่า แม้เด็กปัญญาอ่อน อายุไม่ถึง 10 ขวบ ก็ยังคิดว่าสักวันมันต้องมีวันนั้นโดยไม่ต้องเดาทำนายสักนิด “

            สำหรับผู้ที่อ่านและศึกษาอัลกุรอาน คัมภีร์สุดท้ายที่อัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงประทานลงมาสำหรับมนุษย์ชาติแล้วคุณ arun ไม่ได้เป็น “คนแรก” และผมคิดว่าคุณก็ไม่ได้เป็น “คนสุดท้าย” ที่กล่าวอย่างที่คุณได้เขียนข้างต้น

            เมื่อมนุษย์ในยุคก่อนๆได้รับคำตักเตือนจากบรรดาศาสนทูตของอัลลอฮฺให้ระวังภัยพิบัติและการลงโทษจากอัลลอฮฺ มีบางคนได้กล่าว ดังที่อัลลอฮฺ ทรงแจ้งไว้ในอัลกุรอานความว่า

            “และพวกเขากล่าวว่า เมื่อใดเล่าสัญญานี้จะเกิดขึ้น หากพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริง  “[บทที่ 67 ซูเราะห์อัลมุลกฺ โองการที่ 25]

            “ต่อเมื่อพวกเขาเห็นมัน  (การลงโทษ)  ใกล้เข้ามาแล้ว ใบหน้าของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาก็จะหม่นหมอง และจะมีเสียงกล่าวว่า นี่คือสิ่งที่พวกเจ้าร้องขอ” [บทที่ 67 ซูเราะฮฺอัลมุลกฺ โองการที่ 27]

            และอัลลอฮฺได้ทรงถามและจะถามมนุษย์ทุกยุคทุกสมัยดังปรากฏในคัมภีร์ของพระองค์ความว่า

             “พวกเจ้าจะปลอดภัยละหรือ จากการที่พระองค์ผู้ทรงสถิตอยู่ ณ ฟากฟ้าจะให้แผ่นดินสูบพวกเจ้าแล้วขณะนั้นมันจะสั่นไหว  หรือว่าพวกเจ้าจะปลอดภัยจากการที่พระผู้ทรงสถิตอยู่ ณ ฟากฟ้า จะทรงส่งลมหอบก้อนกรวดกระหน่ำมายัง พวกเจ้า  แล้วพวกเจ้าจะได้รู้ว่าการตักเตือนของข้าเป็นเช่นใด ?   [บทที่ 67ซูเราะห์อัลมุลกฺ โองการที่16-17]

                ขอทรงปกป้องข้าพระองค์และครอบครัว และบรรดาผู้ศรัทชายและหญิง และบรรดาผู้เคารพภักดีเฉพาะพระองค์ให้ปลอดภัยด้วยเถิด อามีน           

รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ ดิฉันจะแต่งงานกับคนอิสลามและจะเข้ารับอิสลามค่ะ แต่แฟนดิฉันทํางานที่ประเทศซาอุ เค้าบอกว่าต้องเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาอาหรับด้วยเพราะจะทำให้เข้าประเทศซาอุง่ายขึ้น ดิฉันอยากถามว่า

จำเป็นมั้ยค่ะเพราะดิฉันจะเข้ารับอิสลามอยู่แล้วแค่ไม่อยากเปลี่ยนชื่อเท่านั้น แฟนเป็นคนอินเดียนามสกุล Khan ค่ะ พอแต่งงานแล้วก็เปลี่ยนนามสกุลตามแฟนอยู่แล้วจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อมั้ยค่ะ

ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นครับ

สิ่งหนึ่งที่คำถามในใจว่าทำไม อัตราการเข้ารับอิสลามของต่างศาสนิกหรือการเข้าใจศาสนาอิสลามของมุสลิม อยู่ระดับที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ มิได้เป็นก้าวกระโดดเหมือนเทคโนโลยีความรู้ในปัจจุบันที่คนทั่วไปมีอัตราการรับรู้และเข้าใจมากขึ้น

ส่วนหนึ่งที่มองเห็นคือ คนเรามักจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นอยู่ ความอยู่รอด ความสะดวก สบาย สนุก ของตนเอง เมื่อพูดถึงเรื่องจิตวิญญาณ ศาสนา ความจริง กลับทำให้ทุกคนถอยห่าง

สิ่งเหล่านี้คือปัญหาที่ทุกคนไม่เปิดใจกัน ถามว่าในอดีตมีหลายคนไม่เข้าใจอิสลาม เพราะไม่มีข้อมูลด้านนี้หรือไม่มีผู้ชี้แนะและตัวอย่างให้ดู แต่ปัจจุบันสื่อทุกอย่างมีหมดแล้ว ใกล้ตัว เข้าใจ แต่ทำไมคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจอิสลาม

ก็เพราะปิดกั้นตัวเอง ไม่ยอมรับฟัง ไม่ยอมศึกษามัน ทำให้ทะเลาะกัน ในแนวปฎิบัติของชีวิตมุสลิม จนเกิดปัญหา ๒ มาตรฐานในที่แห่งเดียวกัน

แต่ถ้าถามว่าให้มุสลิมศึกษาศาสนาอื่นแล้วให้ปฎิบัติตาม ตรงนั้นต้องดูว่าการยอมรับอยู่ระดับไหน แต่สิ่งต้องการมากที่สุดในการเป็นมนุษย์ คือ ให้เราได้รู้จักตัวเองและผู้สร้างสรรพสิ่งที่แท้จริง เมื่อนั้นคำว่าอิสลามก็ดูจะเล็กกว่าความหมายของคำว่าศาสนาแล้ว

ขอบคุณครับ

คุณ@พันธินิดา [IP: 27.55.1.139] ครับ ผมได้ตอบแล้วที่ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/482679


ผมขอความกระจ่างหน่อยครับ......กับคนนับถืออิสลาม

     ผมเคยมีเรื่องกับคน อิสลาม เรื่องขับรถ ผมเลี้ยวรถในทางกลับรถตามปกติ แล้วมีรถมอเตอร์ไซด์ ตัดหน้า ผมเบรดรถ แล้วรถคันหลังก็มาชนท้ายรถผม แล้วผมถามเค้าว่าเรียกประกัน หรือยัง เค้าบอกว่า เค้านับถือ อิสลาม ทำประกันไม่ได้ ผมก็งง และยังมาด่าผมว่าผมผิด ผมก็เทียงว่าผมผิดตรงไหน แล้วก็รอประกันแต่ประกันบอกว่าผมถูก แต่ให้ผมตัดสินใจว่าคุณจะยอมรับผิดแล้วจบเรื่องนี้ลง แต่สุดท้ายผมก็ยอมรับว่าผมผิดทั้งๆที่ผมไม่ผิดอะไร ผมยอมรับเพราะผมสงสารเพราะว่าเค้าเป็นผู้หญิง แต่สุดท้านเค้ามาด่าผมว่าหน้าตัวเมีย ผมงงเลย ทั้งๆ ที่เค้าผิด แต่ผมไม่ได้อะไรนะครับ ผมแค่อยากรู้ว่า คนที่นับถือสิลาม ทำประกันภัยรถยนต์ ไม่ได้ละครับ ช่วยตอบด้วย เพราะผมเบื่อมากเลยว่า ชอบแก้ตัวว่า ฉันนับถืออิสลาม งั้นคนอิสลามห้ามฝากเงิน ห้ามทำประกันรถย์ ห้ามทำประกัน ทุกประเภทเพราะว่าผิดกับศาสนา.

ถ้าเราสักยันต์เป็นแบบยันต์ไทยพุทธ ประมาณพวกยันต์เก้ายอด อะไรประมาณนี้อ่ะคับ จะเข้าอิสลามได้มั้ย แล้วถ้าหากว่าสักเยอะ ต้องลบมัเย รบกวนช่วยให้คำตอบทีคับ

@wutdy ผมดคยตอบมาแล้วอย่างที่ได้ตอบมาก่อนหน้านี้@#751677  รอยสักไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเข้ารับอิสลามครับ ขออัลลอฮฺทรงตอบรับความตั้งใจของคุณ อามีน

 

  ในเมื่อผู้ผลิตเครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ได้จัดทำคู่มือการใช้งานของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาทด้วยจุดมุ่งหวังให้ผู้ใช้เครื่องมือ เครื่องใช้นั้นๆ ใช้งานผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มประสอทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด คงทน เหมาะสมกับการออกแบบมา. หากผู้ใช้ได้อ่านรายละเอียด ในคู่มือการใช้ว่าใช้อย่างไร เติมน้ำมันเบอร์อะไร ใส่แบบเตอรี่กี่ก้อน กี่โวลล์ ชาร์ตนานกี่ชั่วโมง การวางตั้งแบบใด นอน หรือ เอียงกี่องศา เป็นต้น. นั่นแหละที่เป็นการได้รับการสนองสิ่งที่ต้องการ พร้อมใช้งานตรงกับการมุ่งหวังออกแบบมาเพื่อการบริโภคประโยชน์ อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง. 
  มนุษย์ ก็เช่นกัน หากสามารถ เปิดกว้าง เพียรอ่านคู่มือการใช้งาน จากผู้ผลิตมนุษย์ว่า จะใช้ กิน ดื่ม เสพ การทำ ดำเนินงาน ดำเนินชีวิต และ ห้ามกิน ใช้ ดื่ม เสพ และดำเนินแนวทาง อย่างไร กันได้อย่างถึงคุณค่าแห่งตำรา หรือ คู่มือการใช้งานตน ที่ผู้ผลิตโดยตรง สร้างและมอบตำรากำกับ มานานแล้ว รวมเวลาเป็น1400 กว่าปี อย่างชัดแจ้ง. มันจะไม่มีประสิทธิภาพกว่า การเสพวรรณกรรมที่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองสรรค์สร้าง อวดอ้างเขียนแนะนำการใช้ชีวิต ในขณะที่ตนก็มิได้มีหลักฐานว่าสร้างมนุษย์ขึ้นมาเองอย่างสุจริต เป็นทางการ มีพยาน ดังผู้ผลิตที่แท้จริงเลย และยังอีกประการในด้านการสับสนแห่งการอ้างสิทธิ์ที่มีผู้อ้างทับสิทธิ์ ซ้อนสิทธิ์ ก็ยังไม่เคยมี. มีแต่พระเจ้าเท่านั้น ที่อ้างสิทธิ์ว่า คือ ผู้สร้างะบบธรรมชาติ และ มนุษย์ แต่ผู้เดียว
   ศีล ที่ไม่ควรขโมยธรรมชาติที่มีผู้อ้างเป็นเจ้าของเสพไปวันๆ ปัญญาที่จะเรียนรู้ เข้าถึงเจตนารมแห่งผู้ออกแบบและผลิต ผลิตภัณฑ์ชั้นยอดคือชีวิต สมาธิ คือ การเพียรหาคู่มือนั้น อ่านกันให้ได้อย่างไม่ปิดกั้นทุกๆคนเถิด. กาจะกตัญญูต่อผู้มอบสิ่งเสพให้พ่อแม่ บรรพบุรุษ ทุกๆคน เสพมาช้านาน(เจ้าเมืองธรรมชาติที่มุสลิมเรียกนามว่าอัลลอฮ์ พี่น้องชาวพุทธเรียกพระเย้า พี่น้องชาวไคร์ส เรียก พยะโฮลวา) มันช่างยากเย็น ต้องเสพเหตุผลกันมากมายจนเพลียขนาดนี้กันเลยหรือ ก็กตัญญูไปพลางๆ น่าจะกุศลกว่าเนรคุณ ปฏิเสธไปพลางๆไม่ใช่หรือ. เพราะเราทุกคนเสพจริง เสพแล้ว และยังต้องเสพต่อไป กุศลคือ กตัญญู ขอบคุณ มิใช่ปฏิเสธ อวดอ้างเพื่อการเนรคุณ หรือ การห้ามกตัญญูสูงสุด หรือ สุดจิตกตัญญูแค่นั้น. 
  ในเมื่อผู้ผลิตเครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ได้จัดทำคู่มือการใช้งานของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาทด้วยจุดมุ่งหวังให้ผู้ใช้เครื่องมือ เครื่องใช้นั้นๆ ใช้งานผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มประสอทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด คงทน เหมาะสมกับการออกแบบมา. หากผู้ใช้ได้อ่านรายละเอียด ในคู่มือการใช้ว่าใช้อย่างไร เติมน้ำมันเบอร์อะไร ใส่แบบเตอรี่กี่ก้อน กี่โวลล์ ชาร์ตนานกี่ชั่วโมง การวางตั้งแบบใด นอน หรือ เอียงกี่องศา เป็นต้น. นั่นแหละที่เป็นการได้รับการสนองสิ่งที่ต้องการ พร้อมใช้งานตรงกับการมุ่งหวังออกแบบมาเพื่อการบริโภคประโยชน์ อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง. 
  มนุษย์ ก็เช่นกัน หากสามารถ เปิดกว้าง เพียรอ่านคู่มือการใช้งาน จากผู้ผลิตมนุษย์ว่า จะใช้ กิน ดื่ม เสพ การทำ ดำเนินงาน ดำเนินชีวิต และ ห้ามกิน ใช้ ดื่ม เสพ และดำเนินแนวทาง อย่างไร กันได้อย่างถึงคุณค่าแห่งตำรา หรือ คู่มือการใช้งานตน ที่ผู้ผลิตโดยตรง สร้างและมอบตำรากำกับ มานานแล้ว รวมเวลาเป็น1400 กว่าปี อย่างชัดแจ้ง. มันจะไม่มีประสิทธิภาพกว่า การเสพวรรณกรรมที่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองสรรค์สร้าง อวดอ้างเขียนแนะนำการใช้ชีวิต ในขณะที่ตนก็มิได้มีหลักฐานว่าสร้างมนุษย์ขึ้นมาเองอย่างสุจริต เป็นทางการ มีพยาน ดังผู้ผลิตที่แท้จริงเลย และยังอีกประการในด้านการสับสนแห่งการอ้างสิทธิ์ที่มีผู้อ้างทับสิทธิ์ ซ้อนสิทธิ์ ก็ยังไม่เคยมี. มีแต่พระเจ้าเท่านั้น ที่อ้างสิทธิ์ว่า คือ ผู้สร้างะบบธรรมชาติ และ มนุษย์ แต่ผู้เดียว
   ศีล ที่ไม่ควรขโมยธรรมชาติที่มีผู้อ้างเป็นเจ้าของเสพไปวันๆ ปัญญาที่จะเรียนรู้ เข้าถึงเจตนารมแห่งผู้ออกแบบและผลิต ผลิตภัณฑ์ชั้นยอดคือชีวิต สมาธิ คือ การเพียรหาคู่มือนั้น อ่านกันให้ได้อย่างไม่ปิดกั้นทุกๆคนเถิด. 

