%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b26 %e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b25 

ช่วงที่ผ่านมา มหาชีวาลัยอีสานอบรมสมาชิกตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียง2รุ่น ติดต่อกันเป็นเวลา 10วัน ถ้าอบรมไปตามแผนที่หน่วยราชการคิดให้ ง่ายครับ! แต่มันก็ไอ้แค่นั่นแหละ บางอย่างเหมือนจะให้เราทำแบบลิงหลอกเจ้า

ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเปิดการอบรม เจ้าหน้าที่ได้จัดประชุมกลุ่มระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ซ้ำซ้อนซ้ำซาก คุยกันหาทางปรับวิธีการและแนวทางให้ดีขึ้น สุดท้ายก็ตกเก้าอี้ภายใต้โครงสร้างโหล่ยโท้ยที่สุดในภาคพื้นเอเซียแฟซิฟิค

คือลงอีรอบเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแม้แต่น้อย กลับจะหนักข้อกฎระเบียบที่เป็นข้อจำกัด เพราะยกร่างระเบียบโดยคนที่ไม่ลงพื้นที่ หรือไม่เคยรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแบบประณีต ผมสงสัยและเข้าใจไม่ได้ว่า หน่วยราชการจัดประชุมระดมความคิดไปหาวิมานอะไรไม่ทราบ นึกว่าควายเข้าโรงงานลูกชิ้นหมดแล้ว กรรมแท้ๆประเทศไทย มาตายน้ำตื้นเพราะคนไม่เรียนรู้ บอกสิ่งที่ไม่รู้ให้คนอื่นทำนี่แหละ ถ้าสำเร็จและเจริญได้ มันคงเป็นมหกรรมตลกเชียวแหละ

บ่นไปก็เท่านั้น ปี่ไหนๆควายก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอก ผมมาคิดว่า ไหนๆจะเหนื่อยจะทำก็ลองวิชาให้มันสุดๆไปเลย หารือทีมงานว่า..ช่วยกันมองสิ เราจะทำอะไรให้ดีที่สุดพอหวังผลได้บ้าง ไม่ใช่อบรมแบบลมๆแล้งๆไม่รับผิดชอบอะไร

จากผลงาน2รุ่นที่ผ่านมา เราเผชิญปัญหาจากชาวบ้านจนอิ่มแปร้ เผชิญปัญญาจากพันธมิตรวิชาการอย่างสนุก อาจารย์แป๋ว จากคณะสัตวศาสตร์ ม.ขอนแก่น อาจารย์จุ๋ม อาจารย์หมู จากกรมวิชาการเกษตร และ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร สุพรรณบุรี อาจารย์ไผ่ จากคณะเกษตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์ขจิต จากคณะเกษตร กำแพงแสน อาจารย์ปลาบู่ จากภาคเอกชน หลวงพ่อไหล ฝ่ายธรรมมะ จะเห็นว่าเราระดมอิทธิพลความรู้ความคิดจากทุกฝ่ายจนหมดหน้าตัก ก็ยังลำบาก ถ้าไม่มีที่รักคอยห่วงใยจากคนแซ่เฮ ผมคงนอนเปลไปแล้ว

ล่าสุด คณะจากสถาบันพระปกเกล้า นำโดยลุงเอกเจ้าเก่าของพวกเรา ได้ลงพื้นที่ไปสัมผัสตัวจริงเสียงจริง ผมก็เล่าให้ฟังว่าเราเจอเรื่องอะไรบ้าง เช่น

1 เงื่อนไข เงื่อนปมในแต่ละพื้นที่ ที่ซ้ำซ้อน ทำให้เกิดอีแอบจำนวนมาก

2 เล่ห์กะเท่ ของผู้นำกลุ่ม ที่เป็นตัวป่วนพาเพื่อนลงเหว

3 วัฒนธรรมการเรียนรู้ การฝึกอบรม ที่รับมาจากหลายสำนัก ได้สร้างค่านิยมลิง

  หลอกเจ้าไว้ทุกพื้นที่

4 ค่านิยม ความเชื่อ ที่ถูกครอบงำจากกระแสบริโภคนิยม และกลไกเถื่อนเป็นวงจรนอกทฤษฎี

5 ต้นทุนพื้นฐาน ความรู้ ความคิด ความสามารถ ซ่านกระเซ็นรวมพลังกันไม่ได้

6 วิถีดำเนินงานด้านเกษตรกรรมรายย่อย ยังไม่มีแบบแผนแม่บทรองรับจากภาครัฐฯ

7 กลุ่มแผนงาน จากองค์กรและภาครัฐต่างๆ ที่มาแสดงบทบาทนักพัฒนาในพื้นที่ ต่างมีอภินิหารแตกต่างกัน จริงบ้าง ตั้งใจบ้าง งอแงบ้าง เล่นตกบ้าง บ้าๆบอๆบ้าง บางทีหน่วยงานพวกนี้เป็นตัวป่วนกวนน้ำให้ขุ่น ชักใบให้เรือเสีย  แพร่เชื้อตลกบริโภคให้แก่ผู้นำในพื้นที่

8 พื้นฐานการเรียนรู้เชิงพัฒนาจูนไม่เข้ากัน ทุกฝ่ายไม่มีจุดยืนของตนเอง จึงเป๋ไปเป๋มาตาโต ขอๆๆ..เหมือนเปรตขอส่วนบุญ

9 ยังมีเหตุผลบ้าๆบอๆอีกหลายเล่มเกวียน พูดไปก็เท่านั้น ขออนุญาตรวบรัดมาลงตรงจุดที่ว่า

·        ถ้าเราต้องอบรมหมู่คนที่ไม่มีความพร้อม เราจะเตรียมความพร้อมเบื้องต้น ทั้งของเราและของชาวบ้านอย่างไร

·        เราจะมีวิธีทำงานบนฐานความไม่พร้อมอย่างไร

·        เราจะเอาความรู้อะไรไปแลกเปลี่ยนกับชาวบ้าน

·        เรารู้จักชาวบ้านดีแค่ไหน

·        ศึกษาบ้างไหมว่า ชาวบ้าน คิดและมอง เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร

·        เรารู้คน รู้พื้นที่ รู้ปัญหา แล้วจริงหรือ

·        เรามีน้ำยาพอที่จะไปอบรมชาวบ้าน จริงหรือ

·        เราทำการบ้านเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

·        อะไรคือจุดเด่น จุดด้อยของเรา

·        เราจะออกแบบการอธิบายสิ่งเหล่านี้อย่างไร

·        มองทีหนีที่ไล่ ตั้งรับ บุก รุก ถอยในจังหวะไหน

·        มีกองเชียร์ หรือคนคอยหิ้วปีกเข้ามุม แล้วรึยัง อิอิ..

   

ข้อควรฉุกคิด

"อยากได้ลูกเสือ ไม่ไปเข้านอนถ้ำเสือ เอาแต่นอนโรงแรม ไม่ได้แอ้มอะไรหรอก โดนหลอกทั้งเพ "

"ชาวบ้านมีทุน งานที่ลงกิจกรรมเบื้องต้น ลงทุนน้อยกว่าที่เขาซื้อรถมอร์เตอร์ไซด์ ให้ลูกขี่เล่น"

" ถ้าเราไม่สันทัดพื้นที่ ต้องหาตัวช่วยประสาน ที่รู้งาน รู้ใจ ใช้ความสามารถ เข้าไปนั่งตักชาวบ้านได้ เป็นตัวคุณอำนวย ช่วยหล่อลื่นกลไกการจัดการความไม่รู้"