ในช่วงกลางคืนร่างกายของเด็กจะผลิตฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโต จำนวนชั่วโมงที่เด็กนอนหลับและคุณภาพของการนอนว่าหลับสนิทหรือหลับได้ดีเพียงใดจึงสำคัญต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็ก เด็กเล็กๆ (รวมทั้งผู้ใหญ่อย่างเรา) มีปัญหาอดนอนหรือนอนไม่พอกันมาก คุณพ่อคุณแม่อาจลองสังเกตดูว่าลูกเป็นอย่างนี้หรือไม่
- หลับในรถทุกครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ขับรถไปรับ-ส่งเขา
- ต้องปลุกลูกตื่นเกือบทุกเช้า
- ลูกมีท่าทางเหนื่อย กวน ก้าวร้าว ซน หรือมีปัญหาในการคิดในระหว่างวัน
- ในบางคืนลูกรู้สึกเหนื่อย หมดแรงเร็วกว่าเวลานอนปกติ
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ตอบว่า ใช่ ในข้อใดข้อหนึ่ง ลูกอาจนอนไม่พอ เด็กที่นอนไม่พอ (รวมทั้งผู้ใหญ่อย่างเรา) อาจมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ หงุดหงิด โกรธง่ายเด็กบางคนอาจต่อรองว่าเพื่อนเขาหรือพี่น้องคนอื่นๆ นอนดึกกว่าเขาอีก ไม่เห็นเป็นไร คุณพ่อคุณแม่ควรบอกให้เขารู้ว่า เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน และเวลานี้เป็นเวลาเข้านอนที่เหมาะสมกับเขา เพราะจะช่วยให้เขามีสุขภาพดี ถ้ากลางคืนเขาหลับได้ดี ร่างกายของเขาก็จะเจริญเติบโตแข็งแรงและตอนกลางวันเขาก็จะรู้สึกสดชื่นสัญญาณที่บอกว่าลูกพร้อมที่จะเข้านอนได้แล้ว เช่น ถูหรือขยี้ตาบ่อยๆ หาว สายตาลอยๆ ไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขากำลังทำหรือเล่นอยู่ (คล้ายหลับใน) สีหน้าดูยุ่งเหยิง สับสน เริ่มทำอะไรช้าลง รู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลีย คุณพ่อคุณแม่จึงควรใช้ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาสำหรับเตรียมพร้อมลูกรักเพื่อเข้านอนและทำให้เป็นกิจวัตรทุกวัน ถ้าลูกต่อรองและคุณพ่อคุณแม่ยอมเลื่อนเวลานอนออกไป ในวันต่อๆไปก็ยากที่จะทำให้เขายอมเข้านอนในเวลาเดิมได้
การเตรียมพร้อมลูกรักเพื่อเข้านอน
- ลดการกระตุ้นจากกิจกรรมที่ตื่นเต้นในช่วงใกล้เวลานอน
- จัดกิจกรรมที่ช่วยให้เขารู้สึกสงบ สบาย ในช่วง 30 นาทีก่อนเวลาเข้านอนอย่างสม่ำเสมอ เช่น อาบน้ำ อ่านหนังสือนิทานให้ฟัง หรือเปิดเพลงเบาๆ
- ในช่วงเวลาก่อนนอนเป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูก เช่น กอดหรือหอมแก้มให้ความรัก นอกจากช่วยกระตุ้นพัฒนาเครือข่ายใยประสาทในสมองแล้วยังทำให้ลูกรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
-ให้ลูกนอนที่เตียงเมื่อเขารู้สึกง่วง ก่อนที่เขาจะหลับไปกับสถานที่อื่นๆ เช่น โซฟา
- พยายามให้ลูกหลับได้ด้วยตนเอง จะช่วยให้เขารู้สึกสบายเมื่อตื่นนอน
- ถ้าลูกกลัวให้ความมั่นใจกับเขา โดยไม่นำเด็กออกมาจากเตียง อาจมีสิ่งของที่ช่วยให้เขามั่นใจ ได้แก่ ผ้าห่มผืนพิเศษ หรือตุ๊กตาที่เขาชอบ
- ใช้แสงไฟให้เป็นประโยชน์ เนื่องจากแสงสว่างจะเป็นตัวส่งสัญญาณไปยังสมองของเราให้มีวงจรของการนอนหลับและตื่น ทำงานตามปกติ ช่วงก่อนนอนจึงควรเปิดไฟสลัวๆ
- อย่าให้เตียงของลูกเต็มไปด้วยของเล่น เตียงควรเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนมากกว่าเล่น ของเล่นที่มากมายจะทำให้เด็กวอกแวก ไม่ยอมนอน
- อย่าให้อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ช็อคโกแลตอุ่น น้ำชา โคล่า หรือช็อคโกแลต แก่เด็กช่วงก่อนนอน การให้คาเฟอีนเด็กแม้จะเป็นช่วงเช้าของวันก็อาจทำให้วงจรการนอนของเด็กผิดปกติได้
- อย่าให้เด็กดูโทรทัศน์เกิน 1 - 2 ชั่วโมงต่อวัน โดยเฉพาะช่วงก่อนนอนเพราะจะทำให้เด็กหลับได้ไม่ดี มีงานวิจัยบอกว่าการดูโทรทัศน์ โดยเฉพาะการดูในห้องนอนของเด็ก รวมถึงการมีสื่ออื่นๆ เช่น คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต หรือวิดีโอเกมส์ ในห้องนอนของเด็กจะทำให้เด็กหลับได้ไม่ดี มีปัญหาการนอนได้
- อย่าขู่ลูกว่าจะให้เขาเข้านอนเมื่อเขาประพฤติตนไม่ดี เวลานอนควรเป็นเวลาที่ลูกรู้สึกมั่นคงอบอุ่น ได้รับความรัก ไม่ใช่การลงโทษ
และสุดท้ายคุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกว่าเวลานอนเป็นเวลาที่มีความสุขเหมือนกับที่ผู้ใหญ่รู้สึก เขาจะรับรู้ว่าเวลานอนเป็นเวลาที่มีความสุขและหลับได้ง่าย