เส้นแบ่งระหว่ากันและกัน ไม่ว่าจะแดง เหลือง พุทธ มุสลิม หรือ ชีอะห์ ซุนหนี่ จะเป็นตัวลดการรับผัสสะ ในความจริงจากผู้สร้างมนุษย์ลงได้มากมายนัก เพราะ ฝ่ายหนึ่งนำมา ฝ่ายหนึ่งก็ไม่สนใจที่จะรับ. สุดท้าย สัทธรรมจากผู้สร้างมนุษย์ ก็คือผู้ที่ได้รับความเสียหายนั่นเอง. อย่าแบ่งแยกจากกันเลย ลูกหลาน อาดาม มนุษยชาติ คือ พี่น้องกันโดยแน่แท้ พิสูจน์ได้ด้วยทุกๆทฤษฎี. 

ศาสนา คือ วลีหนึ่ง ที่จัดว่า เป็นวรรณกรรม ที่ใช้แบ่งแยกพี่น้องมนุษย์(แท้จริง มนุษย์คือ พี่น้องกัน เจริญมาจากเผ่าพัทธ์คู่แรกของโลก). มาทีหลังวลี ท่านโง่ เราฉลาด. ท่านผิด เราถูก. ท่านอ้อม เราตรง. ท่านไม่รู้ เรารู้. จนมาถึง ท่านเหลือง เราแดงในปัจจุบันนั่นเอง. หากย้อนกลับไปดู คุณค่า และเจตนารมณ์ของผู้สร้างมนุษย์(ซึ่งมีหลักฐานเป็นสากลกว้างขวาง) จะพบว่า มนุษย์กำลังเข้าทางผู้ที่มีอำนาจอย่างสุจริต ที่จะพยายามแบ่งแยก พี่น้องมนุษย์ออกจากกัน. ด้วยวรรณกรรมต่างๆ. คลั่ง ก็คือ วลี ที่ผู้นั้น ไว้ใช้กระซิบ เพื่อทำลายล้างกันให้เข้มข้นขึ้น. ลองสืบค้นหลักฐานที่สากลนั่นเถิด. ขณะนี้ ก็มีพยานล้นโลก ที่พบหลักฐานนั้นแล้วด้วยซ้ำ. ขอพรให้พบกันไวๆนะ.

มนุษย์ทุกคนกำลังอยู่ในการเดินทาง และมุ่งหน้าสู่ความจริง เพียงแต่ในระหว่างทางบนโลกชั่วคราวนี้ เขาจะ “ยอมรับ” หรือ “ปฏิเสธ” ความจริง ซึ่งก็มี ความจริงมากมาย หากผมจะบอกคุณว่า อิสลามคือความจริงที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว แน่นอนที่คุณและคนอื่นๆอีกจำนวนมากก็จะกล่าวว่า ไม่ใช่ ดังนั้น อย่ากังวลไปเลย ใกล้เข้ามาแล้วที่ทุกชีวิตจะได้รู้ เมื่อถึงวันนั้นทุกคนจะแบกรับในสิ่งที่มือของเขาได้ทำไว้ สำหรับผม อิสลามมาจากพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้างจักรวาล มนุษย์ และทุกสรรพสิ่ง อิสลามคือทางอันเที่ยงตรง ขออัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ ได้ชี้นำคุณสู่ทางอันเที่ยงตรงของพระองค์ และแท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง ผู้ทรงพลานุภาพ และทรงยุติธรรม

หากมนุษย์ รักษาเส้นทาง ที่เป็นดั่งสายเชือกที่เที่ยงตรงไว้ได้ ไม่แตกแถวไปจากความรัก ไปจากทางตรง ไปหลงวรรณกรรมให้เดินอ้อม เดินลัด. ปรัชญาแห่งสันติธรรม ที่ผู้สร้างมนุษย์ให้มา จะแข็งแกร่ง เกรียงไกร ไม่อ่อนแอ ดังสภาพที่เราเห็นๆอยู่ และมิได้ระมัดระวัง หรือ พยายามรับมือเลย. ใจกลางแห่งปรัชญาจากผู้สร้างมนุษย์ กำลังถูกโจมตี(โลกอาหรับ) จงดำเนินตามทางนำที่ปราณีต(กุรอาน) เพื่อแก้ปัญหาบนเวทีโลกกันเถิด ด้วยสันติธรรมไงล่ะ.

ความคิดอ่าน การแสดงเอกสารหลักฐาน ของเฉลย. คือ ทรัพย์สมบัติที่เรายึดได้จากเฉลย เพื่อมอบต่อสิทธิ์ของอัลลอฮ์ ฉะนั้น จงนำโองการต่างๆจากอัลลอฮ์ บริหารทรัพย์นั้น ให้ก่อเกิดประโยชน์สุข ต่อมวลมนุษยชาติที่เป็นผลิตภัณฑ์ของอัลลอฮ์เถิด. แล้วท่านจะรู้จักสันติธรรม(อิสลาม) อย่างลึกซึ้ง.

สไตลการเขียนแบบนี้ ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ผมเคยครอบครองมัน แต่ก็นั่นแหละ กาลเวลาได้ทำให้ผมละเลยปล่อยให้อูจเพรียวตัวนั้น วิ่งหายลับไปอย่างไร้ร่อยรอยในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ แม้กระนั้น ผมก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ากำลังคุยกับมิตรคนหนึ่งที่เคยพบและร่วมถกเสวนามาแล้วนานยิ่งนัก ดีใจที่แวะมาพูดคุย แต่ก็นั่นแหละ บางทีคุณอาจจะไม่ใช่เขาก็ได้

“รู้เขารู้เรา รบ 100 ครั้ง ชนะ100 ครั้ง”ใช่ซนะ. วรรณกรรมที่เรียกตัวเองว่า สุภาษิต นะกล่อมสมองมนุษย์มานานแล้ว. แต่เดี๋ยวก่อน จอร์จ. “หากรู้เขารู้เรา แล้ว เชื่อมโยงกับความจริง(อัล-กุรอาน) ไม่ต้องรบเลย ทุกคนชนะหมด” มันไม่สันติธรรมกว่าดอกหรือ จอร์จ. เลี่ยงการ”รู้” เพื่อการรบแบบ แพ้แล้วตาย. มาเป็น ชนะทุกคน เกิดทุกคนเถิด. เกิดความจริง เกิด สันติธรรม ในหัวใจ ในสมองนั่นเอง.

ขอแสดงความยินดีล่วงหน้า ที่พี่น้องมนุษย์ จะได้รับชัยชนะทุกๆคน โดยปราศจากการรบ แม้แต่ครั้งเดียว. ด้วยการที่ทุกคนมีความจริงที่อัลลอฮ์ ให้มาใน อัล-กุรอาน ที่รักษาความเป็นต้นฉบับต่อเนื่องกันมาตลอดระยะเวลา(ท่อง และ รายงานต่อๆช่วงชีวิตกันมาตลอดต่อเนื่อง). ขอแสดงความยินดี กับชัยชนะล่วงหน้า สำหรับผู้ศึกษา และ มานะให้เข้าถึงเจตนารมณ์ ของผู้สร้างมนุษย์ และสร้างทุกๆศาสดา ทุกๆเหตุผล ทุกๆความรู้. ชัย—–โย

แค่อิถถิบาท4. ก็มีนวัตกรรม ค้นพบคุณค่าของอัลลอฮ์ได้. มีฉันทะ ที่จะกตัญญูไปพลางๆไหมล่ะ หรือมีฉันทะที่จะเนรคุณไปพลางๆ. หากมีทางเนรคุณก็จบ. แต่หากมุ่งทิศกตัญญู ก็จงวิริยะที่จะสืบค้นคุณค่าของอัลลอฮฮัน. ตั้งจิตตะ ที่จะทำ ที่จะอ่านอย่าเข้าถึงเจตนารม มีวิมังสะ ที่จะสืบค้นความจริงไปอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ใช้กิเลสสุข กิเลสทุกข์ ความเห็นแก่ได้ หรืออามิสจะบุญ จะสบาย จะพ้นทุกข์ หรืออะไรก็ตาม มาปิดกั้นทำให้วิมังสะกลายร่างไปนิวรณ์เสียก่อน

อิสลามคือปรัชญาแห่งเหตุผลและปัญญาธรรม. อิสลาม มีทุกสิ่งที่ก่อเกิดปัญญาธรรม. ขึ้นกับจะเชื่อฟังศาสนทูตแห่งตนได้เท่าไร. เอียงไปทางพญามารมากกว่า หรือน้อยกว่า. เปิดกว้างหรือปิดกั้น เพียร หรือ นิวรณ์ยอมขลาดเลาต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีอิถิบาท4 ไม่มีอินทรีย์5 ไม่ลองก่อนเชื่อต่อๆกันว่ารุนแรง ว่างมงาย ว่าไร้สาระ ว่ายุ่งยาก ว่าละเอียดเกินไป ว่าตรงเกินไป ว่ากตัญญูเกินไป. จงเลือกให้ถูกทางเดินทางจิตวิญญาณ ก่อนสิ้นลมเถิด.

ด้วยมีผู้พยายามขัดขวาง”สันติธรรม”กล่าวหาว่าไม่มีเหตุผลพอจะรับ. ทำให้เพื่อนมนุษย์ที่ใฝ่องค์แห่งธรรมะ ต้องพลาดโอกาส. ด้วยเหตุ ปัจจัย และผลทั้งมวล(ทุกกระทู้) ขอให่เลิกคัดค้านการรับสันติธรรม(อิสลาม)ของจิตมนุษย์ที่ใฝ่หาธรรมทุกๆจิตกันได้แล้ว. การจำนนเดินทางมาพบกับทุกๆจิตแล้ว. ขอให้รักกันหวังดีต่อกัน อย่าปิดกั้นขัดขวางกันเองที่จะรับสันติธรรม. มนุษย์คือพี่น้องกัน สันติธรรมนั้น จะนำพาโลกให้ปลอดภัยจากนโยบายของพญามาร ที่เขาสัญญาไว้กับผู้สร้างผู้บริหารเขาไว้ว่า เขาจะทำให้พี่น้องมนุษย์แตกแยกกัน. และในขณะนี้ ทำสำเร็จต่อผู้ที่ไม่รู้เท่าทันได้มากมายนัก. โลกไม่สงบสุขเพราะไม่รับสันติธรรม. หันห่างจากทางนำที่เป็นความจริง(กุรอาน)ที่เป็นนาวาที่ปราณีต สมควรค่าแก่การนำล่องของมนุษย์แล้วนั่นเอง. ขอจงอย่าขัดขวางกันเองเลย.พี่น้องเอ๋ย. จงรักและหวังดีต่อกันเถิด.

สันติธรรม/กตัญญูธรรม

เมื่อมนุษย์ แจ้งแก่ปัญญา คือ สามารถเข้าถึง และ ครอบครองคุณค่า ของทุกศัพท์แสง หรือ วลี ที่สื่อสารต่างๆได้ เพื่อการใช้คุณค่าเหล่านั้น บั่นทอนความชั่ว และ ฟื้นฟูความดี อย่างทันใช้(คือยังมีลมหายใจ ยังรวมขันธ์อยู่) คุณค่าของคำว่าพุทธ ของมุสลิม ของอิสลาม ของหลุดพ้น ของดับทุกข์ ของชนะ ของแพ้ ของเท็จ ของจริง ของดี ของรัก ของกตัญญู ของเชื่อ ของศรัทธา ของลบหลู่ ของจาบจ้วง ของวางเฉย ของนิ่งเงียบ ของทุกข์ ของสุข ของปัญญา. และอีกหลากหลายวลี ที่แม้ลองสังเกตุให้ชัดๆสังเกตุอย่างละเอียดๆ จะพบว่า มนุษย์เพียงอนุโลมให้พูดต่อๆกันกับบริบทต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงต่อเนื่อง ในเรื่องราวที่สนใจเท่านั้น. หาได้แจ้งชัดในคุณค่าอย่างตรงกันสักเท่าไร. วันนี้ยุคที่โลกาภิวัฒน์ ยุคแห่งความละเอียดรอบคอบ ยุคของเหตุผลปัจจัย ยุคข้อมูลข่าวสาร ยุคที่วิมังสะง่ายต่อจิตตะที่จะสืบค้นแล้ว. ขอให้เพื่อนๆ พี่น้อง ทั้งชาวไทย ชาวโลก ได้พิจารณาถึงเท็จ ถึงจริง ถึงมุสา ถึงสัมมา ให้ละเอียดอ่อน และ ทันสมัย แสดงความอยู่กับปัจจุบันอย่างชัดเจนขึ้น. เพื่อการนำสันติธรรมสู่หัวใจตน สู่หัวใจเพื่อนๆพี่น้องมนุษย์ด้วยกันเอง มีความรัก สมัครสมาน สามัคคี ห่วงใยต่อกันเป็นที่ตั้ง. ก่อปัญญาญาณ เข้าถึงคุณค่า เจตนารม ในทุกๆเรื่อง ทุกๆศัพท์แสง ก่อนจะต่อยอดในวรรณกรรมที่ทำลายล้างต่อกันเอง. รู้เท่าทันพญามาร รู้เท่าทันนโยบายเหตุปัจจัยของพญามาร รู้เท่าทันผู้ตกใต้อานัติพญามาร อย่าโกรธเกลียดเขา อย่าทิ้งขว้างเขา อย่าเห็นแก่ตัวเพียงดับเหตุแห่งทุกข์ของตนเอง. จงรักเพื่อนบ้าน รักผู้มอบโอกาส รักผู้ตระเตรียมโอกาสให้ท่าน รักบัญญัติของผู้มีพระคุณที่ไร้ผลประโยชน์ตอบแทนจากท่าน(เพียงกตัญญูที่สากลเข้าใจตรงกันเท่านั้น) ฉะนั้น หากมีคำสอนใดใดที่ห้ามกตัญญูต่อผู้มีพระคุณท่านใดใด แม้จะพบตัวตน หรือไม่พบตัวตน ท่านก็อย่าเพิ่งรีบเชื่อในทิศอกุศลไปก่อเนรคุณต่อจิตตนหรือผู้อื่น ขอให้ลองในทิศที่กุศลก่อนทิศเนรคุณที่ อกุศลไปก่อน มีขันติธรรมรอพบผู้นั้นได้อยู่. แค่รถจอดให้เราข้าม ไม่ต้องเห็นคนในรถ เรายังนึกขอบคุณผู้ควบคุมรถคุมเครื่องจักรชุดนั้นเลย. แล้วผู้สร้าง ควบคุมบริหาร เครื่องจักรใหญ่ที่เราเสพนี้เล่า(คือ ระบบสุริยะ ระบบธรรมชาติ) เราต้องพบตัวตนก่อนการระลึกขอบคุณ ระลึกกตัญญูด้วยหรือ. ใยต้องสร้างวรรณกรรมที่ขีดเส้นกั้นว่า มีแค่ระบบธรรมชาติ ไม่มีหรอกผู้สร้างบริหารค้ำจุนระบบน่ะ. มันแน่ใจอย่างมีเหตุผล อย่างละเอียด อย่างอิงหลักฐานในทุกประการเด็ดขาดกันแล้วหรือ.

สรรพเทวะนิยมเอย สุขนิยมเอย ทุกข์นิยมเอย. ปืดกั้นนิยมเอย ไม่เพียรนิยมเอย หลุดพ้นนิยมเอย ระบบตัวแทนนิยมเอย. ไม่มีทางกุศลไปกว่า กตัญญูนิยมไปได้สักครั้งเดียว. อิสลาม คือ กตัญญูนิยม มิใช่เทวะนิยมอย่างที่บรรเลงวรรณกรรมกันต่อๆมาเลย. แถมยังกตัญญูสูงที่สุดเสียด้วยซิ.

เอาเพียงมีดที่มี2คมก่อนก็ได้. สมควรไหมล่ะที่จะให้มันคมทั้งสองด้าน. หมั่นลับเพื่อเฉือน หรือ ฟันฝ่าปัญหาต่างๆได้ ด้วยการใช้ความจริงลับคมเสมอๆ. อย่าปล่อยให้ด้านใดด้านหนึ่งบุบบี้ ด้วยการตอกการกระแทกจากผู้อื่น ด้วยความหวังดีต่อท่าน เพื่อให้อีกด้านหนึ่งที่อาจจะทื่อ ไม่สามารถพันฝ่าอุปสรรค์ไปได้.อัล-กุรอาน จะลับคมให้ท่าน ในทุกๆด้าน.

วันนี้ ได้รับทราบความจริง เพื่อใช้ดับเหตุแห่งทุกข์กันครบถ้วนแล้ว. ไต่ถึงกตัญญูขั้นสูงสุดกันได้แล้ว. จงใช้ให้เกิดประโยชน์จากความจริง และ กตัญญู. แทนการใช้จากสิ่งต่างๆที่มาจาก กุสโลบาย มานานนมเถิด. เอาแบบทันใช้นะครับ. ปิติได้ตามกุสโลบาย กับ ปิติตามความจริง. จะเลือกอย่างไหน ทางไหนกันดีเล่า.

หากมีปรัชญาแห่งสันติธรรม(อิสลาม)ครอบครองตั้งแต่จิตขันธ์ วิญญาณขันธ์ เวทนา สัญญาขันธ์แล้วล่ะก้อ…. สังขารขันธ์ จะไม่ก่อวรรณกรรมว่า “ฝ่ายตรงข้าม” อย่างเด็ดขาด. จะรักใคร่สมัครสมานสามัคคี กลมเกลียว เป็นพี่น้องหนึ่งเดียวกันได้ ทั่วโลก. ขอให้เข้าถึงแก่นแท้แห่งสันติธรรม ขอให้กตัญญูธรรมได้สูงสุดถึงผู้มอบออกซิเจนให้เราท่านหายใจ ขอให้รักสมัคสมาน ขอให้รักษาบัญชีตน และพ่อแม่รวมถึงผู้ที่รักใคร่ผูกพัน ให้เป็นผลบวกเสมอ เพื่อยื่นเสนอต่อ อัลลอฮ์ ในวันสอบสวน วันนั้นแหละจะชัดว่าใครที่ดับเหตุแห่งทุกพ่อแม่ และ ของตนเป็น. ขันติธรรมรอ แล้วกตัญญูต่อผู้มีพระคุณไปพลางๆเถิด อย่ารีบเนรคุณ และ ขโมยออกซิเจนของท่านนั้น เสพเอาๆๆ อย่างทุกวันนี้เลย จิตจะไม่สะอาดได้. มิได้พิพากษานะ. แต่เพียง”เตือน”.

ปรัชญาสันติธรรม(อิสลาม) มีผู้จำนนต่อปรัชญานั้น(มุสลิม) อ้างตนว่าครอบครองอยู่. ฉะนั้น ผู้ครอบครอง สมควรแสดงคุณค่า แห่งปรัชญานั้น ให้เกิดประโยชน์สุข ทันใช้ แด่เพื่อนๆพี่น้อง ลูกหลานอาดาม. อย่าให้วรรณกรรมใดใดมาแบ่งแยกพี่น้องเราทั้งชาวคริสต์ ยิว พุทธ ฮินดู ซิก และ อื่นๆตามแต่ลูกหลานท่าน อาดาม เดินแตกแถวไปตามวรรณกรรมเหล่านั้นเลย. จงรู้เท่าทันทุกวรรณกรรมที่ยุยงให้พี่น้องมนุษย์ต้องเดินทางแตกแยกกัน แล้วปิดกั้นมิให้รวมตัวกัน. การรู้เท่าทันซานตาน พชญาตมาร หรือ ไซตอนนั้น สำคัญมากๆ.

ท่านโง่ เราฉลาด ท่านผิดทางเราถูกทาง ท่านทุจริต เราสุจริต ท่านยิวเราคริสต์ ท่านอิสลามเราพุทธ ท่านยิวเราอิสลามท่านมหายาน เราหินยาน ท่านชีอะห์เราซุนหนี่ ท่านโปรเทสแตนท์เราออร์โธดอกซ์ ท่านเสือแดง เราเสือเหลือง ท่านคนบ้าเราคนนิ่ง ท่านพูดมาก เรานิ่งเฉย. และอีกหลายๆๆๆๆวรรณกรรมที่ มารล่อลวงกระซิบให้เราใช้มันแบ่งแยกกันเอง. ปรัชญาสันติธรรม(อิสลาม)จากผู้สร้างและปกป้องค้ำจุนมนุษย์(อัลลอฮ์) แนะนำให้ระวัง

เมื่อมนุษย์ยอมให้วรรณกรรมที่กล่าวมานั้น เป็นเส้นขีดแบ่งพี่น้องมนุษย์ ออกจากกันเป็นสองฝั่ง. งานของพญามารนั้น ก็ส่งผลต่อเราแล้ว. แต่หากมีทางนำที่เป็นนาวาอันละเอียดอ่อน ครองใจ(กุรอาน). เส้นแบ่งนี้ จะจางลงทันตาเห็น. ฝันฝ่าความระหองระแหงต่อกันได้สำเร็จ. สันติธรรม จะช่วยเหลือ ผู้ที่เจ้าของสันติธรรมนั้น สร้างขึ้นมา เพื่อให้อยู่ในกฏในเกณฑ์ แห่งสันติธรรมนั่นเอง.

มนุษย์ทุกคน สามารถ กตัญญูต่อสมองตนเองได้ทันที. เพียงแสวงหาในอิถิบาท4 เพื่อสมองจะได้คำตอบว่า. ใครสร้างเขามาก็พอ. อย่าให้สมองใฝ่หา ปล้ว ร่างกาย สังขาร จิต ไม่ช่วยสืบค้น.

เมื่อ จิต วิญญาณ สังขาร เวทนา สัญญา ล่วงรู้แล้วว่าเสพสิ่งใด จากการสร้างของผู้อ้างว่า เป็นเจ้าของธรรมชาติ อย่างมีหลักฐาน และ พยาน สืบค้นประวัติในเอกสารได้ว่า ไม่เคยมีการแก้ไข แต่งเติม ดัดแปลง สังคยานาเลย แล้ว. จิตที่กุศล ย่อมไม่เนรคุณไปพลางๆ กลับกัน สมควรยิ่งที่จะ กตัญญูไปพลาวๆก่อน. ไม่ปิดกั้นในหลักฐาน ไม่พิพากษาก่อนพิสูจน์ด้วยตนเอง ไม่ท้อในเพียรสืบค้น มีอิถิบาท4 มีอินทรีย์5 เพื่อมุ่งสู่ความรู้ที่จะนำพาทุกขันธ์สู่ทางอันเที่ยงธรรม เที่ยงแท้ เที่ยงตรง มีธรรมครบ ทั้งขันติธรรม สามัคคีธรรม สันติธรรม นิติธรรม หลีกเลี่ยงการก่ออกุศลจิต หลีกเลี่ยงการขโมยออกซิเจนเสพ รายวินาที เลี่ยงการมุสาว่าไม่เคยได้ยินในหลักฐานนั้น เลี่ยงการเสพวรรณกรรมที่มีผลประโยชน์เคลือบแฝงให้มึนเมาไปในทางเนรคุณ(ต่อเจ้าเมืองธรรมชาติที่เราเสพผลผลิต) จงตรองเถิดชาวไทยว่า ร่างที่มีจิตอกุศล เพ่นพ่านในแผ่นดินนั้น มันก่อความเสียหายให้ผู้คน ทั้งโดยตรงโดยอ้อม เพราะในอากาศนั้นมีเชื้อเนรคุณ สังคมจะติดเชื้อนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้. จงฟอกปอด และ หัวใจทุกๆท่าน ด้วยปรัชญาแห่งกตัญญูที่สูงที่สุดเท่าที่มนุษย์พึงมีได้.

ไม่มีพระเจ้าให้ใครกราบไหว.แต่มี “อัลลอฮ์” ให้ จำนน และ กตัญญู เพราะว่า อัลลอฮ์ได้อ้างสิทธิ์เหนือทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ (เท่าที่มนุษย์อนุมาน) ดับไป. ลองกตัญญูก่อน อย่าเพิ่งเชื่อเรา.

ความคุ้มค่า กับ การลงทุนด้วยความกตัญญูนั้น ผลตอบแทนสูง ไม่มีความเสี่ยงใดใดเกิดขึ้น ทุนที่ได้มาลงนั้น ก็มาจากผู้ที่ท่านใช้กตัญญูตอบไปนั่นเอง.

สันติ คือทางแก้ไข ทุกปัญหา เหตุจากการแย่งมวลชน

ทำไมชาวใต้ถึงฟังกลุ่ม บีอาร์เอ็น มากกว่า รัฐ (จากการ สรุปโดย พล.อ เอกชัย ศรีวิลาศ ผอ. สถาบันสันติวิธี)) เพราะ กลุ่ม บีอาร์เอ็น สามารถแสดงออกอย่างเปิดเผยว่า พวกเขากตัญญูสูงสุดได้. เพราะเขากตัญญูต่อเจ้าเมืองธรรมชาติ ที่ให้ออกซิเจนพระพุทธเจ้า หายใจ มันคือการใฝ่หาของมนุษย์โดยพื้นฐานว่า เขาจะฟังผู้กตัญญู และ จะต่อต้านผู้มีจิต เนรคุณ นั่นเอง. จงกตัญญูให้เท่าเทียมผู้ที่ท่าน จะเข้าพัฒนาเขา

ลองปรับกันซักนิด จะครองใจชาวบ้านได้ง่ายขึ้น. ด้วยการมีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญู แทนการมีเป็นสิ่งปฏิเสธ ถึง เนรคุณ

ลองก่อน อย่าเพิ่งรีบเชื่อ หากใครอายุมากๆ้ว และ เคยมีพระเจ้าเป็นสิ่งปฏิเสธ(หรืออาจเรียกแรงๆว่าเนรคุณ) ขอให้ลองก่อนสักสองปี ก็ยังดี. คือมีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญูแทนการมีเป็นสิ่งปฏิเสธ ปิดกั้นเนรคุณนั่นเอง. ลองเปืดกว้างไม่ปิดกั้น ลองอยู่กับปัจจุบัน ลองหลุดพ้นจากปิติทางตำรา ทางการบังคับ ทางกุสโลบายก่อนเถิด ลองมีองค์ธรรมแบบพึ่งพาตนเอง ไม่พึ่งพาบุญบารมี นักบวชก่อนเถิด. ลองก่อนอย่าเชื่อ ลองมองที่หลักฐาน และพยาน ทั้งอดีต และ ปัจจุบันเถิดว่า ผู้กตัญญูนั้น มีเท่าไร เป็นกี่เท่าของผู้ที่ปิดกั้น ปฏิเสธ หรือ อาจจะเนรคุณ ปัจจุบันให้จริง อย่าพูดลอยๆต่อไปเลย.

สันติวิธี = วิธีตามแบบอย่าง อิสลาม. เพราะ อิสลาม แปลว่าสันติ(ธรรม) ฉะนั้น ทุกๆศาสนทูต ที่มีมา ย่อมไม่ขาดในองค์แห่งธรรมนั้น คือ รับอิสลาม ทุกคนแน่นอน

ไม่มีความรู้ใด ได้มาด้วยการไม่เคยทดลอง จงลองกตัญญูไปพลางๆ แทนการเนรคุณไปพลางๆก่อนเถิด (ต่อผู้สร้างธรรมชาติ สร้างโปรแกรมบริหารจัดการกรรม) ท่านจะได้ความรู้เรื่องการ “จะกตัญญูสูงสุดได้อย่างไร” —- การแนะนำเรื่องการกตัญญู คือ เครื่องมือช่วย การชี้วัด เป้าหมายของจิต วิญญาณ เชิงพรรณนา ขอจงอย่ากังขาว่า ถูกหรือผิด เพราะ การกตัญญูสูงสุด ย่อมไม่มีทางเลือกอื่น เพราะมันคือ สูงสุดแล้ว. สูงสุดคือ ปลอดภัยสุด กตัญญู ก็ยังคงเป็นนามธรรม ไร้รูปธรรมที่หากจะต่อรองแล้ว ก็ยังสามารถดีดดิ้นได้อีกว่า ยังไม่พบตัวตนแล้วจะกตัญญูทำไม. หากไม่แน่ใจวันนี้ จงย้อนกลับไปตรวจสอบว่า เราเอง กตัญญูสูงสุดเทียบเท่ามนุษย์อื่นๆสากล ที่เขาทำได้กันหรือยัง——- แยกทางโลก ออกจากทางธรรม เป็นการสร้างความสับสนให้ระบบ เพิ่มภาระงาน มุ่งหน้าสู่ความสำเร็จทั้งทางเนื้อหนัง และจิตวิญญาณได้ แบบ ไม่พร้อมกัน และถูกหลอก สวมรอยจากนายหน้า ทนายกรรมได้ง่าย. อย่าแยก สังขาร สัญญา ออกจากจิต วิญญาณ ปล่อยให้มีผู้สวมรอยมานำ จิต และ วิญญาณของเรา และต้องจ่ายค่าสินค้าและบริการของเขาแบบ ไม่จำเป็น

เมื่อ นิค วูยิซิกส์ ผู้ไม่มีเท้าทั้งสองข้างแต่เกิด ได้ศรัทธามั่นว่า วันหนึ่ง พระเจ้าจะมอบเท้าทั้งสองข้างให้กับเขา เพียงไม่ลืมพระเจา ศรัทธา และทำหน้าที่ที่พระเจ้ามอบหมายให้มาอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ต่อรอง แสดงความกตัญญูอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ ยังเพื่อนๆมนุษย์ และ พญามารตลอดเวลา. เขาจึงเตรียม รองเท้า ไว้1คู่เสมอ. แล้วเราที่ครบถ้วนด้วยร่างกายเล่า จะตระเตรียมแค่ ความกตัญญู ความศรัทธา มิได้หรือ มันง่ายกว่าการเตรียมรองเท้า ที่ไม่เคยจะได้ใส่มัน1คู่เสมอๆในชีวิตด้วยซ้ำ. ทำไม่เรา เสพ แล้วจริง แต่กลับไม่กตัญญูต่อผู้ให้เราเสพ ผู้รอสอบสวนชำระบัญชี ทั้งเรา และ พ่อแม่เรา รวมถึงศาสนทูตที่เราติดตามเชื่อฟังทุกๆท่านเล่า. มันยากเย็นตรงขั้นตอนใดหรือ แค่กตัญญูไปพลางๆไม่เนรคุณไปพลางๆนั้น มันต้องหาเหตุผลกันมากมายทั้งชีวิตเลยหรือ. ระหว่างหาเหตุผลก็ยังสามารถกตัญญูไปพลางๆได้นะ. ขอจงอย่าเนรคุณ ปฏิเสธ ปิดกั้น ไปพลางๆแบบที่คนไทยมากมายถึงเกือบ60 ล้านคน กระทำอยู่นี้เลย. แผ่นดินจะมีแต่การก่อ อกุศลกรรม อกุศลจิต ทำให้แผ่นดินตกต่ำไร้มงคล อากาศก็ไม่บริสุทธิ์ เพราะผู้ที่มีเครื่องในที่ทำการฝอกอากาศออกมาแบบ มีเชื้อเนรคุณปนลมหายใจออก ออกมาด้วย ติดเชื้อกันทั่วประเทศ ก่อความเสียหายให้ตน ให้สังคม ให้ผู้อื่นรอบข้างเปล่าๆ.

ระบบนิติธรรม

การทำผิดแล้วมอบตัว คือการไม่หนีคดี ทำถูกหลักธรรม(นิติธรรม) ที่ศาสนาที่เชื่อนักบวชเชื่อทนายบุญนั้น ไม่มีระบบเช่นนี้ให้ปฏิบัติอย่างแน่แท้ (สภาวะของศาสนาที่ ขาดทุน) การมีความผิดแล้วมุ่งปฏิบัติธรรม กรรมฐาน นั่งสมาธิ นั่งเพื่อตัดๆๆๆ ไหว้รูปปั้นดินหิน(ที่มนุษย์ปั้นอุปโลกขึ้นมาเอง) แสวงหาสิ่งประณีประนอม หรือ เพื่อ เป็นสิ่งที่ใช้ไถ่โทษตน พวกพ่อง หากุศล(หามาทำไม) มันคือการต่อรองในคดี สู้คดี ไม่จำนนในความผิดและความชั่ว อย่างไร้ความละอายในผิดที่กระทำอยู่เท่านั้น การมุ่งหลุดพ้นไปเป็นอมนุษย์หลุดภพชาติ คือหนักขึ้นไปอีกคือ การหนีคดี เพื่อไม่น้องพิพากษา (รือ ไม่รับผิดชอบ) หลักการมอบตัว มีในปรัชญาที่ครบองค์แห่งธรรมเท่านั้น ปรัชญาที่ขาดธรรมข้อ เที่ยงธรรม ยุติธรรมนั้น ผู้ถือครอง ปรัชญานั้น ก็ไม่สามารถหาที่มอบตัว(ไม่ใช่การสารภาพบาป กับผู้ไร้ใบ certficate) แล้วทำมันอีกซ้ำๆเกิด-ดับๆๆๆๆ Benefit ของการมอบตัวตรงต่อผู้พิพากษา ที่ เที่ยงธรรม ยุติธรรม ทนายก็ไม่ต้องใช้ เบี้ยบุญก็ไม่ต้องกอบโกยหามาไว้ทิป ไว้จ่าย ไว้ไถ่โทษ. อัยการก็ไม่จ้องมาขู่เข็ญใดใด เพราะ มีโอกาสมอบตัวแล้ว สามารถ มอบตัวทั้งหมดทุกคดี มุ่งในการไม่ก่อคดีเพิ่มอีก คดีที่มอบมี 1 กล่าวและ จำได้ว่าผิดอะไร. 2. จำไม่ได้ว่าทำอะไรผิดมาบ้าง. มอบตัวทุกคดีให้หมด เมื่อจะมอบ ทุกคนสามารถเป็นคนดี ได้ทันที ที่มอบตัวเพราะนักโทษที่มอบตัวทั้งหมดแล้วนี้ จะไม่ทำผิด ก่อคดีในคุกใหญ่นี้(โลกุตระ)อีกต่อไป จะตระหนักรู้ว่า ความยุ่งยากทั้งหลาย คือการสั่งคดีลงมาจากผู้พิพากษาที่ยุติธรรม และพระองค์ปลอดภัยจากการ ไร้ภูมิรู้ ไร้ญาณวิสัย ไร้มารยาทของมนุษย์ที่ศาสดาลือสั่งสอนในมารยาท(มีบางเม้นท์ จะขี้รดหน้าผู้พิพากษา ที่ต้องพิจารณาในบัญชีพ่อแม่เขาด้วย) เมื่อโลกุตระนี้ คือคุกใหญ่ ที่นักโทษมอบตัวทุกคดี ทั้งจำได้ จำไม่ได้ ติดคุกอิสระที่ใหญ่โต และมั่นในการไม่ก่อคดีเพิ่มตั้งแต่ประกายจิต จำนนต่อผู้พิพากษา แม้จะมีการพบการสร้างกระต๊อบในพื้นที่ของเจ้าของคุกนี้ ใช้น้ำ ใช้ไฟ ใช้แสง ใช้อากาศของพื้นที่ใหญ่นี้ด้วย สร้างมา เพื่อการบริกรรม ปฏิบัติ (แนะให้ก่อตั้งผู้มีความผิด หนีคดี ต่อรอง สู้คดี) โดยมีการเนรคุณต่อเจ้าของที่เป็นสรณะหลัก มีผู้หลงเชื่อส่วนน้อนเท่านั้นที่หลุดเข้าไปในนั้น ถูกทนายที่คล้ายว่าจะเป็นผู้มอบตัว แต่ทรยศ ก่อการที่จะหนีออกจากคุกอันแสนสบายใหญ่โตนี้ พวกทนายนั้นยังไม่รู้เลยว่าหลุดพ้นที่พวกเขาชวนนักโทษนั้นอยู่ไหน เป็นอย่างไรกันได้จริงสักคนเดียว หน่วยเดียวเลย ไม่มีใครเคยหลุดไปจริงมายืนยันเลย พวกนั้นหลงในวรรณกรรมที่ตกทอดมา ทั้งๆที่ง่ายแสนง่ายที่จะเป็นคนดีได้ทันที แค่กระพริบตา พวกเขา(ส่วนน้อย) จะสู้คดี จะหนีคดีไปทำไมกันหรือ ใยไม่ทำภาระหน้าที่ในคุกใหญ่ อย่างเต็มประสิทธิภาพกันเล่า ยุ่งยาก เหนื่อยยาก งานยากทั้งหลายมิใช่กรรมที่ถูกหลอกเลย มันคือ การสั่งคดีที่ท่านมอบตัวไปแล้วทั้งนั้น จงยินดี เพราะนักโทษก็ต้องได้รับโทษ เมื่อรับโทษเสร็จ ก็หมดไปหนึ่งคดี รอการรับโทษคดีใหม่. เมื่อหมดทุกคดี หรือไม่เกี่ยงงานหนัก การเป็นนักโทษชั้นดีก็จะมาถึงคิวท่าน การสั่งลดโทษมี แต่ท่านอย่าพนันกับผู้พิพากษาได้มิใช่หรือ การปลดจากนักโทษ หรืออภัยโทษมาถึงได้. ต้องปฏิบัติธรรม นั่งเสพ นั่งใช้ออกซิเจนของผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้พิพากษาก็ต้องเสพอยู่(ไม่ยอมกตัญญูอีกนะ) ท่านว่าเรือนจำที่สร้างอย่างแยบยล จะไม่มีcctv จับพวกท่าน และผู้มอบตัว อื่นๆเพื่อบันทึกข้อมูลหรือ. การกระทำที่เนรคุณ ล่อลวง อวดอ้างเป็นทนายชวนผู้คนสู้คดี หนีคดีนั้น สุจริตหรือ ระหว่าที่ยังหนีไม่ได้ ก็ต้องพึ่งพาทุกประการจากผู้พิพากษานั่นอยู่ดี. น่าอดสูเปล่าๆที่ดีดดิ้นต่อการกตัญญู สร้างความวุ่นวายเนรคุณให้กับคุกใหญ่นี้นะ น่าละอาย พ่อแม่เสียหายมาก พวกท่านคือชนกลุ่มน้อยของคุกนี้ไปแล้วนะครับ

แค่เรื่องนี้ เราจะพบวิธีการสร้างคนดี จากคนธรรมชาติ ที่สามารถมีความผิดพลาดในชีวิตทุกประการทั้งเล็ก ใหญ่ เกิดคนดี โดยไม่ต้องปฏิบัติธรรม ละหมาด สวดอ้อนวอน ภาวนา นั่งหลับตา กรรมฐาน8 หรือ 10 โภชชง7 สังโยชน์10 ถือศีลอด ทุกนักโทษ หปไหนมาไหนได้เป็นสากล(แต่ผู้แอบเนรคุณจะไม่สง่าผ่าเผยเลย จะอดสู จะเก็บตัว )ส่วนพวกไม่รู้ตัว ขาดสมาธิ ก็ตะโกนโหวกเหวก จะขี้รดผู้พิพากษาบ้าง เรียกว่าตัวนั่นตัวนี่บ้าง (ผู้ลบหลู่ผู้พิพากษานั้น ส่วนใหญ่คือหมู่ชนที่ติดตามพระพุทธเจ้าสิถถะเสียด้วยซิ น่าห่วงกว่ายินดี ที่คุณwhite เขาห่วงไหมล่ะ) นั่นแหละศาสนาที่ไร้ที่มอบตัว แถไปเรื่อยๆดังที่เขาสาดเสียเทเสียไว้นั่นเอง ชนกลุ่มน้อยของคุกเอ๋ย ท่านอาจจะยังมีโอกาสที่จะทำ นิติธรรม(ที่ท่านไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลย) ได้ เพียงระยะเวลาของการกระพริบตาเท่านั้น ง่ายมากๆ เพียง กตัญญู1 ให้เป็นเท่านั้น สิทธิ์นั้น ท่านเท่าเทียมอยู่ก่อนแล้ว ท่านใยไม่ใช้มัน ท่านถูกทนาย ล่อหลอก บริการต่อรองคดี สู้คดีอยู่รู้ตัวไหม ท่านจ่ายค่าบริการไปเท่าไรแล้วล่ะ ท่านหลุดพ้นจากการพึ่งพาออกซิเจนที่มีเจ้าของได้หร่อไม่ ไม่เลยท่านไม่ละอายบ้างหรทอ ในเมื่อหลุดพ้นได้ ใยไม่เชื่อเล่าว่า หลุดพ้นจากทนายเถิด application form ของเราท่าน ขอเป็นคนดีทั้งนั้นแหละ ยินดีไม่เชื่อว่าใครจะร้องขอเป็นคนชั่ว. แล้วมาตรฐานค่อการทำผิด ทำพลาดแล้วหนีคดี เช่นนั้นหรือ ในเมื่อศาลเปิดทุกวินาที ผู้พิพากษาก็เมตตาให้สิ่งเสพต่อผู้มีความผิดทุกคนเท่าเทียมกัน

โอ๊ะ แม่เจ้า (สนุกปากน่ะครับ มันได้ทำภาระหน้าที่ใกล้ ถึงจุดแล้ว)

มันสร้างคนดี ได้ทุกคน ทุกวัย ทั้งเกิดมาแล้ว จะเกิดใหม่ แผ่นดินจะมีแต่ผู้จำนน (ถ้าจำนนได้แต่เด็ก คนดีกันทั้งโลก) แค่พ่อแม่เรามีลูก5คน มันแสนวุ่นวายเลยบ้านนี้ คนโน้นจะเอาอย่านี้ คนนี้จะเอาอย่างโน้น โตแล้วจะไปทำวานไกลแม่ เอ็งจะไปทำไมว่ะดูแม่หน่อย สารพัดสารเพจะวุ่น. แต่เดี๋ยวก่อน(โทรมาตอนนี้ ไม่ใช่ครับ ฮาา) ถ้าหากลูกทุกคน อยู่ในโอวาทแม่ผู้เดียวคำสั่งเดียว ประกาษิตเดียวล่ะ บ้านนี้สงบทันที ให้ล้างลานก็ไปทำ ให้ไปเรียนอะไรก็ไปเรียน ให้คนเล็กไปทาสีก็ไปทำ มันช่างสงบเงียบ สันติ เสียนี่กระไร แล้วหากมนุษย์6500ล้านคน สามารถอยู่ในโอวาทผู้สร้างมนุษย์ผู้เดียวได้ล่ะ สงบสันติกันทั้งโลกเชียวนะ(ทำไงล่ะ) (อยู่ไหนล่ะ) โอวาทผู้สร้างมนุษย์นั่นน่ะ. ยังเนรคุณลบหลู่อยู่ มันจะได้มีโอกาสเพียรพบไหมล่ะ ลองเพียรต่ออีกนิดเพื่อการมอบตัวเป็นนักโทษที่ จะได้โอกาสอภัยโทษ(เรื่องเหล่านี้มีหลักฐานยืนยันทั้งสิ้น เขียนเป็นการ์ตูนก็ได้ที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ขอ20นาที เข้าถึงเลย)อย่าหลงในใบเสนอราคา การสู้คดี บองทนาย ท่านๆจะเสียโอกาสเป็นนักโทษที่น่ารัก ชั้นดี มิต้องหวาดกลััวอัยการอีกตาอไป ไม่ต้องเสียเวลาคบทนาย แต่สามารถชวนทนายมอบตัวได้ (ยินดี ชวนทนาย มอบตัวไปหลายคนแล้วด้วย) ไม่ต้องจ่ายค่าพึงใจให้ทนาย เพื่อการปฏิบัติใดใดให้เสียเวลาแทนคุณพ่อแม่ แทนคุณแผ่นดิน ทำภาระหน้าที่ พักผ่อนหย่อนใจ ในคุกใหญ่นี้เลย เสพสุนทรีได้ทุกอย่างไม่จ้องตัด(กฏที่เรามิได้ออก เราจะอวดอ้างไปยกเลิกได้หรือ)

นิติธรรม มิใช่การสารภาพบาปกับมนุษย์ รูปปั้นดินหิน เราทำตรงต่อผู้พิพากษาที่ไม่มีใครทำร้ายแตะต้องได้เลยสักคนเดียว มีขันติธรรม(ไม่เคนยโกรธมีแต่เปี่ยมเมตตา) มีเมตตาธรรม(สร้างและค้ำจุนระบบธรรมชาติให้เราทุกคน) มีความเที่ยงธรรม(เพราะมีพระองค์เดียว) ไม่เสพ ไม่รับทิป รับถังสีๆ ไม่รับดอกไม้ธูปเทียน ไม่รับสมนะศักดิ์ ไม่รับแสงพลุสวยๆ ไม่รับเครื่องนุ่งห่อมผ้าพันกายใดใด หม่ต้องไปร้านตักผม หม่ต้องเสพออกซิเจน หม่มีรวยขึ้น หรือจนลง ไม่มีการผูกพันกับระบบเศรฐกิจใดใด ดูแลระบบในคุกใหญ่ที่เราออกไปไม่ได้นี้(จักรวาล)

ง่ายๆ ตรงๆ ไม่มีอภินิการ เหตุผล ครบวงจร ล้วนๆ สร้างคนดีได้พร้อมกันเป็นพันๆคน. ใยไม่คิดอ่านทำกัน สื่อสารกัน หวาดกลัวอะไรหรือ กลัวสูญเสียแค่สังคมพยากรณ์ในคุกใหญ่นี้หรือ ก็แค่จักกลุ่มเล็กๆ พยายามหนีคดี หนีการพึ่งพา ภาวนาว่าตนเนรคุณในการบริกรรมหรือ. ผู้สร้างออกซิจังสรนังคัจฉามิน่ะ ไม่ลองก่อนหรือ กุศลชั้นสูง ทำไม มันยากหรือ แล้วก็อย่าโง่ ตั้งแง่น่ะ ว่า ผู้พิพากษาเขาจะสั่งคดี ให้ท่านไปฆ่าพ่อฆ่าแม่นะ แต่ถ้าคดีท่านร้ายแรง แล้วมีคำสั่งเช่นนั้นมาก็ทดสอบแหละว่าท่านจะต่อรองไหม.ตั้งแต่ต้นทางของการสั่งคดี หากท่านอยู่ในโอวาทผู้พิพากษาตั้งแต่วันนี้ คดีใหญ่ๆขนาดนั้นจะเกิดขึ้นไหม ท่านมิได้หิริโอตัปปะหรอก แต่ท่านมอบตัวไปหมดทุกคดีแล้วต่างหากล่ะ(แต่อย่าทิ้งละอายบาปนะ ผมพยายามชี้ว่าท่านจงสุจริตกลัวการก่อคดีใหม่ทุก ประกายจิต แล้วจะปลอดภัยในการทำนิติกรรมนั้น)

โลก จะเหลือวิธีสร้างคนดี แบบเป็นหมู่คณะ อีกวิธีเดียวเท่านั้น. แต่ท่านต้องรู้จักผู้พิพากษา ที่สุจริต และรู้จักข้อธรรมต่างๆ ที่ท่านแกล้งไม่รู้จักนั้นก่อน

ระบบนิติธรรม สร้างชาติ สร้างแผ่นดินได้ เพราะมีแต่ผู้จำนนในความผิด มอบตัว ไม่สู่คดี ไม่ตามหาทนายมาใช้งาน ไม่มีการก่อความผิดใหม่อีก บนหน้าแผ่นดินเป็นจำนวนมากกว่า ผู้ที่ต่อรอง หนีคดี ใช้ทนาย ใช้ตัวแทนนายหน้าบุญบารมี. เมื่อแผ่นดินมีแต่นักโทษ ที่รอการอภัยโทษ โดยทั้งหมด เดินทางสร้างแต่ความดี และ บั่นทอนความชั่วเต็ม โลกุตระ. สรุปแล้วก็ “ทันใช้” ในความดีที่จะเกิดขึ้น.

ปิติสุขที่ก่อเกิดจากพื้นฐานของการกตัญญูในขั้นสูงสุดในผู้สร้างทุกสรรพสิ่งที่เราท่าน สัมผัสได้แล้วว่า “เราเสพ”นั่นคือสุขที่นอกเหนือการยินดี หรือ จำยอมใดใดต่อนักบวช ตำราที่มนุษย์แต่ง อย่างสิ้นเชิง. อิสลามคือปรัชญาที่ไม่ปลอมปนในเรื่อง ภาวะ การเป็นทาส เป็นนายต่อกันของเพื่อนๆมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน. ขอจงเข้าถึงปรัชญานี้เถิด. ท่านๆจะได้หลุดพ้นจากมายาคติมากมายที่พญามารร่ายมัน กระซิบกระซาบต่อท่าน ต่อเพื่อน พี่น้องร่วมสังคมโลก. แล้วมนุษย์จะกลมเกลียวกันดังเดิม ครั้งที่เรากำเนิดมาแต่รุ่นแรกๆ. ขอพรให้แจ้งแก่จิตกันถ้วนหน้าในเร็ววันเทิญ. อินซา อัลลอฮ์

ปฏิบัติไม่ต้องเข้าค่าย

การปฏิบัติสันติธรรมบนพื้นฐานกตัญญู ที่มุสลิมปฏิบัติเป็นภาระหน้าที่กันวันละ 5 เวลานั้น. คือ การปฏิบัติธรรมที่สร้างคนดี ได้ทันใช้ และจับต้องได้อย่างไม่มีเพื่อนมนุษย์ที่เป็นนาย เป็นทาส นั่งต่ำนั่งสูงต่อกัน. เกิดคนดีได้แค่กระพริบตาเดียวได้ วันละหลายๆคน. ไม่ต้องเข้าค่าย ไม่ต้องเดินตลาดชวนเชื่อ. แค่เพียงมีความกตัญญูให้สูงที่สุดเท่านั้น. ฝึกก่อนอย่าเพิ่งเชื่อ. ปฏิบัติก่อนอย่าเพิ่งเชื่อ.

คือดิฉันมีแฟนเป็นมุสิมค่ะ คบหากันมานานพอสมควรและนึกถึงการแต่งงาน หรือพิธีนิกะห์ อยากทราบว่าถ้าหากดิฉันนิกะห์แล้วจะสามารถไปวัด (เนื่องจากคริบครัวเป็นพุทธค่ะ)แล้วถ้าหากดิฉันจะเข้าอิสลาม ควรทำความเข้าใจตั้งแต่เรื่องใดบ้าง แล้วเวลาละหมาดต้องทำอย่างไรบ้าง กลัวว่าจะทำไม่ได้ เพราะไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับภาษาอาหลับเลย และเป็นคนเข้ายากด้วยค่ะ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างมากนะคะที่ให้คำปรึกษา

จงทำความเข้าใจ ปรัชญาที่กตัญญูสูงที่สุด ยังผู้สร้างพระพุทธเจ้า ผู้ให้ออกซิเจนท่านหายใจ ปรัชญาอิสลามนั้น คือ กตัญญูกเวทิตาธรรมในขั้นสูงที่สุด. หากท่านเคยศึกษาว่า ธรรมชาติ สร้างทุกสิ่ง และ กรรมกำกับทุกอย่าง เวร รับผิดชอบเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดกับมนุษย์แล้วล่ะก็. อิสลาม มีเหนือไปกว่านั้น ง่าย ตรง เพราะ ปรัชญาอิสลามนั้น คือการกตัญญูต่อผู้สร้างธรรมชาติ ผู้จัดการกรรม ผู้กำหนดการ สภาวะ การรับผิดชอบทั้งมวลของคน สัตว์สิ่งของ. การพบอิสลามกับ พบมุสลิมนั้น จะต่างกัน. หากท่านพบอิสลามได้. ท่านเป็นมุสลิมที่มีหน้าที่ตักเตือน แม่แต่พ่อแม่ สามี ครูบาอาจารย์ ที่ทำผิดพลาด งมงาย ไร้สาระ ขาดเหตุ และผลต่างๆ ไม่ครบถ้วนในองค์แห่งธรรม. แนะนำให้ท่านเข้าถึงอิสลาม ก่อนแต่งงานกับมุสลิมคนใดก็ตาม. เพราะปรัชญาอิสลาม มิใช่มีไว้แลกเปลี่ยนในอามิสสินจ้างรางวัล เป็น อยาก เป็นสามี เป็นภรรยา. มิเช่นนั้น ท่านจะสับสน และ ต้องมาตั้งคำถามให้ถูกหลอก แบบสังคมพยากรณ์เดิมๆที่ท่านเติบโตมา. หากต้องการเรียนรู้อย่าละเอียด ขอให้แสดงฉันทะ และ ต้งจิตอธิฐานต่อ ผู้สร้างพระพุทธเจ้า คือ อัลลอฮ์ ในอันดับต้น แล้วจะมีผู้เสนอในวิมังสะ ต่อไป.

สงสัยในเหตุการณ์

เมื่อเราเกิดโตในประเทศไทย เราก็มีโอกาสศึกษา เรื่องราวของศาสนทูตคนหนึ่งที่อัลลอฮ์ ประทานมาให้มนุษยชาติ. ท่านนั้นชื่อ สิถถะ หรือ ที่ชาวไทย และบทเรียนที่ในหลักสูตรที่ประเทศนี้ให้ข้าพเจ้าเรีย และสอบด้วย เรียกว่า พระพุทธเจ้า. ทุกคนต่างแสดงอย่างเปิดเผยว่า เคารพรัก เชื่อฟังในคำสอนของท่านทั้งประเทศ. เราก็เลยศึกษาเพิ่มจากภาคบังคับในชั้นเรียน แต่ยังอดสงสัยในเรื่องราวที่จะเกิดในอนาคตไม่ได้ ดังนี้ คือ. —-

เมื่อเราทุกคน เคารพรัก และ เชื่อฟังในคำสอนของพระพุทธเจ้า ปฎิบัติตามคำสั่งใช้และไม่ทำในข้อห้ามต่างๆ ที่ท่านสอนสั่งเสมอ. หากเราตายไป รอการเปิดบัญชีสอบสวน. วันนั้น ส่วนหนึ่งของเรา ย่อมมุ่งหวังที่จะพบ พระพุทธเจ้าที่เราเคารพรักกัน หากพบ เรามีโอกาสถามคำถามหนึ่งว่า. พระพุทธเจ้าค่ะ ท่านห้ามกตัญญูต่อ ผู้ให้ออกซิเจนท่านหายใจ เมื่อครั้งดำรงชีวิตในโลกุตระหรือ ผู้นั้นที่ชาวโลกเขากล่าวกันว่า เป็นเจ้าเมืองธรรมชาติ แถมมีหลักฐานว่า ผู้นั้นคือผู้สร้างจรรโลง บริหารระบบธรรมชาติ จัดการกรรม และมอบสิ่งเสพต่างให้เราทุกคนด้วยปราณีเสมอ. หลักฐานนั้นก็มีมาก่อนท่านเข้าวงสังสารวัฎ หลายพันปีอีกด้วย. พระพุทธเจ้าทราบดีว่า นั่นคือ กตัญญูกตเวทิตาธรรม อันเป็นองค์ธรรมที่สำคัญ ท่านก็คงจะตอบว่า ใครไปห้ามท่านมีธรรมล่ะ. เอาล่ะซิครับพี่น้อง ใครที่เคยกตัญญูต่อพระเจ้าไปพลางๆ ไม่ปฎิเสธปิดกั้น หรือ ไม่เคยมีการก่อจิตที่เนรคุณต่อผู้มีพระคุณนั้นก็เบาสบายไร้ทุกข์. แต่ผู้ที่ปฎิเสธเนรคุณไปพลางๆ ก็มีเหตุแห่งทุกข์กังวลขึ้นมาข้อนึงแล้ว. หากจะดับเหตุแห่งทุกข์ในวันนั้น ก็สมควรที่จะกตัญญูไปพลางๆก่อน เพราะ สากลทั่วโลก เขาก็กตัญญูไปพลางๆ ทั้งๆที่ยังไม่พบรูป แต่เข้าถึงคุณค่าของนาม. อีกทั้งต้องเสพสิ่งต่างๆจากการสร้าง จากหลักฐานการเป็นเจ้าของที่มีมาก่อนพระพุทธเจ้าเกิดหลายพันปีด้วยซ้ำ. กตัญญูกตเวทิตาธรรมนั้น ย่อมสามารถมี เพื่อความเท่าเทียมกันได้ เพียงแต่เราไม่ยอมผิดศีล5 ในข้อ ขโมย คือ ขโมยออกซิเจน เสพธรรมชาติ จากเจ้าเมืองธรรมชาติที่ทั่วโลก เขากตัญญูกัน อยู่ทุกนาที แล้วมีจิตเนรคุณ ไม่ขอบคุณให้ถึง ยอมปิดกั้นแค่เครื่องผลิต แต่ไม่ขอบคุณเจ้าของเครื่อง แถมไม่เพียรหลุดพ้นจากอาการขโมย ด้วยทางที่ง่าย คือ กตัญญูไปพลางๆ มีขันติธรรมรอ. มีปัญญาธรรมศึกษา มีสมาธิวิเคราะห์ มีศีลไม่มุสาว่า เสพ หรือ ไม่เสพ รับทราบหรือไม่รับทราบ. เพราะสากลเขาแจ้งชัดอยู่แล้ว. พระพุทธเจ้าท่านแนะนำให้ลองก่อน อย่าเพิ่งรีบเชื่อ หากใครมีพระเจ้าเป็นสิ่งปฎิเสธมานานจะกี่สิบปีก็ตาม ขอให้ลองมีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญู สัก ปีสองปี ก็ยังดี จะได้ไม่ใช่ ผู้ไม่เชื่อฟังคำแนะนำของพระพุทธเจ้า ไง.

มักจะพบว่า บอร์ดต่างๆที่ พยายาม แนะนำให้คนเป็นคนดี มีธรรมมะ มักจะหวาดกลัวในความจริง. มีที่เราพบแล้วว่า เขาได้ลบทิ้งข้อความที่กล่าวในแง่มุมอื่น ที่ต่างไปจากมายาคติของกลุ่มชนผู้รับผลประโยชน์จากความเชื่อ. เราต้องพยายาม แบะ ช่วยกันให้หนักเป็นหลายเท่า ที่จะนำความจริงไปสู่หัวใจของพวกเขา.

อิสลาม ทำให้มนุษย์ มีเสรีภาพ. ยืนยันว่า มี แต่หากท่านปิดกั้น ไม่เปิดกว้างตามที่ศาสนทูตท่านหนึ่งเมื่อ2500กว่าปีแนะนำ ท่านก็จะติดอยู่ที่บ่วงแห่งการ ขาดอิสระภาพ เริ่มจาก มายาคติที่บังคับให้การมีสภาวะ เป็นทาส เป็น นาย ต่อกันของเพื่อนพี่น้องมนุษย์ด้วยกันเอง จากนั้น ภาวะจำยอม หรือ เชื่อ ก็จะเข้าครอบงำจิตเรา เราก็คือผู้ใช้บริการในสินค้าที่แปรมา ต่อยอดมาจากความเชื่อนั้นๆไป และที่ประตู หรือ ชุมชนแห่งนั้น มีการรับผลประโยชน์ มีการจับต้องงบประมาณของชุมชน เพื่อสิ่งเสพของเขา เริ่มจากการให้ความพึงใจต่อกัน จนลามไปถึงการยินยอมแบ่งปันสิ่งที่เราแสวงหา แต่เขารอรับอย่างไม่เพียร ในกำลังงาน ซึ่งก็ไม่ผิดเลยที่เขากระทำ แต่มันยุติธรรม หรือ พอเพียงในระดับไหนล่ะ ที่จะไม่ยึดอำนาจทางจิตใจเราไป ให้ขาด “อิสระภาพ” ให้สังเกตว่า ปรัชญาอิสลาม มิได้สนับสนุนมนุษย์ให้มีคุณลักษณะ หรือ สัญญลักษณ์ ของ “นักบวช”.

เรียน คุณผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

       ด้วยความจริงใจ ผมขอขอบคุณที่คุณได้กรุณา "เขียน" อย่างต่อเนื่องท้าย "บันทึก "คำแนะนำสำหรับผู้จะเข้ารับอิสลาม" ของผม อย่างไรก็ตาม จากการเขียนของคุณเองในตอนที่คุณใช้ชื่อว่า "ช่วยกัน" นั้น ทำให้ผมตระหนักว่า อาจจะมีบางสิ่งที่อาจจะทำให้ "ผู้อ่าน" อื่นๆ หรือ "ผู้เกี่ยวข้อง" เกี่ยวกับบล็อกนี้ ซึ่งต้องดูแล "ความเรียบร้อย" ของ "การนำเสนอ" อาจจะไม่สบายใจจากบางอย่างที่เกิดจากที่คุณเขียน และผมเองในพักหลังนี้ ด้วยภารกิจ ไม่ค่อยได้มีเวลาเข้ามาดูแล ในด้านหนึ่ง การดูแลส่วนนี้ก็เป็นความรับผิดชอบส่วนหนึ่งของผมด้วย เว้นแต่คุณจะ เปิด "บล็อกของคุณเอง" และนั่น แน่นอน คุณจะรับผิดชอบทุกถ้อยคำที่คุณเขียนมัน

      ด้วยความเคารพ ผมคิดว่า คุณควรเลือกวิธีที่ผมแนะนำนี้

      ขออัลลอฮฺทรงชี้นำคุณสู่มรรคาแห่งความดีงาม อามีน

นโยบายสาธารณะ ในข้อควรทำแห่งปรัชญาอิสลาม. คือ การขจัดขวากหนาม ในทางเดิน(มนุษย์ทุกคนเดินทางสู่ที่ที่จากมา) เพื่อ พี่น้อง(คือ ลูกหลานมนุษย์คู่แรก) ได้รับความปลอดภัย หากเรา ไม่เดินสายกลาง คือ กล้าหาญ (มีหวาดกลัว และมุทะลุอยู่ข้างๆเสมอ) แล้วต้องรอรุ่นที่ขวากหนามมันมากเกินขจัด ลูกหลานเราจะอาศัยบนแผ่นดินที่สันติธรรมได้อย่างไร——

นโยบาย สาธารณะ ในมิติสังคม (เดวิด อีสตัน) คือ การใช้อำนาจ หน้าที่ ตามกฎหมาย ในการแบ่งปันคุณค่า เพื่อสังคมโดยรวม. วันนี้ สังคมไทย ถูกครอบงำด้วยมายาคติ มากมาย เชื้อแห่งการ เนรคุณต่อสิ่งเสพ ได้ก่อตัวขึ้น จนถึงขั้น แพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว. การจะสร้างสังคมที่ กตัญญูกตเวทิตาธรรมนั้น ต้องต่อสู้ ต้องขจัดความหวาดกลัว. เพราะ หากเราก้าวขาเขาไปในบ้านใด เรามีหน้าที่ สร้างสันติสุข ให้กับบ้านหลังนั้น ตามคำสั่งที่ยิ่งใหญ่จากผู้สร้างมนุษย์. เมื่อเราก้าวขาออกมาจากมดลูกแม่ เหยียบเข้าบนแผ่นดินไทย ฉะนั้น เมื่อแผ่นดินไทยเกิดวิกฤติที่ มีความไม่สันติธรรมขึ้น เรามีหน้าที่ นำสันติธรรม(อิสลาม) ไปวางไว้บนหัวใจชนชาวไทย

หากท่านหวาดกลัว ความหวาดกลัวนั้น จะทำให้ท่านหันห่างไปจากหน้าที่. การกล่าวในความจริงทุกประการ อย่างมีหลักฐาน จะช่วยประเทศชาติให้พ้นจาก การแต่งแต้มศาสนทูต และ การนำพาผู้คนสู่บรรยากาศพยากรณ์นั่นเอง.

ต้องขออภัยที่ ทำให้ซัยตอน ใช้วรรณกรรมต่างๆ กระซิบให้มีมนุษย์เกิดหวาดกลัว หรือ ป่องกันตัว ด้วย เครื่องมือที่ใช้ลงโทษต่อ ผู้วางความจริง ในหัวใจพี่น้องมนุษย์ด้วยกันเอง. หากท่านรวบรวมให้ดี ใช้ข้อความให้เป็น ต่อยอดให้ได้ ไม่แน่ครับ อิสลาม ที่งอกเงยในหัวใจพี่น้องชาวไทยได้ทั้งประเทศ. เพราะ จริงกำลังมา เท็จกำลังจะไป (แต่มีภาวะอสูร มารจะเข้าแทรกก่อน)

ขออภัยที่ทำให้”หวาดกลัว”.

ในขอบข่ายของกฎหมาย หากเราพบหนทางที่จะทำให้บ้านเมือง ล่มจม เราสมควรห้ามปราม หยุดยั้ง ทำลาย แผนการนั้นเสีย ด้วยวิธีที่สันติ และ อิสลาม คือ สันติ เราต้องจัดการ ด้วย อิสลาม. การปลูกอิสลาม ขึ้นในหัวใจ มิใช่สิ่งที่เกินขอบข่ายกฎหมาย. การทำให้พี่น้องชาวไทย สามารถ กตัญญู เทียบเท่าชาวโลกสากลได้ ยาอมยกระดับประเทศชาติสู่สากลได้ในที่สุด.ผลของความเสียหายในระดับประเทศเราก็พบเห็นแล้ว ส่วนปรัชญาที่ดีงามเก่าแก่ ไม่มีทางเลยที่จะมีใครมาทำลายได้ เพราะ อัลลอฮ์ ได้นำทางปรัชญานั้น มานานแล้ว. หากศรัทธา จะไม่หวาดกลัว

ขออภัยมาอีกครั้ง ที่ ใช้พื้นที่ วางระเบิด ที่เวลาระเบิด แล้วมันจะ เกิด มิใช่ ตาย

ต้องขออนุญาติ ท่าน อาจารย์อีกสักระยะหนึ่งครับ. แต่ผมจะจ่ายยา ให้อ่อนลงครับ จะใช้ระเบิดลูกเล็ก บรรจุความจริง แล้ววางไว้ที่สมองพี่น้อง ลูกหลานท่านอาดัม ให้ได้มากที่สุด ยามเขานอน อาจระเบิด ยามเขานั่งอาจระเบิด ยามเข้าห้องน้ำ ก็อาจระเบิดได้ เมื่อระเบิดแล้ว ความจริงในสันติ จะเกิดขึ้นในสมอง ทุกประการในความคิด จะมีแต่ผลบวก. อย่ายุให้ผมมีสัญลักษณ์เลยครับ(ยุไม่ขึ้น เพราะเชื่อวัจนะจากพระผู้สร้่งผม) ขออีกแง่ครับ

ปัจจุบัน มนุษย์เบนความสนใจไปที่ วรรณกรรม มากกว่า ความจริง

และ วรรณกรรมนั่นเอง ที่พญามาร ใช้ล่อลวงมนุษย์ให้หันห่างไปจากความจริงใจต่อกัน และ ลดทอนความรักต่อกัน.

จงย้อนไปครั้งที่ วรรณกรรม ทำอันตรายต่อพี่น้องมนุษย์ได้น้อยมาก โดยการ เรียนรู้ให้เท่าทัน พญามาร

ศึกษา เสป็ค พยามาร ได้จาก หลักฐานจาก ผู้สร้างพยามาร ว่า มีเสป็นเช่นไร

รู้เขารู้เรา รู้ความจริง ไม่ต้องรบกันสักครั้ง ก็ชนะได้ทุกฝ่าย สันติ สันติ.

สำหรับผู้แสวงหาธรรม มาครองในหัวใจ. อิสลาม คือ สันติธรรม(ไม่อุตริ พิพากษากันเอง) กตัญญูกตเวทิตาธรรม(กตัญญูสูงสุดยังผู้กำหนดทฤษฏี บิกแบง)ขันติธรรม(รอพบรูปจากนามพระเจ้าสร้างโลกได้) มีวิธี และ ที่มั่น ในการทำ นิติธรรม(มอบตัวทุกความผิดที่จำได้และจำไม่ได้ ต่อผู้พิพากษาที่สร้างมนุษย์มา ไม่ต้องจ้างทนายมนุษย์และ วิญญาณ ไม่ต้องหวาดกลัวอัยการที่เป็นพี่น้องมนุษย์กันเอง รอการอภัยโทษ และ รับการสั่งคดี) เที่ยงธรรม(มีที่สูงสุดหนึ่งเดียว)สามัคคีธรรม(มนุษย์ทุกคนคือ พี่น้องกันให้นักกัน)ปัญญาธรรม(รู้เท่าทันทุกนามและรูป)ศีลธรรม(ไม่ขโมยออกซิเจนเสพ และไม่ปฎิเสธเจ้าของผู้อ้างสิทธิ์)สุจริตธรรม(ไม่สร้างวรรณกรรมให้เินเลยจากสิทธิ์ตน)จริยธรรม(ไม่พนันบุญ) และอีกหลายๆธรรมที่ อิสลาม มีครบถ้วน.

สำหรับผู้แสวงหาสันติวิธี ในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ จงใช้วิธีอย่าง อิสลาม(สันติธรรม) เพื่อ การเกิด สันติภาพ ได้เลย. ยินดีที่มีวิธีนี้ให้เลือก

ขออภัยที่เกาะกระแสท่าน

ต้องขออภัยมายัง อาจารย์ อาลัม ด้วยจิตที่อธิฐานแล้ว ว่า

เราจำเป็นต้องขอ เกาะกระแส ในการดัง ของบอร์ดท่าน. เพราะ หากลองเสริจน์ เรื่อง ความรู้ ในสันติธรรม(อิสลาม) แล้ว จะปรากฎ ลิงค์ ของบอร์ดท่าน ปรากฎ ง่ายกว่า บอร์ดอื่น หรือ บอร์ดใหม่. ฉะนั้น เราจึงมั่นว่า อัลลอฮ์ มีทางนำให้เลือกสรร อย่างปราณีตแล้ว แต่หาก ท่านมีวรรณกรรมเล็กๆ ทั้งความกลัว ความหวง ความยึดมั่น ว่า บอร์ดฉัน ของฉัน ไม่สมควรมากล่าวความจริงให้ผู้ถือความหลงได้รับ ผ่านช่องทางที่อัลลอฮ์ นำทางให้ปรากฎแล้วล่ะก็ นั่น อาจจะเป็นวรรณกรรม ที่พญามาร ได้อำนาจมาจากผู้สร้างเขา คือ “กระซิบ” ในวรรณกรรมที่ท่านรู้จัก.

พญามาร กระซิบมนุษย์ คือ ลูกหลานอาดัม ให้สาดใส่วรรณกรรม พิพากษา และ แบ่งแยกกันเอง มาตั้งแต่ยุคหินด้วยซ้ำไป(หากตามวรรณกรรมเรื่องการมียุคหินนะครับ แต่ปรัชญาตามผู้สร้างโลก มิได้กล่าวถึงยุคหินเลย ยุคหิน ก็อาจจะเป็นเพียงวรรณกรรม ที่มานุษย์สาดใส่กันเองได้นะครับ) ขอให้รู้เท่าทัน พชญาตมาร เถิด.

เมื่อเราไม่ทราบได้เลยว่า สัตว์ได้พัฒนาความคิด ไปถึงระดับไหน จากการวิวัฒนาการมาหลายร้อยล้านปีมานี้ เพราะ การสื่อสารต่างระบบกัน.

เมื่อเราไม่ทราบเลยว่า วิญญาณ หรือสิ่งที่เราเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ ที่เราไปรบกวนฝากขอพร ขอพรผ่าน ทั้งๆที่ไม่เคยถามว่างานเสร็จ หรือไม่เสร็จเท่าใด งานล้นมือไหม ขอกันอย่างขาดเมตตาธรรม(มหาบุรุษไหน ก็มิแนะนำให้ท่านขาดธรรมนี้เลย) กตัญญู บริหารสายสัมพันธ์ต่อผู้สร้างเขาอย่างไร ออดอ้อนอย่างไรในการขอพรให้มนุษย์ที่ไปฝากขอ หรือหมกงานนั่นเอง เขากตัญญู ต่อต้นแห่งพรนั้น หรือไม่อย่างไร

เราไม่ทราบว่า สัตว์นั้น ได้ค้นหาผู้สร้างธรรมชาติ ติดตาม เพื่อบริหารสายสัมพันธ์ หรือ กตัญญูต่อ ผู้สร้างธรรมชาติที่พวกเขาเสพ กันหรือไม่ เราไม่ทราบว่า วิญญาณ สิ่งที่เราเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ กตัญญู สืบค้นผู้สร้างเขาไหม

แต่มนุษย์อย่างเราๆ ใยต่องรีบพ่ายต่อสัตว์ และวิญญาณล่องลอย เรื่องปัญญา และ ความกตัญญู ด้วยเล่า และผู้ที่อ่านภาษานี้ เข้าใจ ก็จงอย่ายอม”พ่าย”เช่นกัน

สงครามที่มาจากการรุกราน เช่นการที่มีพี่น้องต่างศาสนิก มาทำลายมัสยิด เราสมควรตอบโต้ ทำสงครามเพื่อปกป้อง

แต่วันนี้ ยังไม่มีใครมาทำลายมัสยิด เราก็ยังมีโอกาส ลดจำนวนผู้ที่ ติดการกระทำนั้นได้

ด้วยการนำ อิสลาม ไปวางไว้ที่หัวใจของเขาเหล่านั้น

วันนี้เราทำแล้วหรือยัง หรือจะรอเพียงวันที่เราจะต่อสู้ทำสงครามด้วยศาสตราวุธ ด้วยพละกำลังเผชิญหน้า

ขอพื้นที่ ในการวางสารแห่งความจริงสุจริต และ สันติ จากท่านด้วยเถิด อินซาอัลลอฮ์

จากส่วนหนึ่งในการสนทนาธรรม พี่คนหนึ่งเป็นชาวพุทธกล่าวว่า พุทธถดถอย ลดน้อยลงในโลกจากที่เคยรุ่งเรือง เพราะรุกราน(เจตนาแก่นอาจจะต้องการตำหนิปรัชญาอิสลามที่รุ่งเรื่องได้ในเวลาอันสั้น) ถูกปราบปรามกีดกันไม่ให้เจริญ แง่มุมที่น่าสนใจหลายเรื่อง คือ เจริญทางใดล่ะ หากจะเจริญทางการพยากรณ์ใส่พี่น้องกันเองว่าทำนั่นได้นี่ทำนี่ได้นั่น คนหมู่มากเขาไม่เล่นพนัน เขาไม่สนับสนุนการพนัน เขาเลยต่อต้าน ก็เท่านั้น วัดในภาคใต้ก็สร้างได้นี่นา ในสหรัฐเขามีพระเจ้ากันแทบจะถ้วนทั่ว(แต่หลังจากพุทธเข้าไปก็ยุยงคนออกห่างจากการกตัญญูต่อพระเจ้าได้บ้างแล้ว)มาลองอ่านเถิด


หากประชากรโลก ที่ศึกษาปรัชญาพุทธอย่างพินิจพิเคราะห์ สามารถมองเห็นมิติที่สุจริตเป็นธรรมกับตนเอง และประชากรโลกทั้งหลาย ไม่ว่าจะครองปรัชญาใด ได้
จะพบว่า ในโลกนี้ มีสัญญลักษณ์ทางวัตถุ ของปรัชญาพุทธ (วัด) ดำรงคงอยู่ และยังมีส่วนที่ เกิดขึ้นใหม่มากมาย ทั่วโลก
แม้แต่แผ่นดินที่ปกครองโดยอิทธิพลของปรัชญาอื่นๆ(อิสลาม คริสต์ ยิว) อย่างเช่นภาคใต้ของประเทศไทย เป็นดินแดนแห่งรัฐอิสลามมาช้านาน
ชนในดินแดน แม้นจะมีคนหมู่มากที่ใช้ปรัชญานั้นครองชีวิตอยู่เสมอ แต่สัญญลักษณ์ของปรัชญาพุทธ ก็ยังสามารถเจริญงอกงามได้เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
หากนับเวลาที่สามารถเผยแพร่ได้ กับ อ้างว่าไม่สามารถเผยแพร่ได้ สิริรวมแล้ว การต่อต้าน ยังไม่น่าเป็นเหตุให้ปรัชญาพุทธเสื่อม แต่น่าจะมาจากการให้ความจริง
ที่พระพุทธเจ้าแนะนำไว้ ไม่มีประสิทธิภาพ หรือ ถูกแต่งแต้มด้วย พยากรณ์ และผลประโยชน์ ลาภ ยศ สรรเสริญ สิ่งอำนวยสุข ความผิดพลาด ความมีเลห์เหลี่ยมแสวงประโยชน์
ของผู้ทำการเผยแพร่เอง ก็เป็นได้

จะกล่าวว่า การที่ปรัชญาพุทธถูกต่อต้านนั้น เนื่องจาก มิได้ถูกนับเวลาที่เผยแพร่ลำบาก กับการเผยแพร่ได้อย่างง่ายดาย สรุปรวมแล้ว เห็นจะยาก ที่จะกล่าวเช่นนั้น หากเราทั้งหลาย วิเคราะห์
อย่างเป็นระบบ และเต็มระบบ. ลองปรับปรุงที่ตนเอง สุจริต และปราณีตกว่า การนำเข้าปัญหา ที่เป็นเพียงปัญหาที่ตนอ้างว่ามาจากภายนอก หรือถูกกระทำ หากเราดำรงค์ความดีงามสุจริตแท้ ได้อย่างมีระบบ การเจริญอย่างมีระบบ ก็ย่อมทรงคุณค่า ไม่มีสิ่งใดมากระทบได้อย่างแน่นอน

ปรัชญาอิสลาม ก็เช่นกัน ที่มีการเผยแพร่แบบ ไม่สุจริตบริสุทธิ์ยุติธรรมปะปน เช่นกัน หากการเผยแพร่เฉกเช่นปรัชญาอื่นๆคือ เน้นวัตถุ และตัวบุคคลที่มีการรับผลประโยชน์ ในความสะดวกสะบาย
ในการมีอำนาจ การได้รับการยอมรับ การทำให้ผู้อื่นต่ำต้อยลงกว่าตนทุกวิธี ทำให้หวาดกลัว ทำให้ก้อหัวกราบกราน ทำให้ยอมควักกระเป๋ามาลงพนันเอาบุญเอาบารมี ในไม่ช้า ก็ต้องถูกยึดความรุ่งเรื่อง คืนสู่ผู้อนุมัติ

เรามาร่วมขอพรจากผู้อนุมัติ ผู้มอบทุกๆปรัชญามาให้มนุษยชาติ ได้ใช้ดำเนินชีวิต ตามท้องถิ่น ตามเวลาที่เหมาะสม ทุกๆปรัชญา เพื่อมอบสันติสุข ในการอยู่ร่วมกันของทุกๆปรัชญา และให้ความเข้าใจในการเผยแพร่ปรัชญาที่มาจากผู้ที่เจ้าของพรสร้างมาเอง(อัลลอฮ์ เป็นเจ้าของทุกๆพร สร้างมนุษย์ ย่อมคือ ผู้ที่สร้างพระพุทธเจ้า เยซู มูฮัมมัด อับราฮัม โมเสส นี่แหละคุณค่าของอิถะปัจยตา วันหนึ่งมีผู้มาอ้างสิทธิ์อย่างเป็นทางการทับอัลลอฮ์ แบบมีเอกสาร และพยานยืนยัน มากกว่า หรือเพียงพอ เราค่อยไปขอพรและจำนนที่นั่น วันนี้ สมควรว่าไปตามหลักฐานเอกสารและพยานจำนวน4-5000ล้านคนไปก่อน)

สรุปคือ ปรัชญาทุกปรัชญา ต่อต้านกันเรื่องพยากรณ์ และพยากรณ์นั้น นำพาไปสู่การเนรคุณ และติดเชื้อกันทั่วโลกได้ เพราะ ใช้ถังออกซิเจนใบเดียวร่วมกันอยู่ อีกทั้งการถูกเอาเปรียบทางด้านการพยากรณ์แล้วมีผลประโยชน์ตกกับกลุ่มคนอย่างอยุติธรรมนั่นเอง. หากเป็นความจริงแท้แล้ว ต่อต้านกันอย่างไร ก็ไม่สำเร็จ เจ้าชายสิถถะ โมเสส เยซู มูฮัมมัด ก็ยืนยันเช่นนี้เช่นกัน อัลลอฮ์ ถึงแนะนำมนุษยชาติ ให้พกพาความจริง ติดตัวไว้เสมอ (ความในอัล-กุรอาน) มิใล่บุญ บารมี ใบประกาศ รูปถ่ายกับคนมีอำนาจ มียศชั้น ก้อนดินหิน หรือแม้แต่ 11ม.ม. ((ฮา).

พี่ลองพกพาความจริงติดตัวซิครับ และหากความจริงนั้นรวบรวมอยู่ที่ไหน พี่ไปสำเนาจากที่นั่นเถิด ผมเองพกพาเสมอ แต่ก็ไม่สามารถให้พี่ถ่ายสำเนาต่อได้ เพราะไม่สุจริต ผมยุติธรรมต่อตนเองว่า ยังถ่ายมาไม่ครบ ผมเอาให้พี่ถ่ายต่อย่อมอวดอ้างอุตริ พี่สมควรที่จะไปสำเนาเอาเอง ไม่แน่หน้าเดียวกัน พี่อาจสำเนามาได้มากกว่าผมอีก ลองเถอะครับ เอามาพบติดตัวไว้ ตามที่อัลลอฮ์ แนะนำผู้ที่อัลลอฮ์ สร้างมาเองเถิดครับ อัลลอฮ์ ก็ไม่ได้เก็บค่าถ่าย ค่าลิขสิทธิ์ เครื่องถ่าย(ทวาร,สมอง)อัลลอฮ์ ก็ให้เรามาก่อนหน้านี้แล้ว ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ สมอง มิใช่เครื่องถ่ายออก แต่ถ่ายเข้าครับ. (มีที่เดียวที่ถ่ายออกครับ(5555). ฉะนั้นถ่ายเข้าแล้วไปเรียงไว้ที่สมองครับ(จะซุกๆไว้ก่อนก็ได้ครับ แต่เก็บไว้ครับ อย่าไปไว้ที่เครื่องถ่ายออก ฮี่ฮี่) เครื่องจักรที่เยี่ยมยอดที่อัลลอฮ์ สร้างมา คำนวนเองได้อัตโนมัติ เพียงเรานำเข้าข้อมูลที่ถูกต้องเที่ยงตรง เครื่องจักรนี้ เยี่ยมยอดปลอดภันได้ทุกเครื่องครับ

การกล่าวต่อสาธารณะว่า มนุษย์มาจากไหน ผู้มีพระคุณสูงสุดต่อมนุษย์คือใคร มีเสป็คอย่างไร คือ สิทธิมนุษยชน เพราะมนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์รู่ว่าตนมาจากไหน เสพอะไรบองผู้มีพระคุณท่านใดไปบ้าง(เพื่อภาระหน้าที่ กตัญญู จะได้ตกกับเขา)

Human right อย่างแท้จริง เร่งมือกันหน่อย เร่งบอกให้พี่น้องทราบเถิดว่า มนุษย์มาจากการสร้างของผู้ใด ผู้นั้นมีเสป็คอย่างไร มีพระคุณอย่างไรต่อมนุษยชาติ. หมั่นช่วยพี่น้องรับสิทธิ์อันชอบธรรมนั้นเถิด

รับมือทุกเหตุการณ์ อย่างมีคุณค่า

ต่อยอดในทุกๆเรื่อง เพื่อนบั่นทอนความเท็จ พยากรณ์

ฟื้นฟูความดี อย่างมีมาตรฐาน และทันใช้

จุดประสงค์

เพื่อเป็นแนวทางในการรับมือในทุกๆสิ่ง ทุกๆเหตุการณ์ ได้อย่างสันติวิธี

สันติวิธีนั้นมีจริง เพียง ทุกท่าน

ไม่เร่งรีบเจ็บปวดต่อสิ่งที่ตนไม่รู้มาก่อน ไม่เร่งรีบมีอาการแน่ใจ หรือไม่แน่ใจ มีความยุติธรรมต่อตนเอง อดทนอย่างพอเพียง ที่จะแสวงข้อมูลเพื่อยืนยันในสิ่งที่พบเจอ มาประจักษ์ ไม่พิพากษาบุคคลใดบุคคลหนึ่งแม้แต่ตัวของตัวเอง ว่าผิดหรือถูก พิจารณาเพียงพฤติกรรม พฤติการณ์ไปก่อนว่าทพฤติกรรม พฤติการนั้น มีปฎิสัมพันธ์กันอย่างไร สามารถปรับเปลี่ยนปรับปรุงได้ด้วยวิธีไหนบ้าง อย่าละทิ้ง อย่าเดินหนี ไม่ทอดทิ้งสิ่งที่ติดขัดในการพิจารณาของตนไป ไม่หลับตา ไม่หันหนี ต้องกล้าหาญที่จะรับนำเข้ามาเป็นภาระ บันทึกลงในตารางภาระหน้าที่ไว้ก่อน หากยังไม่มีเวลาและโอกาสในขณะนั้น. กำหนดความกล้าหาญเป็นสายกลาง วางหวาดกลัว หวาดหวั่น หวาดกลัว เสียใจ ไว้ด้านหนึ่ง และ วาง มุทะลุ ไว้อีกด้านหนึ่งประกบไว้ เลือกสายกลางคือ กล้าหาญที่จะรับมือกับความจริงต่างๆที่ปรากฎ. ลดการพิพากษาด้วยวลีสั้นอันกล่าวได้ว่าเป็นมรดกทางสังคมที่ ตกทอดผ่านมาตามระยะเวลา และ สังคมรอบข้าง เช่น วลีว่า จาบจ้วง(เลยอาจไม่ทราบเรื่องอีกมิติที่อาจมีความเป็นไปได้) ไม่เชื่ออย่าลบหลู่(เลยอดพิสูจน์หาเหตุผลพิจารณาความเป็นไปได้ที่กว้างขวางขึ้น) งมงาย (ไม่มีรายละเอียดว่าผิดพลาดอย่างไร)ไร้สาระ (อาจจะมีสาระอย่างละเอียดขึ้นกว่าเดิมก็ได้มิใช่หรือ)อย่าเยอะ(การเยอะ คือ การเตรียมการที่ละเอียดรอบคอบมิใช่หรือ) วางเฉย(สมองอาจจะไม่อยากเฉยก็ได้นะ) อย่าไปสน(มันผัสสะไปที่จิตใจแล้ว จิตใจอาจจะสน แต่ปากกล่าวเช่นนั้น ก็ได้นะ) เป็นไปไม่ได้ (ให้โอกาสว่า อาจเป็นไปได้ ไว้ก่อน ไม่เร่งรีบพิพากษา) เสียเวลาคิด(การคิด ไม่เปลืองทรัพยากรมากเกินที่มนุษย์จะสร้างมาทดแทนไม่ได้หรือ หากนักวิทยาศาสตร์ต่างๆ ไปยึดว่าเปลืองเวลาคิด อาจจะไม่มีการพัฒนาต่อยอดใดใดให้ปรากฎ ให้ยุคหลังๆใช้คุณค่าได้นะ) บิดเบือน หากความจริงใดใด ถูกบิดเบือนไปได้ สิ่งที่บิดไปได้สำเร็จ ก็จริงเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง แต่หากมีการพยายามบิดเบือน เที่ยงตรงแน่แท้แล้ว จะบิดไปไหนได้อีกล่ะ) เอาพวกวรรณกรรม พวกวลีสั้นๆที่มนุษย์ใช้พิพากษาต่อกันเท่านี้ก่อน ทุกท่านก็น่าจะเพียงพอที่จะรู้เท่าทันเครื่องมือแห่งการแตกแยกต่อกัน อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือปิดกั้นความคิดอ่านต่างๆที่จะเกิดการต่อยอดในความรู้ ในคุณค่าของเหตุการณ์ทุกเสียววินาทีที่เกิดขึ้นในสังคม.

ทุกนาที มีเหตุการณ์ทุกย่อมหญ้า เกิดความขัดแย้งระหว่าบุคคลต่อบุคคลเป็นเบื้องต้น เนื่องมาจากการไม่พยายามเข้าถึงคุณค่า ในเหตุการณ์ มีการพิพากษาก่อนการเข้าถึงอย่างปราณีต หากครั้งแรกพบ ปิดกั้น ในการเข้าถึงคุณค่า ด้วยการหลงลืมวิธีการในวรรณต้นที่เขียนไป อาจจะเริ่มมีปัญหาได้แล้ว และหากไม่เพิ่มเติมคุณค่าเข้าไปภายหลังที่ หากมันผ่านไปได้อย่างบังเอิญ เมื่อเหตุการณ์ที่เราเคยทิ้งคุณค่ามาประสพอีกครั้ง เราอาจใช้วรรณกรรม พิพากษามัน และยังเลยเถิดไปพิพากษาตัวบุคคล เกิดความขัดแย้งต่อกัน

แท้จริงแล้ว มนุษย์ต่อมนุษย์ ไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งต่อกันเลย แต่มีเพียงพฤติกรรม หรือ จริตที่แสดงออกมาเท่านั้น ที่เป็นตัวปัญหาที่มาพันกัน หากมุ่งปรับปรุงที่พฤติกรรมกันให้เป็นหลักนำ สามารถคงความรักความสามัคคีไว้ดั่งเดิมเคยมีกันมา ในโลกแทบจะไม่มีความขัดแย้งของมนุษย์กับมนุษย์กันเองเลย ความเป็นมนุษย์จะขัดแย้งกับพฤติกรรมของอีกมนุษย์ที่แสดงออกมาว่าผิดพลาดหวาดเสียวว่าสังคมจะไม่ปลอดภัย เมื่อมิได้พิพากษากัน แต่มุ่งปรับปรุงไปที่พฤติกรรม โลกจะมีแต่ความเมตตาที่จะเพียรปรับปรุงพฤติกรรมที่สังคมยังมีสมาชิกในสังคมส่วนหนึ่งยังไม่ยอมรับเท่านั้นเอง. เมตตาธรรมลอยปลิวว่อนในอากาศ ถังออกซิเจนใบใหญ่นี้ กุศล สะอาด ปราศจากเครื่องมือใดใดที่ใช้แยกพี่น้องมนุษย์ให้แยกทางให้เกลียดชังกัน สันติจะเกิดแก่โลกได้

มุสลิม คือ ชื่อเรียกกลุ่มชนที่ จำนน ต่อ ปรัชญาสันติธรรม


ปรัชญาสันติธรรม คือ อะไร คือ รูปแบบปรัชญาดำเนินชีวิตหนึ่งที่มีแนวทางแห่งสุขสงบสันติเป็นส่วนประกอบหลัก

ปรัชญาสันติธรรม มาจากไหน มาจากการสร้าง และ มอบให้มนุษย์นำมาใช้ เพื่อเป็นสรณะในการดำเนินชีวิตจาก เกิด จนตาย
โดยผู้สร้างมนุษย์เอง เป็นบททดสอบการมีความกตัญญูอย่างเปิดเผยต่อผู้มีพระคุณโดยตรงของมนุษย์ เพื่อบัญชีของมนุษย์เอง

แล้วทำไมยังมีการทำลายสันติของหมู่ชนที่ใช้แนวทางสันติธรรมนั้นดำเนินชีวิต ตอบได้ว่า การยึดถือแนวทางในปรัชญาใดก็ตาม หากยึดถือในรูปแบบบันเทิง คือ เพียงใช้ปรัชญานั้นจัดหมวดหมู่ตนว่าเป็นชนในหมู่เหล่าไหนไปตามชาติกำเนิด ไปตามสังคมเกิด โดยมิได้ปราณีตต่อคุณค่าของปรัชญานั้นๆ หมู่ชนนั้นๆที่จัดสรรตนเองว่าเป็นคนในหมู่ชนชื่อนั้นๆ ก็จะยังมีผู้ที่มิได้ใช้คุณค่าของปรัชญานั้นๆดำเนินชีวิตอย่างปราณีต มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ก่อความเสียหายต่อกันได้ เช่น ผู้ที่กล่าวว่าตนใช้ปรัชญาสันติธรรมครองตน แต่กลับตอบโต้ผู้มาใส่ร้ายป้ายสี ขอเป็นสัตรู ด้วยความรุนแรง ด้วยพละกำลัง ด้วยความเกลียดชัง ก็ย่อม ยังมิใช่ผู้ใช้จ่ายปรัชญาที่ตนอ้างว่า ดำเนินตามอยู่เลย. เพราะในปรัชญาสันติธรรม มีการให้โอวาทของผู้สร้างมนุษย์ไว้เรียบร้อยแล้ว (ตามที่ผู้ยึดปรัชญาอิสลาม ยึดถือ และอ้างตนว่าจำนนและกตัญญูต่อผู้นี้) ว่า....

"หากผู้ใด นำความจริงที่มีหลักฐานจากอัลลอฮ์(ผู้สร้างมนุษย์ และมอบปรัชญา ที่ผู้จำนนในปรัชญานั้นพึงกตัญญูปฎิบัติตามการแนะนำ ที่เป็นหลักฐานที่ไม่มีผลประโยชน์มนุษย์คนใดแอบแฝง (คือ กุรอาน)) ไปเปิดเผย ณ.ที่ใดก็ตาม อาจทำให้พี่น้อง(ปรัชญาอิสลาม คือ ลูกหลานอาดัมทุกคนคือพี่น้องกัน) ของเขารู้สึกเจ็บปวด ต่ำต้อย ถูกโดดเดี่ยว สูญเสียพยากรร่วม และถูกล้อมกรอบจากปรั๙ญาสันติธรรมได้ ผู้นำสารไปสู่พวกเขาอาจเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีผู้ยื่นสัญญา ขอเป็นศัตรูต่อเขา จะด้วยการดีดดิ้น ประณีประนอม เลี่ยงหลบ ถึงถูกทำร้าย แต่ผู้ที่มีความกตัญญูต่ออัลลอฮ์แท้จริง ย่อมใช้สิทธิ์ในการที่ขออนุญาต ไม่ลงนามในสัญญาที่ถูกยื่นข้อเสนอมานั้น เพราะ สัญญาที่ลงนามเพียงฝ่ายเดียว เป็นสัญญาที่ โมฆะ "

บทความวรรคที่ผ่านมานั้น เป็นเครื่องยืนยันว่า หากใครอ้างตนว่าเป็นมุสลิม(ผู้จำนนต่อปรัชญาที่ผู้สร้างมนุษย์ สร้างทุกๆสิ่ง สร้างทุกๆโอกาส) จะไม่โกรธ เกลียด น้อยใจ โมโห แค้นเคือง ตอบโต้ เมื่อมีการถูกตอบโต้ด้วยวรรณกรรมต่อรอง เหตุผลที่ขาดกตัญญูที่เน้นเตือนพี่น้อง ถูกทำร้าย ถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกใส่ความ ถูกเย้ยหยัน ส่อเสียด ทำลายล้างข้อมูล ปกปิดการป่าวประกาศในความจริงที่พี่น้องสมควรมีสิทธิ์ทราบ (สังคมไทย มีการป่าวประกาศว่า ไม่มีผู้มีพระคุณต่อพระพุทธเจ้า เยซู มูฮัมมัด โมเสส และทุกคน รวมถึงพ่อแม่ของเขา อีกแล้ว ทั้งๆที่สากลเขาประกาศก้องมาก่อน มีชาวไทย มีชาวนั่นชาวนี่ ว่ามีผู้นั้นเป็นสิ่งกตัญญูมาช้านานเป็นหมื่นปีแล้วกระมัง) มีการกล่าวว่า ผู้มีพระคุณตามที่ผู้ใช้ปรัชญาสันติธรรมที่เคยกล่าวนามฯมานานนั้นไม่มี การมีอย่างขันติรอคอย กตัญญูก่อนการได้พบรูปโฉมมันคือเรื่องงมงายไร้สาระ ทั้งๆที่ ก่อนการกล่าวเพิ่มมาว่าไม่มีๆ ก็มีมนุษย์มากมายที่ดำรงการกล่าวขอบคุณและกตัญญูมาก่อน แต่หลังจากการอุบัติขึ้นของวลียุยงที่แทรกในปรัชญาใดใดที่มายุยงให้ตัดนามนั้นออกจากกระบวนการการมีพระคุณสร้างและมอบให้มนุษย์มาเสพอย่างเหลือเฟือ.

กลับมาพิจารณาถึงผู้ที่อ้างตนว่าจำนนและยึดปรัชญาสันติธรรม(มุสลิม)ใช้การตอบโต้ด้วยการ หลงไปลงนามในสัญญาพวกนั้น พลาดไปใช้ความรุนแรง ใช้อาวุธ พละกำลังประหัดประหาร ทำลายล้างชีวิตและทรัพย์สิน ความจริงแล้ว พวกเขาก็ยังมิใช่ผู้จำนนต่อปรัชญาสันติธรรม(มุสลิม)อย่างแท้จริง พวกเขาเป็นเพียงพี่น้องมนุษย์ ที่เสพออกซิเจนในถังออกซิเจนใบใหญ่ใบเดียวกับเราเท่านั้น เขาเป็นผู้เสพแสงสว่างจากดวงไฟใหญ่ดวงเดียวกับเรา เสพกลางวันกลางคืน เสพฤดูกาล เสพคุณค่าของชั้นบรรยากาศ คุณค่าของฟ้าผ่าทั้งในอากาศและลงยังพื้นโลก และนานับล้านๆประการ ที่เสพร่วมกันเท่านั้น เขายังมิได้ปราณีตต่อเนื้อแท้ของสิ่งที่เขาอ้างว่าถือครองเลย จงใช้ปรัชญาที่พี่น้องเราอ้างว่า เขาถือครองอยู่แต่พวกเขามิได้ปราณีตในปรัชญานั้น มาก่อความเสียหายให้กับสังคมใหญ่ ของเขาเองต่อพวกเขา หากพบเห็น รับทราบ ก็จงตักเตือนกันด้วยเมตตา ด้วยความรัก หากยังเข้ายังไม่ถึงในปรัชญาที่เขาถือครอง สิทธิ์ในการศึกษาเป็นของสมองทุกๆก้อนอย่างสุจริต ขึ้นกับว่า คนนั้นจะกตัญญูต่อสมองของตนเองหล้าหาญที่จะข้ามไปศึกษาไหม เพราะยังพบว่า มีพี่น้องมนุษย์ที่แสดงอาการนิ่งเฉย โดยยืนนิ่งอยู่ตรงข้ามกับความรู้ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน โดยที่เขามิได้ใช้สิทธิ์แสดงมารยาท คือ ขออนุญาตยืนตรงข้ามกับความรู้ที่ไม่เคยได้ยินมาไปก่อน ต่อกัน ได้. การขออนุญาตต่อกันในสังคม ย่อมเป็นสิทธิ์ที่สุจริต. ยังมีอีกมากมายที่ยืนมองการกระทำพวกเขา โดยที่มิได้ใช้ความสามารถตนเอง ศึกษารายละเอียด เพื่อเมตตาช่วยเหลือพี่น้องที่ก่อความเสียหายเลย เพียงคอยฟังคำพิพากษาตามข่าว แล้วนำมากล่าวต่อเท่านั้นเอง

จะยืนนิ่ง หรือ จะไปเริ่มศึกษาหาข้อมูล เพื่อนำมาพัฒนาบ้านเมือง พัฒนาพลเมือง เพื่อคุณค่าจะเกิดต่อแผ่นดิน ก็มีสิทธิ์ที่จะกล่าวต่อกันอย่างมีมารยาทว่า

"เราขอยืนตรรงข้ามกับสิ่งที่เราไม่รู้" กับ "เรากำลังศึกษาอยู่" จิตตะมุ่งที่จะเมตตาช่วยเหลือต่อกัน เริ่มหาวิมังสะกันอย่างปราณีตแล้วหรือยัง

ทำไมเราต้องอยู่กับความกลลัว

ทำไม ในเมื่อมนุษย์มีการสื่อสารต่อกัน และไม่มีมนุษย์คนไหน ตัดสิทธิ์ในความคิดอ่านของมนุษย์อีกคนหนึ่งได้เลย แล้วใยสิ่งที่เขาคิดอ่าน ไม่สามารถเขียนบันทึก และปฎิบัติ เพื่อเป็นแบบอย่างต่อสาธารณะ เพื่อเลือกเฟ้นกันเอง คนดีเที่ยงตรงกตัญญูก็สื่อสารได้ทุกๆทางทั้งหนังสือ การกระทำ การพูดคุย และคนชั่วก็สื่อสารทางกริยาวาจา เขียน ประพฤติตน เพื่อเป็นแบบอย่างของความชั่ว

หากมนุษย์เริ่มใช้วรรณกรรมว่า"หวาดกลัว" แล้วไปตัดสิทธิ์พิพากษาทำลายสาร หรือตัวตนของผู้แสดงหรือสื่อสาร มนุษย์ก็จะไม่ดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของเหตุผลกันต่อไป ใช้ความกลัวเป็นพื้นฐานเท่านั้น กลัวจะขัดแย้ง(จะขัดแย้งก็ขัดแย้งไปเถิดจะได้เลือกกันเองได้) กลัวจะไม่ถูกยอมรับ กลัวจะถูกขับจากสังคม กลัวถูกโดดเดี่ยว สารพัดกลัว จนกลายเป็นผู้พิพากษาต่อบุคลิคภาพพี่น้องมนุษย์ด้วยกันเองว่า บ้า ประสาท เพี้ยน จาบจ้วง นินทา สารพัดจะมีวรรณกรรมมาพิพากษาต่อกัน

การที่อีกฝั่งหนึ่งเป็นสิ่งที่ท่านไม่เคยได้รู้มาก่อน ก็ยังจัดว่าเป็นความรู้ เพียงแต่ท่านยืนอยู่ตรงข้ามกับมันเท่านั้น แต่หากท่านยังจะไม่ข้ามไป ก็สามารถแสดงมารยาทในการขอยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามไปก่อน ก็เท่านั้น มนุษย์จะยังมีปฎิสัมพันธ์กันอย่างสุจริต ท่านไม่ต้องปืดกั้น หรือ เอื้อมมาทำลายล้างฝั่งตรงข้ามที่ท่านขอยืนตรงข้ามไปก่อนเลย ปล่อยไว้อย่างนั้น และขีดเพียงเส้นประ เผื่อวันหน้า ท่านยังมีโอกาส ลอดช่องเส้นประนั้น ข้ามไปหาความรู้ที่อยู่ตรงข้ามนั้นได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่งที่ท่านยังมีลมหายใจอยู่

มำให้ได้ชาตินี้ งานระดับชาตินี้ก็จะสำเร็จ หากเขายังกล่าวไม่ทัน เพราะการก้าวข้ามไปนั้นเกิดขณะลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเขา งานนั้นก็จะส่งผลในชาติหน้า งานระดับชาติทั้งสองบรรยากาศนั่นแหละ ฝากถึงพี่น้องลูกหลานอาดัมทุกๆคน

Assalamu aliakum สวัสดีค่ะอาจารย์

คือตอนนี้หนูสับสนมากเลยค่ะว่าทุกวันนี้หนูเป็นอิสลามรึเปล่า เพราะหนูได้กล่าวคำปฎิญาณกับแฟนที่เป็นึนอินเดียและได้ทดลองเรียนอิสลามอยู่หนึ่งเดือน ได้มีการลองละหมาดแต่ก็ยังคงท่องไม่ได้อยู่ดี หนูควรจะทำยังไมดีค่ะและอีกอย่างหนึ่งคือหนูทำงานอยู่ในบริษัทที่ไม่มีคนใส่ฮิญาบเลย อาจาร์ว่าหนูควรทำอย่างไรดีค่ะหนูรู้สึกสับสนค่ะ หนูไม่เคยมีเพื่อนเป็นอิสลามเลยตั้งแต่เกิดมา แต่หนูชอบหลักคำสอนของศาสนาอิสลามมากเลย ค่ะ เพราะตอนที่หนูเป็นพุทธชีวิตหนูมีแต่เที่ยวกินเมาทุกวันตั้งแต่ได้ศึกษาอิสลามมาทำให้ชีวิตหนูเปลี่ยนไปมากเลยค่ะอาจาร์พอจะมีแนวทางแนะนำหนูไม่ค่ะว่าหนูควรทำอย่างรัยต่อไปดีค่ะ

ขอบคุณค่ะ

วะอาลัยกุมุสสลามครับคุณสุภัทรา สะมะอนันต์

1.หลังจากกล่าวคำปฏิญาณแล้ว คุณเป็นมุสลิมแล้วครับ ขออย่าได้สับสนเลย ขอจงเชื่อมั่นอย่างมั่นคง

2. การศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นเหนือมุสลิมชายและหญิง และการเรียนอ่านอัลกุรอานนั้นจำเป็นครับ เพราะจะใช้อ่านในการละหมาด ควรหาที่เรียนใกล้ที่พักของคุณ

3.การมีเพื่อนที่เป็นมุสลิมที่ดี เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกันครับ เพราะเพือ่นที่เป็นมุสลิมจะช่วยคุณในสิ่งที่คุณกำลังสับสนได้

4.ขอแนะนำให้ไปติดต่อที่ โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม สันติชน 439 ซอยลาดพร้าว 112, แขวง พลับพลา วังทองหลาง กทมฯ

อาจารย์ บรรจง บินกาซัน Email : Banjong@knowislamthailand.org

อาจารย์ สุลัยมาน บุญชม Email : Sulaiman@knowislamthailand.org

ติดต่อสอบถาม ฝ่ายประชาสัมพันธ์: Email : information@knowislamthailand.org

ลองติดต่อดูครับ http://www.knowislamthailand.org/

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี